Head ถามมาครูตอบไป

วิเคราะห์หุ้น PDI จากลูกศิษย์ CII รุ่นที่ 5

เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ ผมเป็นนักเรียน CII รุ่นที่ 5 ห้องที่ 2
นี่เป็นอีเมล์ฉบับแรกที่ได้ส่งมาคุยครับ

ผมติดตามหนังสือของอาจารย์มาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่สมัยจบม.ปลายใหม่ๆ พอทราบข่าวว่าอาจารย์ได้กลับมาเปิดคอร์สสอนก็ดีใจมาก จึงไม่พลาดที่จะสมัครเรียนทันที

ตอนนี้ก็เรียนใกล้จบคอร์สแล้ว บอกเลยว่าคุ้มเกินคุ้มครับ

เป็นดังที่อาจารย์ได้สอนผมเสมอ จะซื้อหุ้นตัวใดต้องเกิดความรู้สึก เพราะความรู้สึกคือจิต จิตคือความรู้สึก ความคิดไม่ใช่จิต

เหมือนเวลาเราขับรถตอนกลางคืน เราเปิดไฟหน้าวิ่ง แม้ไม่ได้เห็นถนนไปจนสุดทางแต่เราก็สามารถขับไปได้จนถึงที่หมายที่ไกลๆได้ ยิ่งเป็นเส้นทางที่เราใช้ประจำเราก็ยิ่งรู้และรู้สึกได้ว่าตรงไหนมีโค้ง ตรงไหนควรจะเร่งเครื่องหรือเบาคันเร่งลง

การมองธุรกิจก็มีความคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะนักลงทุนซึ่งไม่จำเป็นต้องรู้อะไรทั้งหมดก็สามารถที่จะจินตนาการถึงอนาคตได้

การเล่นหุ้นหากยึดแต่ข้อมูลผิวๆ ที่เค้าให้เราได้เห็นตรงหน้าโดยไม่ใช้จินตนาการประกอบ เราก็จะเป็นได้เพียงแค่ผู้ตามที่ไม่สามารถจะหยิบฉวยโอกาสที่อยู่ตรงหน้าก่อนใครได้เลย โดยเฉพาะเจ้ามือ (เอกสาร pdf ที่แนบมาเป็นการสรุปรายงานประจำปี และผมได้แนบ spread sheet อัตราส่วนทางการเงินที่ได้จาก fpmconsultant ลงไปด้วย โดยที่ผมมีการพัฒนาเพิ่มเติมบางส่วน หวังว่าจะมีประโยชน์และช่วยแบ่งเบาภาระอาจารย์บ้างครับ)

สรุปรายงานประจำปี บ.ผาแดง อินดัสตรี
จำกัดมหาชน 2557

1

 

 

2

 

 

3

 

4

 

PDI ก่อตั้งเมื่อ 10/4/2524 ทุนจดทะเบียน 2,260 ลบ. ธุรกิจหลักคือผลิตและจำหน่ายโลหะสังกะสีบริสุทธิ์และผสม

ปี 2557 ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างใหม่ครั้งสำคัญเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
โดยมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

PDI ทุนจดทะเบียน 2,260 ลบ.
226 ลห. พาร์ 10 บาท

ธุรกิจหลักแบ่งเป็น 3 สาย
ผ่านทาง บ.ย่อย 3 แห่ง คือ

1.PDI Material ผลิตและจำหน่ายโลหะสังกะสีและโลหะพื้นฐานอื่นๆ (บ.ต้นสังกะสี, บ.ผาแดงลาว,บ.ภูเทพ) บ.ย่อยทั้ง 3 แห่งบันทึกมูลค่าเงินลงทุนเป็น 0

2.PDI Energy ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทน
(พีดีไอตากโซล่าร์วัน, พีดีไอตากโซล่าร์ทู, พีดีไอตากโซล่าร์ทรี
ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก)
โดยทั้ง 3 บ. พึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2557

3.PDI Eco ธุรกิจการจัดการของเสียอุตสาหกรรม และ บ.แม่สอดพลังงานสะอาด ผลิตเอทานอลจากอ้อย โดยพีดีไอถือหุ้น 35% (อีก 65% ไม่รู้ใครถือ)

