Head ถามมาครูตอบไป

วิเคราะห์หุ้น CKP

เรียนท่าน อาจารย์ชาย

ดิฉันเป็นนักเรียน CII ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ให้ความรู้ จากคนที่ไม่รู้เรื่องงบการเงินเลย และไม่รู้ว่าต้องดูข้อมูลที่ไหน ดิฉันรู้ตัวว่าเป็นคนหัวไม่เร็ว จึงต้องพยายามอย่างมาก อ่านหนังสือทุกเล่มที่อาจารย์สอน รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง อาศัยอ่านผ่านตา เผื่อจะนึกออก ดิฉันคิดอยู่นาน ว่าจะส่งการบ้านให้อาจารย์ ตรวจดีมั๊ย เพราะความรู้เพิ่งแค่ชั้นอนุบาล แต่ถ้าไม่ลงมือ เราก็จะไม่รู้ว่าเรามาถูกทางมั๊ย ขอให้อาจารย์ ชี้แนะด้วยนะค่ะ

CKP บริษัท ซี เค เพาเวอร์

ดำเนินธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยรายได้หลักมาจาก

1. โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ

* โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ckp CKP ถือหุ้น 56% กำลังการผลิต 615 MW กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 258.3 MW

  1. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

*บริษัท บางเขนชัย จำกัด
CKP ถือหุ้น 100% กำลังการผลิต 8 MW ขายให้ (กฟผ.) 8 บาทต่อหน่วย

*บริษัท นครราชสีมา จำกัด
CKP ถือหุ้น 30% โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบ Thin Film กำลังการผลิต 6 MW กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 1.8 ขายให้ (กฟผ.) 8 บาทต่อหน่วยเป็นเวลา 10 ปี

*บริษัท เชียงราย โซลา ฟาร์ม
CKP ถือหุ้น 30% โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบ multi-crystalline กำลังการผลิต 8 MW กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 2.4 MW ขายให้ (กฟผ.) 8 บาทต่อหน่วยเป็นเวลา 10 ปี

  1. โรงไฟฟ้าพลังความร้อน

*บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (โครงการ 1)
CKP ถือหุ้น 65% โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบโคเจนเนอเรชั่น กำลังการผลิต 117.5 MWกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 76.4 MW ขายให้ (กฟผ.)

บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (โครงการ 2)
CKP ถือหุ้น 65% โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบโคเจนเนอเรชั่น กำลังการผลิต 120 MWกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 78 MW ขายให้ (กฟผ.) วันเดินเครื่องเชิงพาณิชย์มิถุนายน 2560
คำถาม บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (โครงการ 2) เดินเครื่องปี 60 ถึงจะจ่ายไฟได้ และรับรู้รายได้ แต่ในบันทึกค่าใช้จ่าย ในงบการเงิน ตรง NOTE บันทึกค่าใช้จ่ายแล้ว **ดิฉันเข้าใจถูกต้องมั๊ยค่ะ

(1) ยังไม่ได้เริ่มดำเนินธุรกิจการค้า

ในเดือนมกราคม 2556 บริษัทฯได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ทำให้บริษัทฯมีสัดส่วนการลงทุนในบริษัทดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 46 เป็นร้อยละ 65 โดยมีรายละเอียดตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 10 และเนื่องจากเงื่อนไขในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องโครงสร้างการบริหารและการตัดสินใจทางการเงินและการดำเนินงานเชิงเศรษฐกิจซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นอีกรายหนึ่งได้หมดไปนับจากวันที่บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด เริ่มดำเนินการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (วันที่ 28 มิถุนายน 2556) ดังนั้น บริษัทฯจึงมีอำนาจควบคุมในบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด และถือว่าบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทย่อย โดยบริษัทฯ ได้นำงบการเงินของบริษัทย่อยดังกล่าวมารวมในการจัดทำงบการเงินรวมตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2556

คำถาม หากดิฉันเข้าใจถูกต้อง CKP รายได้จะโต และกำไรเพิ่มขึ้น เราจะประเมิน กำไรโตขึ้นได้อย่างไร เพื่อคาดการณ์ ราคาหุ้น
หากประเมิณ ราคาหุ้นจาก มูลค่าทางบัญชี 10.61บาท ราคาหุ้น 17.5 บาท คิด 2 เท่า ของ BV ราคาหุ้น
คิด 2 เท่า ของ BV ราคาหุ้น คือ 21.22 บาท
คิด 3 เท่า ของ BV ราคาหุ้น 31.83 บาท

