Head ร้อยด้ายเข้ารูเข็ม

การวิเคราะห์หุ้นจากลูกศิษย์

สวัสดี นักเรียนทุกท่านในโรงเรียนสอนเล่นหุ้นแห่งนี้ วันนีเรากลับมาพบกันอีกครั้งในโครงการ “ร้อยด้ายเข้ารูเข็ม” วันนี้เป็นผลงานของคุณ Khanti udomsangadham ที่ได้รับการคัดเลือกจากครูใหญ่ให้เป็นตัวอย่างการวิเคราะห์แก่นักเรียนทั้ง หลายได้ศึกษานำไปประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่าง
ครั้งนี้เป็นผลงานการวิเคราะห์หุ้น AGE

สวัสดีครับ อ.ชาย

ก่อนอื่นต้องขอบคุณ อ.ชาย ที่ได้ชี้แนะหุ้นที่ผมวิเคราะห์ส่งมาโดยตลอด ทั้ง IEC, GEL, SPCG, PDI
หลังจากนั้น ผมก็ได้พยายามค้นหาข่าวหุ้นจาก นสพ. เพื่อฝึกฝนตัวเอง
แต่ไม่ได้พบประเด็นที่น่าสนใจเพียงพอที่จะนำมาถาม อ.ชาย
จนช่วงต้นเดือน ม.ค. 58 ผมเจอข่าวที่น่าสนใจของบริษัท AGE ที่ขายถ่านหิน ซึ่งดูไม่มีอนาคต
แต่จะหันมาเอาดีทางโรงไฟฟ้า Biomass ที่เป็นธุรกิจผูกขาด แถมบอกจะทำ 100 MW
ประกอบกับปริมาณการซื้อขายที่มากผิดปกติ ผมจึงต้องนำมาวิเคราะห์ ดังนี้

[ ข่าวที่น่าสนใจ ]

1. วันที่ 5 ม.ค. 2558 ผ่านอ่านเจอข่าวจาก http://www.ryt9.com/s/iq05/2063791 เนื้อหาสำคัญ ดังนี้
– บริษัทจะออกหุ้นกู้ 1000 ล้านบาท ใน Q1/58 โดยนำเงินจากหุ้นกู้ไปลงทุนโรงไฟฟ้า Biomass
– บริษัทมีแผนทำโรงไฟฟ้า Biomass 10 โรง ขนาดรวม 100 MW
– บริษัทกำลังสร้างโรงไฟฟ้า Biomass 2 MW ที่ จ.สุโขทัย เริ่มขายไฟได้ประมาณครึ่งหลังของปี58
– บริษัทคาดว่ามีรายได้จากการขายถ่านหิน ปี57 7000ล้าน มากกว่า ปี56 5068 ล้าน

2. วันที่ 5 ม.ค. 2558 การซื้อขายในตลาดผิดปกติ
– ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้น 30%
– ปริมาณการซื้อขายเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งปกติจะซื้อขายเพียงไม่ถึง 10 ล้านบาท

3. วันที่ 6 ม.ค. 2558 บริษัทได้มีการชี้แจงว่าไม่มีพัฒนาการใดๆที่ส่งผลต่อการซื้อขายก็ตาม
แต่วันที่ 6-7 ม.ค. 2558 ก็ยังปริมาณการซื้อขายสูงกว่า วันที่ 5 ม.ค. 2558
เป็นได้หรือไม่ที่มีการเข้ามาเก็บหุ้น หรือ อาจเป็นเพียงการหาผลประโยชน์ระยะสั้นของเจ้ามือ เพียงเท่านั้น

< สรุป >
– บริษัทจะทำโรงไฟฟ้า Biomass ที่เป็นธุรกิจผูกขาด เพิ่มจาก การทำถ่านหินที่เป็นธุรกิจแข่งขันและเป็นช่วงขาลง
– ปริมาณการซื้อขายสูงผิดปกติจนน่าสงสัย แม้ว่าบริษัทได้ออกมาชี้แจงก็ตาม
เมื่อเกิดความน่าสนใจและความสงสัยจึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติม

[ ข้อมูลเบื้องต้น ]

ชื่อบริษัท : บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อ : AGE
ธุรกิจหลัก : นำเข้าถ่านหินจากเหมืองในอินโดนีเซีย เพื่อขายในไทยและส่งไปขายต่อยังจีนกับอินเดีย
ประเภทของตลาด : ตลาดแข่งขัน เนื่องจากมีผู้ขายถ่านหินจำนวนมากแข่งขันสูงกันด้วยราคา