กลยุทธ์องค์กร

ปี 2557
บริษัทสามารถทำให้มีกำไรในธุรกิจสังกะสีแต่ธุรกิจสังกะสีเพียงอย่างเดียวไม่อาจสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ในระยะ 2 ปีข้างหน้าที่แร่จากเหมืองแม่สอดจะหมดลง บริษัทจึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจโดยเน้นการผลิตสังกะสีที่มีมูลค่าเพิ่มและดำเนินธุรกิจใหม่ โดยจัดตั้งคณะทำงานเพิ่มศึกษาและประเมินการลงทุนในแต่ละกลุ่มธุรกิจ พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรและควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับโครงการลงทุนใหม่ๆ ตามแผน Diversification Project ที่จะเกิดขึ้นตามมา

ความคืบหน้าของธุรกิจสีเขียว

งบการเงินที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทมีความพร้อมในการลงทุนธุรกิจใหม่ ในเบื้องต้นจะใช้เงินลงทุน 1,500 ลบ. ในช่วงระยะเวลา 3 ปีจากนี้ไป ประกอบด้วย

1.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 48 MW ที่จะใช้พื้นที่บ่อเก็บแร่ของโรงงานที่ตาก ซึ่งมีความได้เปรียบเพราะอยู่ใกล้กับสถานีไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

2.โรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 54 MW ที่นครราชสีมา ซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดสถิติแรงลมแล้วเป็นเวลา 1 ปี

(ทั้ง 2 โครงการได้ศึกษาด้านเทคนิคและการลงทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเพียงนโยบายการจัดทำสัญญาการซื้อขายไฟฟ้าหรือ PPA ใหม่ที่จะเปิดภายในปี 2558 ซึ่งหากได้ใบ PPA มาก็จะสามารถลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จได้ภายใน 1-2 ปี)

3.โรงไฟฟ้าชีวมวลหรือไบโอแมส ขนาด 8 MW ที่สุราษฎร์ ซึ่งใช้ทะลายปาล์มเป็นเชื้อเพลิง โดยพีดีไอมี PPA อยู่แล้ว รอเพียงแต่การศึกษารายละเอียดด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับโครงการ

นอกจากนี้ยังมีโรงงานกากของเสียอุตสาหกรรมที่ระยองและตาก และโครงการรีไซเคิลขยะซึ่งยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน

สารจากคณะกรรมการ

บริษัทมีงบการเงินที่แข็งแกร่งและบริหารเงินสดได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผ่านพ้นสภาวะความยากลำบากที่สุดมาได้นับจากปี 2553 เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ธุรกิจสีเขียวซึ่งจะเริ่มต้นในปีนี้ บริษัทได้สะสมเงินทุนไว้ในบัญชีเงินฝากธนาคารที่พร้อมนำมาใช้เมื่อเริ่มดำเนินการ และเงินสดส่วนนึงจะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นค่าชดเชยพนักงานที่จะถูกเลิกจ้างเนื่องจากการยุติธุรกิจเดิมบางส่วน บริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการใหม่ๆ จำนวนมาก จนได้ข้อสรุปเป็น PDI Ways ว่า อนาคตของบริษัทไม่อาจจำกัดอยู่ในธุรกิจสังกะสีเพียงอย่างเดียว เราต้องเตรียมความพร้อมไปสู่ธุรกิจใหม่อย่างรอบคอบและต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงที่กิจกรรมการผลิตสังกะสีที่เหมืองแม่สอดจะหมดลง พีดีไอได้ทำการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพนักงานเก่าที่จะต้องได้รับการดูแลชดเชยเมื่อจะต้องจากกันไป รวมถึงจะต้องสรรหาพนักงานใหม่เพื่อรองรับธุรกิจใหม่ของบริษัท

ในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ (2558-2560) แผนการลงทุน 1,500 ลบ. ในธุรกิจเป้าหมายคือ พลังงานทดแทน การจัดการของเสียอุตสาหกรรม และธุรกิจรีไซเคิล โดยโครงการสีเขียวที่บริษัทมุ่งเน้นลงทุนล้วนเป็นโครงการที่อยู่ในวาระแห่งชาติของรัฐบาล