คำถาม Ckp จะแตกพาร์ วันที่มีผล 20 เม.ย. 2558 จาก 5 บาท เป็น 1 บาท จะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น และจะมีผล ต่อ มูลค่าทางบัญชี หรือเปล่าค่ะ

current ratio = 1.87 / Quick ratio = 1.85 / A/R Turnover = 78 / Inventory ratio =4.02 / D/E Ratio=0.89

ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ


เรียน ลูกศิษย์

  1. ผมดีใจมากที่เห็นท่านนำความรู้จากการเรียนไปปฏิบัติจริง
  2. เรื่องโรงไฟฟ้าบางปะอิน โครงการ 2 ที่ท่านหารือมาขอให้ท่านเข้าไปศึกษาจากเอกสาร “รายงานการได้มาซึ่งสินทรัพย์ฯ” ที่ทาง CKP แจ้งมาที่ SET ในหัวข้อ “ข่าว” ในนั้นจะมีรายละเอียดของแต่ละโครงการที่แจ้งให้นักลงทุนทราบไว้ทั้งหมด
  3. เรื่องค่าใช้จ่ายในงบการเงินจะต้องบันทึกตั้งแต่เริ่มโครงการ ขอให้ท่านลองนึกภาพ Cash Flow ว่าในนั้นจะมีค่าใช้จ่ายต่างๆในโครงการ อย่างเช่นค่าออกแบบที่เริ่มมีตั้งแต่ต้นก่อนการก่อสร้าง
  4. ประเด็นที่ว่า CKP จะมีรายได้โตขึ้นหรือไม่ ท่านต้องพิจารณาก่อนว่า CKP มีโครงการที่กำลังสร้างกี่โครงการ แล้วไล่เรียงเวลาในการก่อสร้างดูให้เห็นภาพ เช่น โครงการ A เสร็จเดือน 6 โครงการ B เริ่มสร้างเดือน 12 แบบนี้หมายความว่า จะรับรู้รายได้จากโครงการ A ในเดือน 6 พอเดือน 12 จะเริ่มมีค่าใช้จ่ายจากโครงการ B ทำให้กำไรอาจจะลดลงไป ซึ่งจะลดลงไปเท่าไหร่ต้องกลับมาพิจารณาขนาดของโครงการว่าจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เช่นโครงการ A มีกำไร 100 ล้าน แต่พอถึงเดือน 12 มีค่าใช้จ่ายจากโครงการ B ที่มีขนาดใหญ่มากๆถึง 300 ล้าน กำไรที่ได้มาจาก A ก็ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจาก B งบการเงินก็จะแสดงผลขาดทุน เพราะค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้
  5. อย่างกรณีของ CKP เมื่อเพิ่มสัดส่วนของโครงการบางปะอินจาก 46% เป็น 65% อาจารย์มิตรทองสอนว่า “หากถือหุ้นเกิน 50% หรือมีอำนาจการบริหาร เข้าข่ายมีอิทธิพลอย่างมีสาระสำคัญต้องจัดทำงบการเงินรวม” หมายความว่า CKP ต้องนำเอางบของโรงไฟฟ้าบางปะอินมารวมกับงบตนเอง
  6. สรุปคือท่านต้องรู้ข้อมูลที่สำคัญ เช่น ขนาดโครงการ รายได้ที่ปรึกษาทำประมาณการณ์ไว้ กำหนดเสร็จ ฯลฯ ท่านจะมองเห็นอนาคตของหุ้นตัวนั้นว่าจะมีรายได้เข้ามาอย่างไร ช่วงไตรมาสไหนจะมีค่าใช้จ่ายที่มาเบียดบังกำไรไปบ้าง หรือ หากโครงการสร้างเสร็จหมด รายได้จะมีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ E จะโตเรื่อยๆ BV จะเพิ่มเรื่อยๆ แผนการในการเข้าซื้อจึงบังเกิดด้วยตนเองไม่ต้องพึ่งนักวิเคราะห์
  7. การประเมินมูลค่าคือการคาดการณ์ E เมื่อท่านศึกษาข้อมูลโครงการท่านจะมองเห็น E
  8. เรื่องการแตกพาร์ไม่มีผลต่อ BV ครับ เพราะทุนจดทะเบียนเท่าเดิม แต่ราคาต่อหุ้นลดลง จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นมาชดเชยในสัดส่วนที่เท่ากัน ไม่มีผลต่อ BV
  9. ลองศึกษาคอลัมน์ “เจาะหุ้น ตอน EE” ผมเขียนการตีความสาระสำคัญจากรายงานที่ปรึกษาฯ ของโครงการ SSUT ที่ EE เข้าไปถือหุ้น ท่านสามารถนำมาเทียบเคียงไปประยุกต์ใช้กับ CKP ได้

ชาย กิตติคุณาภรณ์