Head ติวหุ้นให้เพื่อน

อ่านงบการงบเงิน Hi-Speed (3)

อ่านงบการงบเงิน Hi-Speed (3)
เพื่อน: นายช่วยยกตัวอย่างหุ้นอีกสักตัว แล้วหลังจากนี้เราจะลองทำตาม

กำพล: นายลองดูหุ้นตัวนี้สิ (รูปที่ 1)

Untitled

  1. ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก คือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 500 ล้านบาท
  2. รายการหนี้สินบอกเราว่า ปี 54-56 แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงมีบ้างที่เพิ่มขึ้นในปี 55 แต่ปี 56 ก็ลดลงมาใกล้เคียงปี 54 คือประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยที่เตะตามากๆคือ ปี 57 เพิ่มมาเป็น 1,370 ล้านบาท ราวๆ 30%

 

กำพล: เห็นตัวเลขแล้ว นายรู้สึกยังไง?

เพื่อน: รู้สึกว่า ทำไมหนี้สินถึงเพิ่มขึ้นเยอะจัง?

กำพล: ใช่ นายต้องหัดสังเกต แล้วตั้งข้อสันนิษฐาน

 

  1. ส่วนของผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้นมาประมาณ 200 ล้านบาท
  1. เราจึงสรุปภาพรวมได้ว่า สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นมา 500 ล้านบาท มาจากหนี้สิน 300 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 200 ล้านบาท (โดยประมาณ)
  1. รายการ จำนวนหุ้นที่เรียกชำระแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปี 54 แสดงว่าส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นมา ไม่ได้เพิ่มจากการใส่เงินเพิ่มทุน
  1. ผู้ต้องสงสัยรายเดียวที่ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมาจึงหนีไม่พ้น “กำไรสุทธิ”
  1. ใน 4 ปีที่ผ่านมากิจการมีกำไรตลอดก็จริงแต่มีแนวโน้มถดถอยลงเรื่อยๆ ถึงแม้จะเพิ่มจากปี 56 แต่พอเทียบกับปี 54 และ 55 จะเห็นว่าลดลงไป ในระดับ 20% เลยทีเดียว
  1. ซึ่งพอมองกลับไปที่รายการ รายได้รวมก็จะเห็นว่ารายได้เปลี่ยนแปลงไม่เยอะ แต่กำไรกลับลดลงมากกว่าแบบที่มองตาเปล่าไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขก็เห็นได้ชัดเจน
  1. หาอัตราส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง “กำไรสุทธิ ต่อ รายได้รวม” พบว่า

ปี 54 = ( 39 ÷ 393 ) x 100% = ประมาณ 10%

ปี 55 = ( 4 ÷ 42 ) x 100% = ประมาณ 9%

ปี 56 = ( 2 ÷ 38 ) x 100% = ประมาณ 5%

ปี 57 = ( 2 ÷ 37 ) x 100% = ประมาณ 5% (หากไม่ประมาณ แต่คิดแบบเต็มจะได้ 7% ซึ่งเราต้องการดูแค่ว่ามันลดลงหรือไม่ จึงยังไม่สนใจรายละเอียด)

  1. เราจึงได้ข้อสรุปว่าหุ้นตัวนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องของกิจการที่มีผลทำให้กำไรสุทธิลดลง หรืออาจจะเป็นเรื่องของการลงทุนทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้น เราจึงรู้ว่าต้องไปทำการบ้านเรื่องไหนบ้าง
  1. ซึ่งการที่เราจะไปหาคำตอบ เราต้องเข้าใจก่อนว่า
  • หุ้นตัวนี้ทำกิจการอะไร?
  • สินค้าเป็นอย่างไร?
  • มีแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างไร?

เพื่อน: ได้ เราจะกลับไปหาคำตอบ แต่ครั้งนี้นายต้องบอกเราก่อนว่าหุ้นตัวนี้ชื่อว่าอะไร?
กำพล: หุ้นตัวนี้คือ “WACOAL” หรือบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) (รูปที่ 2)

ScreenShot_20150331095952

แต่เรารู้ว่าลำพัง EGCO นายก็ต้องอาศัยเวลาพอสมควรในการค้นหาข้อมูลเพราะฉะนั้น WACOAL เราจึงทำการบ้านมาให้บางส่วนตามนี้ (รูปที่ 3)

Untitled2 ปัจจุบัน WACOAL มีรายได้จากการขายชุดชั้นในสตรี 90% ที่เหลือคือ ชุดชั้นนอกสตรีและเสื้อผ้าเด็ก ส่วนสาเหตุที่ WACOAL มีกำไรสุทธิที่เปลี่ยนแปลงไปมาก นายลองอ่านข้อมูลตรงนี้ดู (รูปที่ 4)

ScreenShot_20150331093028

เพื่อน: อ่อ มีการแข่งขันแล้วก็มีแนวโน้มจะแข่งขันกันเพิ่มมากขึ้นอีก

กำพล: ใช่ ทำให้เราตอบคำถามได้แล้วว่า WACOAL มีการทุ่มงบสำหรับทำการตลาดซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการขาย โดยพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ และถ้าเราพิจารณาการจ่ายปันผลจะพบว่า WACOAL จ่ายปันผลสม่ำเสมอมาอย่างยาวนานนับสิบปี (รูปที่ 5)

ScreenShot_20150331132245

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามจะเอาเรื่องปันผลมาพิจารณาอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องดูว่ากิจการยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้นายต้องทำการบ้านต่อ หากไปเดินห้างก็ลองหาเวลาแวะไปสำรวจซักหน่อย หรืออาจจะลองสอบถามผู้หญิงที่อยู่รอบๆตัวนาย (ถ้าเค้ายอมบอกนายนะ) ก็ไม่แน่ว่านายอาจจะได้ฟังข้อมูลที่สำคัญจากพวกเธอ

เพื่อน: หาข้อมูลจากผู้บริโภคโดยตรง?

กำพล: ถูกต้องแล้ว การศึกษาจากผู้บริโภคนั้นสำคัญมากๆ นายต้องไม่ลืมเรื่องนี้

กำพล อังศุเกษตร์