แนวโน้มธุรกิจสังกะสีในปี 2558 ความต้องการยังคงมีปริมาณคงที่ บริษัทคาดว่าราคาสังกะสีจะทรงตัว จึงจะมุ่งเน้นผลิตโลหะสังกะสีในส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมารองรับ

วัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน ในปี 2558-2559
ด้านเศรษฐกิจ

1.ลงทุนธุรกิจใหม่

2.คงปริมาณการผลิตสังกะสี

3.แผนการปิดเหมือง

การบริหารทรัพยากรบุคคล

ปี 2557 พีดีไอมีพนักงานทั้งสิ้น 856 คน อัตราการเข้าออกของพนักงานอยู่ที่ 5.16% ใช้งบประมาณค่าจ้างและผลตอบแทนพนักงานทั้งสิ้น 510 ลบ. พนักงานร้อยละ 85 เป็นคนท้องถิ่น บริษัทได้เตรียมแผนงานฝึกอาชีพพนักงานรองรับการปิดเหมืองปี 2560 ซึ่งจะต้องเตรียมแผนลดกำลังพลโดยเลิกจ้างพนักงานและจัดทำแผนโอนย้ายตำแหน่งหรืออาชีพ พร้อมทั้งจัดหลักสูตรอบรมอาชีพตามความต้องการของพนักงาน

ห่วงโซ่อุปทานของพีดีไอ

แหล่งวัตถุดิบ(วัตถุดิบรีไซเคิล,แร่สังกะสีซัลไฟด์นำเข้า,แร่ซิลิเกตจากเหมือง)
การผลิต(โรงงานปรับสภาพวัตถุดิบระยอง,โรงย่างแร่ระยอง,โรงถลุงแร่ตาก)
ผลิตภัณฑ์(สังกะสีบริสุทธิ์,สังกะสีผสม) ลูกค้า(อุตสาหกรรมชุบสังกะสี,อุตสาหกรรมฉีดสังกะสี)

ภาวะอุตสาหกรรม

ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่หดตัวจนถึงไตรมาส 3 2557 ในหลายๆ อุตสาหกรรม จนเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายปี ส่งผลให้ปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่าปริมาณการผลิตและการนำเข้าจึงส่งผลให้ราคาขายปรับตัวสูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาสังกะสีโลกจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นในปี 2558 เนื่องจากปริมาณการผลิตสังกะสีโลกไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งนี้บริษัทจะยังคงตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายเท่าปี 2557 โดยบริษัทจะมุ่งเน้นจำหน่ายโลหะสังกะสีผสมเป็นหลัก

การทำเหมืองแร่และปริมาณแร่สำรอง

พีดีไอได้ตัดสินใจยกเลิกคำขอประทานบัตรใหม่ในพื้นที่เหมืองแม่สอด เนื่องจากศาลได้มีคำพิพากษาไม่ให้มีการดำเนินกิจกรรมเหมืองใหม่ในพื้นที่คุ้มครองลุ่มน้ำ พีดีไอจึงจัดทำแผนปิดเหมืองให้สอดคล้องกับแผนการหยุดผลิตแร่ภายในสิ้นปี 2559 หรืออย่างช้าต้นปี 2560 ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตามแผนตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไปจนถึงปี 2564 ในขั้นแรกจะดำเนินกิจกรรมเหมืองในช่วง 2 ปีสุดท้ายก่อนการหยุดผลิตแร่ และอีก 5 ปีจะเป็นช่วงของการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

การดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน

บริษัท แม่สอดพลังงานสะอาด จำกัด

ดำเนินการผลิตเอทานอลได้เป็นปีที่ 6 โดยผลิตได้ทั้งสิ้น 66 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน โดยมีปริมาณอ้อยส่งเข้าโรงงาน 300,000 ตัน แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายเพราะเกษตรกรยังไม่มีความชำนาญในการปลูก บริษัทจึงต้องจัดหากากน้ำตาลจากภายนอกมาป้อนกระบวนการผลิตอีก 160,000 ตัน ทำให้บริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น 74 ล้าน kW +7% จากปีก่อน และจำหน่ายไฟในส่วนเหลือใช้ให้แก่การไฟฟ้าได้ 43 ล้าน kW +41% จากปีก่อน ทำให้บริษัทแม่สอดพลังงานสะอาดมีกำไรเป็นปีแรกจำนวน 3.1 ลบ. ทั้งนี้บริษัทจะพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้นเพื่อเพิ่มผลกำไร