[ อัตราส่วนทางการเงินสำคัญ จากงบล่าสุด Q3/57 อิงข้อมูล วันที่ 26 ม.ค. 2558 ]

Current ratio : 1.31 ไม่คล่องตัว เพราะน้อยกว่า 2.0
Quick ratio : 0.59 ตึงตัวมากทีเดียว เพราะน้อยกว่า 1.0
Day receive : 44 วัน พอรับได้ เพราะบริษัทให้เครดิตไม่เกิน 60 วัน
Inventory day : 84 วัน พอรับได้ เนื่องจากเป็นการนำเข้าจากอินโดนีเซียมาขายต่อ ต้องมีเผื่อไว้บ้าง
D/E ratio : 1.58 ค่อนข้างสูงแล้ว เนื่องจากเข้าใกล้ 2.0 หรือกู้ได้อีก 550 ล้าน
*** จากข่าว ถ้าออกหุ้นกู้ 1000 ล้านบาท D/E ratio จะเพิ่มเป็น 2.34 ซึ่งไม่สามารถกู้เพิ่มได้แล้ว ***
P/E ratio : 95.58 แพง เพราะกลุ่มทรัพยากรค่าเฉลี่ย 13.42
P/BV ratio : 2.61 แพง เพราะกลุ่มทรัพยากรค่าเฉลี่ย 1.50
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น : 483 ล้าน ถ้ามีกำไร ไม่มีปัญหาในการปันผล
กำไรสะสม : 444 ล้าน ถ้ามีกำไร ไม่มีปัญหาในการปันผล
ปันผล : ใน 4-5 ปีหลัง การปันผลต่ำกว่า 0.2% เมื่อเทียบกับราคาหุ้น

< สรุป >
– สถานะการเงินตึงตัว หากต้องการลงทุนโครงการใหญ่ๆ ไม่สามารถกู้เพิ่มได้แล้ว อาจต้องมีการเพิ่มทุน
– ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าแพง แม้ว่าถ้ามีกำไรแต่ปันผลต่ำกว่า 0.2% น้อยกว่าฝากธนาคาร ดูแล้วไม่น่าลงทุน

[ รายได้และกำไร ]

กำไรสุทธิ : ปี57 9เดือน มีกำไรสุทธิ 43 ล้านบาท น้อยลงเมื่อเทียบกับ ปี56 9เดือน มีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท
แม้ว่าจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่กำไรลดลง ซึ่งจากคำอธิบายของบริษัท และ ฟัง Opp Day Q2/57
พบว่า ราคาถ่านหินตกต่ำต่อเนื่องและตลาดจีนที่บริษัทได้เพิ่มการขายมี Margin ที่ต่ำ

< สรุป >
– สถานการณ์ปัจจุบันราคาถ่านหินเป็นขาลง การขายมากขึ้นไม่เพียงพอต่อการรักษากำไรให้เท่าเดิม
– การที่บริษัทพยายามทำโรงไฟฟ้า Biomass จึงเป็นวิธีพลิกฟื้นกำไร

[ การทำโรงไฟฟ้า Biomass ]

จากที่ฟัง Opp Day Q2/57 ได้ข้อมูลสำคัญ ดังนี้
– ความคืบหน้าโรงไฟฟ้า Biomass 2 MW ที่ จ.สุโขทัย จะเริ่มขายไฟครึ่งหลังปี58 ตรงกับข่าว
– การลงทุนโรงไฟฟ้า Biomass ขนาด 10 MW ใช้เงิน 700 ล้านบาท (ถ้าจะสร้าง 100 MW ต้องใช้เงิน 7000 ล้านบาท)
– เหตุที่เลือกโรงไฟฟ้า Biomass เพราะกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่มีอีกบริษัทนอกตลาดที่ทำเชื้อเพลิงขาย
– บริษัทดังกล่าวชื่อ Asia Biomass (ABM) ซึ่งผู้บริหารได้บอกว่าเป็นบริษัทที่ทำเชื้อเพลิง Biomass ใหญ่ที่สุดในไทย

