Head ถามมาครูตอบไป

คำถามจากนักเรียน CII รุ่นที่ 5

สวัสดีครับอาจารย์

ผมเป็นนักเรียน CII ในรุ่น 5 กรุงเทพฯ ห้อง 1 อยากจะรบกวนสอบถามอาจารย์ดังนี้ครับ

  1. เรื่องการวิเคราะห์ ค่า Ratio ต่างๆ
    – อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) => ควรมีค่าขั้นต่ำเท่าไร และมากกว่าเท่าไรจึงจะ     ถือว่าดีครับ

– ความสามารถในการชำระหนี้ (Debt Coverage Ratio) => ควรมีค่าขั้นต่ำเท่าไร และมากกว่าเท่าไรจึงจะถือว่าดีครับ

– ระยะเวลาหมุนเวียนลูกหนี้ (A/R Turnover days) => ควรมีค่าอย่างมากเท่าไร และน้อยกว่าเท่าไรจึงจะถือว่าดีครับ

– ระยะเวลาหมุนเวียนเจ้าหนี้ (A/P Turnover days) => ควรมีค่าขั้นต่ำเท่าไร และมากกว่าเท่าไรจึงจะถือว่าดีครับ

– อัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (Inventories Turnover) => ควรมีค่าขั้นต่ำเท่าไร และมากกว่าเท่าไรจึงจะถือว่าดีครับ และค่า   มาตรฐานสำหรับหุ้นกลุ่มค้าปลีกควรเป็นเท่าไร

– ระยะเวลาหมุนเวียนเจ้าหนี้ (A/P Turnover days) => ในกรณีที่งบกำไรขาดทุนไม่ได้แยกต้นทุนขายออกมา แต่รวมเป็นต้น     ทุนขายและบริการ สามารถนำมาคำนวณแทนได้ไหมครับ

– ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (Inventories Turnover days) => ควรมีค่าอย่างมากเท่าไร และน้อยกว่าเท่าไรจึงจะถือว่าดีครับ และค่ามาตรฐานสำหรับหุ้นกลุ่มค้าปลีกควรเป็นเท่าไร

  1. ในธุรกิจเช่าซื้อเช่น SINGER การคิด A/R Turnover ต้องนำ ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปีมารวมกับ ลูกหนี้การค้าด้วยไหมครับ
  2. ในหุ้นกลุ่มที่มีการปล่อยสินเชื่อเช่น SINGER GCAP การวิเคราะห์ต้องมีจุดระวังเพิ่มเติม หรือ Ratio ที่ควรนำมาพิจารณาเพิ่มเติมด้วยไหมครับ
  3. หุ้นกลุ่มติดตามหนี้อย่าง JMT การวิเคราะห์ต้องมีจุดระวังเพิ่มเติม หรือ Ratio ที่ควรนำมาพิจารณาเพิ่มเติมด้วยไหมครับ

 

เรียน ลูกศิษย์

1) Interest Coverage Ratio ขั้นต่ำอยู่ที่ 1.5 เท่าครับ ส่วนเท่าไหร่ถึงดีอันนี้ต้องดูที่ความแน่นอนของรายได้ครับ

2) Debt Service Coverage Ratio ไม่ควรต่ำกว่า 1 ครับ เพราะถ้าต่ำกว่า 1 แปลว่า เจ้าของต้องควักทุนมาจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยประจำเดือน เพื่อที่จะให้โครงการยังดำเนินต่อไปได้ ที่เคยเห็นแบงก์จะกำหนด DSCR ไม่ให้ต่ำกว่า 1.1 ครับ

3) A/R Turnover ยิ่งมากยิ่งดีครับ จะดูว่าดีหรือไม่ดีต้องเอาไปหา A/R days และเอาตัวเลขไปเทียบกับนโยบายการปล่อยเครดิตของบริษัทครับ ถ้า A/R days ใกล้เคียงหรือน้อยกว่านโยบายการปล่อยเครดิตก็ถือว่าเยี่ยมครับ

4) A/P Turnover ให้ดูประวัติย้อนหลังและเทียบเคียงกับบริษัทอื่นที่อยู่ในธุรกิจที่คล้ายคลึงกันเป็นหลักครับ ถ้า A/P Turnover ต่ำมากๆ แปลว่าเราดึงหนี้ได้นาน เราก็ต้องไปตรวจเช็คว่าที่บริษัทดึงหนี้ไว้เพราะขาดสภาพคล่องหรือว่าด้วยอำนาจการต่อรองทางการค้าถึงทำอย่างนั้นได้ เพราะถ้าเราขาดสภาพคล่องในอนาคต suppliers อาจไม่อยากปล่อยเครดิตให้เราก็เป็นได้

5) Inventory Turnover ยิ่งสูงยิ่งดีครับ อยากรู้ว่าอัตราส่วนดีหรือไม่ต้องเข้าไปศึกษาประวัติบริษัท เทียบเคียงบริษัทที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน และเข้าทำความเข้าใจกับธุรกิจประเภทนั้นๆ อย่างลึกซึ้งครับว่ามีธรรมชาติอย่างไร

6) สามารถใช้แทนกันได้ครับ มีตัวเลขให้ดูคร่าวๆ ให้พอเห็นภาพก็ยังดีครับ

บางบริษัทมีการแยกตัวเลขให้ดูในหมายเหตุงบการเงินครับ

7) Inventory Days ใช้หลักการเดียวกับข้อ 5) ครับ

8) ใช้ลูกหนี้การค้าอย่างเดียวครับ ถ้าเข้าไปอ่านหมายเหตุงบการเงินจะพบว่า ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อแสดงด้วยมูลค่าแรกเริ่มตามสัญญาเช่าซื้อ เพราะฉะนั้นจึงไม่เหมาะในการนำเอาไปคำนวณ A/R Turnover ครับ

9) ทั้งปล่อยสินเชื่อและติดตามหนี้ต้องจับตาดู NPL Ratio เป็นพิเศษครับ หรืออัตราหนี้เสีย สามารถคำนวณได้โดยเอาตัวเลข NPL มาจากหมายเหตุงบการเงิน หารด้วยจำนวนเงินที่ปล่อยกู้ครับ

 

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา

ด้วยความเคารพ
พงศกร บุญวรเมธี
ที่ปรึกษาทางธุรกิจ