ความคืบหน้าของกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

บ.ภูเทพ จำกัด

เหมืองทองแดงที่ตั้งอยู่ จ.เลย แม้การสำรวจจะพบว่าคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ แต่การขอสัมปทานเหมืองแร่ยังคงมีความยากลำบากอย่างมาก ซึ่งผลจากทัศนคติเชิงลบของชาวบ้านจึงทำให้ขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ สำเร็จได้ บริษัทจึงได้ตัดสินใจตั้งสำรองด้อยค่าในเงินลงทุนและได้เจรจากับผู้ร่วมทุนเพื่อหยุดดำเนินงาน

บ.ผาแดง ประเทศลาว จำกัด

หากดำเนินการสำรวจต่อไป บริษัทจะเกิดภาระค่าใช้จ่ายอีกเป็นจำนวนมาก พีดีไอจึงตัดสินใจที่จะยุติการสำรวจและตั้งด้อยค่าในเงินลงทุน บริษัทได้รับการติดต่อจากผู้สนใจที่จะลงทุนและพัฒนาโครงการต่อ การเจรจาดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปบางประเด็นในปี 2558

บริษัท พีดีไอ อีเนอร์ยี จำกัด

เป็นบริษัทที่เปลี่ยนชื่อมาจาก บริษัท ผาแดง อินเตอร์ไมนิ่ง จำกัด เมื่อ มิถุนายน 2557 เพื่อรองรับการปรับแผนกลยุทธ์ของกลุ่มในการดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน ปัจจุบันยังไม่มีโครงการการลงทุนใดๆซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้และรอความชัดเจนต่างๆ บริษัทคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

บริษัท พีดีไอ อีโค จำกัด

จัดตั้งขึ้นเมื่อ มิถุนายน 2557 เพื่อรองรับแผนกลยุทธ์ของกลุ่มพีดีไอในการดำเนินงานธุรกิจบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

บริษัท แม่สอดพลังงานสะอาด จำกัด

เริ่มมีกำไรเป็นปีแรก จำนวน 3.1 ลบ. ทั้งนี้บริษัทยังต้องบริหารจัดการสภาพคล่องในการผลิตให้ดียิ่งขึ้น

คณะกรรมการบริษัท

1.อาสา สารสิน อายุ 78 ปี ประธานกรรมการ

2.ฟรานซิส แวนแบเลน อายุ 56 ปี กรรมการผู้จัดการ

3.พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อายุ 87
ปี กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ

4.คาเรล วินค์ อายุ 76 ปี กรรมการอิสระ

5.วินัย วามวาณิชย์ อายุ 74 ปี

6.อัศวิน คงสิริ อายุ 69 ปี กรรมการอิสระ

7.พินิต วงศ์มาศา อายุ 70 ปี กรรมการอิสระ

ข้อพิพาททางกฎหมาย

คดีทั้งปัจจุบันและอดีตมีหลายคดี ส่วนใหญ่เป็นคดีที่ถูกชาวบ้านในพื้นที่ฟ้องร้องเรื่องการปนเปื้อนของโลหะ แต่ค่าเสียหายจากคดีที่ศาลตัดสินให้พีดีไอแพ้คดีนั้น เป็นจำนวนเงินที่น้อยเมื่อเทียบกับฐานะทางการเงินของบริษัท

(ถ้าข้อมูลมีส่วนใดพิดพลาด ต้องขอกราบอภัยด้วยครับ)


ตอบลูกศิษย์ :

1) ผมดีใจมากที่ได้อ่านจดหมายของท่าน รู้สึกถึงคุณค่าของชีวิตที่อย่างน้อยก็ได้มีโอกาสทำให้ท่านเห็นในสิ่งที่ผมอยากให้เห็น

2) ตอนนี้ท่านเห็นในสิ่งที่ผมอยากจะให้ท่านเห็นแล้ว นับจากวันนี้และต่อไปในภายภาคหน้า ท่านจะประสบความสำเร็จแน่นอน เซ้นส์ของผมบอกแบบนั้น และคนข้างในของผมเขาก็ดีใจไปกับท่านด้วย

ชาย กิตติคุณาภรณ์