11034342_720985828010466_2030271100127857761_o

วิเคราะห์หุ้น IEC (งบปี)

วิเคราะห์หุ้น IEC (งบปี)

กำพล: พงศกร งบ IEC ออกแล้วคืนนี้เรามาแกะงบกันดีกว่า

พงศกร: ไอหย๋า กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ปี 57 อยู่ที่ 13.408 ล้านบาท ปริมาณหุ้นสามัญ ณ 31 ธันวาคม 2557 อยู่ที่ 164,824.585 ล้านหุ้น กำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.0000814 บาทต่อหุ้น กำไรน้อยจังเลยครับ

กำพล: อื่ม น้อยจริงๆด้วย มิน่า ดร. ภูษณ ถึงบอกไว้ว่า “Don’t expect much from the Q4 financial statement”

พงศกร: คาดหวังกับปี 57 ไม่ได้แล้วปี 58 นี้ ไม่รู้ว่าจะคาดหวังได้ไหมนะครับ เรามาแกะงบการเงินกันเลยดีกว่า

กำพล: เริ่มที่รายได้ดีไหม ผมกวาดตามองรายได้รวมของ IEC ปีนี้ลดลงจากปีก่อนเยอะทีเดียว

พงศกร: ได้ครับ รายได้จากการขายและบริการปี 57 อยู่ที่ 362.01 ล้านบาท ลดลงจากปี 56 ซึ่งอยู่ที่ 436.51 ล้านบาท ถือว่าลดลงเยอะทีเดียว
แต่ถ้าผมจำไม่ผิดปี 56 IEC ยังทำธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและบัตรเติมเงินอยู่หรือเปล่าครับ

กำพล: ใช่แล้ว ปี 56 IEC ยังทำธุรกิจจำหน่ายมือถือและบัตรเติมเงินอยู่ จะเห็นได้ว่า กำไรขั้นต้นปี 56 อยู่ที่ (436.51-395.66)/436.51 = 9.36% เท่านั้น นี่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหารและดอกเบี้ย ฯลฯ ยังดีนะที่ปี 56 IEC ได้กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท ไออีซี บิซิเนส พาร์ทเนอร์ส มา 316.37 ล้านบาท ไม่อย่างนั้นงบปี 56 จะเรียกว่าเน่าจนเปื่อยเลยทีเดียวแหละ

พงศกร: ทีนี้เรามาดูกำไรขั้นต้นปี 57 กัน [(รายได้จากการขายและการบริการ – ต้นทุนขายและบริการ) หารด้วยรายได้จากการขายและการบริการ] กำไรขั้นต้นปี 57 = [(362.01 – 290.62)/362.01] = 19.7% ดีกว่าปี 56 เยอะเลย

กำพล: นี่ขนาดเรายังไม่ได้รวมรายการรายได้อุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าเลยนะ
เพราะเราไม่รู้ว่ารายได้จากการขายและการบริการ แบ่งเป็นรายได้จากการขายมือถือและบัตรเติมเงินเป็นจำนวนเท่าไร และ เป็นรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าเป็นจำนวนเท่าไร ปี 56 ผมจึงเลือกไม่รวมรายได้จากส่วนนี้
แต่จริงๆปี 57 เรารู้ว่ารายได้แทบจะทั้งหมด มาจากธุรกิจพลังงานและธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ถ้าเราลองคิดกำไรขั้นต้นจาก 2 ธุรกิจนี้ โดยรวมรายการ adder เข้าไปด้วย เราจะเห็นได้ว่า กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาเป็น [(362.01+97.676)-290.62]/[362.01+97.676] = 36.78%

พงศกร: โอ้โห กำไรขั้นต้นของธุรกิจพลังงานกับธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศนี่มันดีจริงๆเลยนะครับ

กำพล: จากหมายเหตุประกอบงบการเงิน ผมว่ารายได้แทบทั้งหมดมาจากธุรกิจไฟฟ้านะ เพราะธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ รู้สึกว่าจะรอ อสมท. ชี้แจงปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่อยู่

พงศกร: กำไรขั้นต้นของ IEC สูงแบบนี้แปลว่าจับธุรกิจถูกทางแล้ว แต่ทำไมกำไรสุทธิมันถึงน้อยนิดแบบนี้หละ

กำพล: ที่มันทำกำไรน้อยนิดเพราะไปโดนเรื่องค่าใช้จ่ายในการบริหารซะเยอะหนะสิ จากงบการเงินปี 57 เราจะเห็นรายการนี้สูงถึง 214.30 ล้านบาท โดยมาจากค่าใช้จ่ายของโรงไฟฟ้าขยะที่เกิดความล่าช้าในการขายไฟ เมื่อรายได้ต้องเลื่อนออกไป 9 เดือน แต่ค่าใช่จ่ายมันไม่ได้เลื่อนตาม ผลลัพธ์จึงเป็นอย่างที่เห็น รวมไปถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายจากการศึกษาโครงการในอนาคตอีกบางส่วน

พงศกร: ฟังดูน่ากลัวจังนะครับ

กำพล: ไม่หรอก หากเราดูรายการ “กำไร(ขาดทุน)ก่อนภาษีเงินได้” จะพบว่าขาดทุน 15.397 ล้านบาท แต่พอเราไปเปิดงบกระแสเงินสดจะพบรายการ “ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย” เป็นจำนวน 50,429,774 บาท

พงศกร: เดี๋ยวนะ แบบนี้ IEC แค่ขาดทุนทางบัญชีสิครับ เพราะค่าเสื่อมราคาถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องทยอยรับรู้ แต่ในความเป็นจริงเงินส่วนนี้ไม่ได้ถูกจ่ายออกไป

กำพล: เราจึงได้ข้อสรุปกันแล้วว่า งบที่ทำให้เราตกใจจากการแสดงผลขาดทุนในครั้งนี้ของ IEC ไม่ได้แย่อย่างที่ตาเราเห็น

พงศกร: ถ้ารวมกับการที่โรงไฟฟ้าขยะเริ่มขายไฟได้แล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และ โรงไฟฟ้าชีวมวลที่จะรับรู้รายได้แบบเต็มๆในไตรมาสที่ 1/58 แบบนี้คือ…

กำพล: “ดูเหมือนเรื่องร้ายๆของกิจการ IEC จะหมดไปแล้ว”