< สรุป >
– ถ้าจะสร้างตามแผน 100 MW ใช้เงิน 7000 ล้านบาท แต่บริษัทไม่สามารถกู้เพิ่มได้แล้ว
– เงินที่ได้จากหุ้นกู้ 1000 ล้านบาท น่าจะพอสร้างได้แค่ 10 MW เท่านั้น ยังขาดเงินอีก 6000 ล้านบาท
– ถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัทก็อยากให้มีกำไรพลิกฟื้น ถ้าไม่ทำอะไรเลยและถ่านหินยังเป็นขาลง เหมือนรอจมน้ำตาย
– การเพิ่มทุนเพื่อทำโรงไฟฟ้า Biomass จึงเป็นทางออก
– แม้จะมีการเพิ่มทุนแต่บริษัทไม่น่าหาเงินที่ขาดอีก 6000 ล้านบาทได้
– โครงการ 100 MW ไม่น่าจะทำได้ทั้งหมด อาจจะได้ไม่ถึง 50 MW ด้วยซ้ำ
– การประกาศว่าจะทำ 100 MW น่าจะหมายความว่า ทำเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้มากกว่า

[ Asia Biomass (ABM) ]

จากที่ลองค้นข้อมูลใน www.asiabiomass.com
– ABM เป็นบริษัทที่ขายเชื้อเพลิง Biomass ของกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักของ AGE
– ABM เป็นบริษัทที่อยู่นอกตลาด ไม่ได้เป็นบริษัทลูกของ AGE แต่อย่างใด
– สังเกตใน website พบหัวข้อ “นักลงทุนสัมพันธ์” ปกติควรจะเป็นบริษัทในตลาดถึงมีหัวข้อนี้
– เป็นไปได้หรือไม่ที่ ABM จะนำเข้าตลาดในอนาคต เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อ AGE
– ถ้ามองโลกแง่ร้าย ABM ขายของให้ AGE ในราคาสูง ผู้ถือหุ้นหลัก AGE อาจรวยจาก ABM แต่ AGE กำไรเพิ่มไม่มาก

< สรุป >
– AGE ได้เปรียบในการทำโรงไฟฟ้า Biomass ตรงที่ บริษัท ABM ของผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิง Biomass เอง
– ดูท่าทางแล้วยังไงผู้บริหาร AGE ก็จะทำโรงไฟฟ้า Biomass ให้ได้ เพื่อประโยชน์ของตัวเองผ่าน ABM ด้วย
– AGE สามารถใช้ ABM ในการระดมทุนให้เกิดประโยชน์ หรือ ABM เป็นเครื่องมือหาประโยชน์จาก AGE
ตรงนี้ไม่สามารถมองออกได้ว่าจะถูกใช้เป็นประโยชน์ร่วมหรือใช้เป็นประโยชน์ทับซ้อน

[ กำไรจากโรงไฟฟ้า Biomass ในอนาคต ]

อ้างอิงจากรายการคู่หูนักลงทุน วันที่ 21 ก.ย. 2557 โรงไฟฟ้า Biomass กำไร 8.7 ล้านบาท/MW/ปี
ถ้ามีโรงไฟฟ้า Biomass 100 MW กำไร 8.7 x 100 = 870 ล้านบาท/ปี
ซึ่งถือว่าสูงมากๆ เมื่อเทียบกับธุรกิจถ่านหินที่มีกำไรไม่ถึง 100 ล้านบาท/ปี
ปัจจุบันกำลังสร้าง 2 MW และจะเริ่มขายไฟครึ่งปีหลังของปี58
เงินที่ได้จากหุ้นกู้ 1000 ล้าน สร้างได้อีก 10 MW อาจจะเริ่มขายไฟได้ปี60
รวมเป็น 12 MW ที่สร้างได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ก็ยังมีกำไร 8.7 x 12 = 104 ล้านบาท/ปี
ซึ่งถือว่าสูงกว่ากำไรจากธุรกิจถ่านหินในปี55,56,57 ด้วยซ้ำ

[ คำนวณราคาพื้นฐานจากการปันผลเทียบเท่าฝากธนาคาร ]

ในกรณีที่ธุรกิจถ่านหินแย่จนไม่มีกำไร และกำไรมาจากโรงไฟฟ้า Biomass 12 MW เท่านั้น
กำไรสุทธิ 104 ล้านบาท จำนวนหุ้น 1530 ล้านหุ้น คิดเป็น EPS = 104/1530 = 0.068 บาท/หุ้น
ถ้าปันผล 50% ของกำไรสุทธิ จะปันผล 0.068 x 50% = 0.034 บาท/หุ้น
สมมติ ฝากธนาคารอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี
ราคาพื้นฐานเทียบเท่าดอกเบี้ย 0.034 x 100 / 3 = 1.13 บาท
ราคาปัจจุบัน วันที่ 26 ม.ค. 2558 = 2.18 บาท
หากว่ามีโรงไฟฟ้า Biomass รวม 12 MW ราคานี้ไม่น่าลงทุน

