Head ติวหุ้นให้เพื่อน

“หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร มีเพื่ออะไร”

กำพล : คราวที่แล้วเราติดนายไว้เรื่องของ “หุ้นบุริมสิทธิ” ยังพอจำได้ไหม?

เพื่อน : จำได้สิเราไปหาคำตอบมาแล้วจาก Google ได้คำตอบว่า “หุ้นบุริมสิทธิ คือ หุ้นที่มีสิทธิเหนือกว่าหุ้นทั่วไป(หุ้นสามัญ)”

กำพล : เหนือกว่ายังไง หรอ?

เพื่อน : ได้เงินปันผลแม้ในขณะที่บริษัทมีกำไรน้อยนิด

กำพล : ถูกต้อง แล้วถ้าบริษัทขาดทุนในรอบบัญชีล่าสุดหละ?

เพื่อน : เอ่อ…เราไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย นายช่วยบอกเราได้ไหม?

กำพล : เพื่อนรัก เราดีใจกับนายมาก ที่วันนี้เราเห็นนายเริ่มหาคำตอบด้วยตัวเองก่อนจะพึ่งผู้อื่น ทำให้เราอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ภาพวันที่เราเริ่มศึกษาเรื่องหุ้นมันฉายย้อนกลับมาเราดีใจจริงๆ เอาหละ นายพอจำได้ไหมว่าเราเคยบอกนายว่าการที่นายจะประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้นนั้น นายต้องมีความรู้เรื่องของการบริหารจัดการบริษัทตามข้อกฏหมายด้วย

เพื่อน : จำได้สิ เรายังรู้สึกจนถึงตอนนี้เลยว่าต้องรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?

กำพล : ที่นายบอกว่า “หุ้นบุริมสิทธิ คือ หุ้นที่มีสิทธิเหนือกว่าหุ้นทั่วไป (หุ้นสามัญ) และสามารถได้เงินปันผลแม้ในตอนที่บริษัทมีกำไรน้อยนิด” นายเข้าใจถูกแล้วเพื่อน โดยหากกิจการขาดทุนทั้งในรอบบัญชีล่าสุดและไม่มีกำไรสะสมหุ้นบุริมสิทธิถึงจะไม่ได้จ่ายปันผล จากนั้นนายต้องเข้าใจต่อว่า “หุ้นบุริมสิทธิ มีเพื่อให้สิทธิผู้มีอุปการะคุณ(หรือเจ้าของบางคน)เพื่อตอบแทนที่ช่วยเหลือกิจการตอนสถานการณ์คับขัน หุ้นบุริมสิทธิจึงมีสิทธิได้เงินปันผลแม้ในปีที่กิจการไม่จ่ายปันผลก็ตาม คือ สมมติว่ากิจการสามารถทำกำไรได้ 100 ล้านบาท แต่ยังไม่จ่ายปันผลเพราะต้องการนำกำไรไปลงทุนขยายกิจการต่อ ผู้ที่ถือหุ้นสามัญจึงไม่ได้รับเงินปันผล “ แต่หุ้นบุริมสิทธิได้” นี้คือสิ่งที่หุ้นบุริมสิทธิเหนือกว่าหุ้นสามัญ

เพื่อน : อ่อ คือเป็นการตอบแทนผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือเราในเวลาลำบากใช่ไหม? เหมือนตอนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งตอนปี 40 ทำให้ธนาคารต่างๆต้องเสนอขายหุ้นให้ต่างประเทศเข้ามาช่วยแบบนี้หรือเปล่า?

กำพล : ใช่ ถูกต้อง ส่วนข้อที่ด้อยกว่า ต้องแยกเป็น 2 กรณี

  1. บริษัท จำกัด หุ้นบุริมสิทธิ “จะไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมเลย”

คือ “ได้เงินปันผล” แต่ “ห้ามออกเสียงในที่ประชุม” เพื่ออะไร เราไม่เข้าใจ

คำตอบก็คือว่า สมมติกิจการ A มี 1 ล้านหุ้น แล้ววันดีคืนดีกิจการเผชิญหายนะจำเป็นต้องให้ กิจการ B ช่วยเหลือจึงเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิให้ โดยเสนอ 0.5 ล้านหุ้น แต่แล้วกิจการ A ก็คิดได้ว่า เห้ย! แบบนี้ B มีจำนวนหุ้นของเรามากเกินไป ไม่ได้ๆเราจะไม่ยอมให้ใครมายึดอำนาจกิจการเราไป อย่ากระนั้นเลยเราต้องระบุข้อตกลง(โดยเขียนลงในหนังสือบริคณห์สนธิ) ว่า B จะไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุม แบบนี้เราก็ได้เงินมาพยุงกิจการ ส่วน B ก็ได้เงินปันผลตอบแทนกลับไปทุกครั้งที่กิจการเรามีกำไรแต่ไม่มีสิทธิมาแทรกแซงการบริหาร

  1. บริษัทมหาชน แต่ถ้าจะให้หุ้นบุริมสิทธิออกเสียงได้ก็มักจะพบว่ามีการลดทอนอำนาจเสียงลงเช่น

หุ้นบุริมสิทธิ 5 หุ้นสามารถที่จะออกเสียงได้แค่ 2 เสียง สมมติว่ามีหุ้นบุริมสิทธิ 500,000 หุ้น ในที่ประชุมก็จะนับคะแนนเสียงได้ 200,000 เสียง ส่วนหุ้นสามัญ 5 หุ้น ออกเสียงได้เต็ม 5 เสียง คือมีหุ้นสามัญ 500,000 หุ้นในที่ประชุมก็จะนับคะแนนเสียงได้ 500,000 เสียง

เพื่อน : เราสรุปแบบนี้ได้หรือไม่ว่า สิ่งที่เหมือนกันของหุ้นบุริมสิทธิระหว่างบริษัทจำกัด กับ บริษัทมหาชน คือ การที่สามารถจะได้รับสิทธิปันผลที่เหนือกว่าหุ้นสามัญแต่ที่ด้อยกว่าคือเรื่องของสิทธิในการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมโดย “บริษัทจำกัดหุ้นบุริมสิทธิจะไม่มีสิทธิออกเสียงเลย” แต่ “บริษัทมหาชนทำได้…แต่มักพบว่าจะมีการลดทอนอำนาจในการลงคะแนนเสียง” เพื่อเป็นการป้องกันการเสียอำนาจในการบริหารของทางเจ้าของเอง

กำพล : ที่จริงแล้วหุ้นบุริมสิทธิยังมีรายละเอียดอีกมากซึ่งนายอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ลองศึกษาต่อ แต่วันนี้เห็นนายสรุปเนื้อหาที่เราคุยกันเราบอกนายได้เลยว่า นายเริ่มไม่ธรรมดาซะแล้วเพื่อน

กำพล   อังศุเกษตร์