[ บทสรุปภาพรวม ที่น่าสนใจ ]

1. ผู้บริหารต้องการทำโรงไฟฟ้า Biomass ที่เป็นธุรกิจผูกขาด เพิ่มจาก ขายถ่านหิน ที่เป็นธุรกิจแข่งขัน
2. ธุรกิจถ่านหินอยู่ในขาลง แข่งขันราคาสูง กำไรน้อย ไม่มีอนาคต
3. โรงไฟฟ้า Biomass 2MW กำลังก่อสร้าง เริ่มขายไฟได้ครึ่งหลังของปี58
4. อัตราส่วนทางการเงิน บ่งชี้ว่า ราคาหุ้นแพง และ สภาพคล่องไม่ดี
5. จะออกหุ้นกู้ 1000 ล้านบาท เพื่อทำโรงไฟฟ้า Biomass น่าจะทำได้ 10 MW
6. D/E ratio = 2.34 หลังการออกหุ้นกู้ เกิน 2 เท่า ไม่สามารถกู้เพิ่มได้แล้ว
7. ผู้ถือหุ้นใหญ่ AGE มีบริษัทนอกตลาดหุ้น คือ ABM ที่ผลิตเชื้อเพลิง Biomass
8. AGE จะได้ประโยชน์จาก ABM หรือ ผู้บริหารจะใช้ AGE ในการหาประโยชน์ให้ ABM ตรงนี้ไม่ชัดเจน
9. ถ้ามีโรงไฟฟ้า Biomass รวม 12 MW ตามกำลังปัจจุบัน ราคาตลาด 2.18 บาท สูงกว่า ราคาหุ้นพื้นฐาน 1.13 บาท
10. ดูแล้วไม่น่าลงทุน แค่น่าติดตามต่อ

[ คาดการณ์ในอนาคต ]

ผมจินตนาการว่า ถ้าผมเป็นผู้บริหารจะทำอย่างไรเพื่อให้ AGE พลิกฟื้นได้ ทางออกน่าจะเป็นการเพิ่มทุน
1. เพิ่มทุน นำเงินมาสร้างโรงไฟฟ้า Biomass เพิ่ม เพื่อสร้างกำไร (E)
2. ระหว่างการเพิ่มทุนอาจมีการเก็งกำไรราคาหุ้น เพื่อให้การเพิ่มทุนสำเร็จ
3. ถ้าเงินเพิ่มทุนสามารถนำไปสร้างโรงไฟฟ้า ที่สร้างกำไรพอชดเชยการ Dilute ราคาหุ้นจะไม่ลง

[ จุดสำคัญที่ต้องติดตาม ]

1. ราคาถ่านหิน ที่ส่งผลต่อธุรกิจหลักปัจจุบัน
2. แผนการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคต
3. แหล่งเงินทุนเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะมาจากการเพิ่มทุน
4. ปริมาณการซื้อขายหุ้นที่ดูมากผิดปกติ

[ คำถาม ]

ถึงแม้ AGE ไม่น่าลงทุนในวันนี้ แต่ก็ยังน่าติดตาม
ผมมีคำถามเดียวครับ เนื่องจากผมมีความรู้ไม่พอจินตนาการเรื่องนี้เองครับ
ผู้ถือหุ้นใหญ่ AGE สามารถใช้ประโยชน์จาก ABM ที่เป็นบริษัทของตัวเองให้เกิดประโยชน์ต่อ AGE ได้บ้างไหมครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ อ.ชาย ที่ให้ความรู้และจินตนาการในการลงทุนหุ้นมาโดยตลอด

ขอบคุณครับ

เรียนลูกศิษย์

1) ผมเห็นด้วยกับท่านคือ เราเข้าใจมันแล้ว แต่ยังไม่เข้าตา หากจะเกิดอะไรขึ้น ก็คงแค่เป็นการเก็งกำไรระยะสั้น

2) ถ้าจะลงทุนเพื่อหวังระยะสั้น หากเราเป็น VI เราไม่เอาแน่ คำตอบจึงออกมาว่า หาหุ้นตัวใหม่ลงทุนดีกว่า แต่ก็ไม่ทิ้งตัวนี้ เพราะจะเฝ้าดู หากเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เราก็จะเข้าใจหุ้นตัวนี้ และจินตนาการได้ดีกว่าคนอื่นๆ ทำให้เราตัดสินใจได้แม่นยำกว่า เข้าเป้ากว่า

ชาย กิตติคุณาภรณ์