Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

เรียน อ. ชาย
จากในห้องเรียน ที่ได้ข้อมูลว่า iec จะมีกำไร 200 ล้านในปี 58
ผมหา Eps = 200M/จำนวนหุ้น
จากข้อมูลใน settread.com มีหุ้นสามัญจดทะเบียน 180,795,930,000 หุ้น
Eps สิ้น58 ออกมาได้ 0.0016 บาท
BV57 = ส่วนผู้ถือหุ้น57 หาร จำนวนหุ้นข้างบน = 2,859,693,701 บาท/180,795……
คำถามที่ 1 ตรง ส่วนทุน ข้อมูลใน set แจ้งว่า ส่วนผู้ถือหุ้น 2,640,054,656 บาท แต่ในงบมันเป็น 2,859,693,701ใช้ตัวไหนครับ????
ผมขอใช้ 2859…. แทนก่อนครับ ฉนั้น BV57 = 0.015817 BV58 = Epsสิ้น58(อนาคต)+BV57(ข้อมูลอดีต) = 0.016+0.0158 = 0.031 จับ BV58 x 4 = 0.124 บาท

คำถาม
วิธีหา BV58 คือการเอา Bvปีก่อน นั่นคือ ปี 57 มา บวกด้วย กำไรต่อหุ้น E (Eตัวเดียวกับที่ อาจารย์ชอบเน้น E โต 100% ราคาขึ้น100%) กรณีนี้ เราไม่ต้องเดา E เพราะท่านประธานบอกมา 200M ด้วยตัวท่านเอง อันนี้ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ

2 ที่ไม่เข้าใจคือเรา เอา BV ใหม่มาคูณ 4 เพื่อ ให้มันเป็นไปตามกฎ ที่ว่ามันจะต้องรักษาระดับ ไว้ที่ 3-4 เท่า ถูกมั้ยครับ
เมื่อเอาข้อมูลมาเทียบกับ ท่านประธานรอบก่อนเรื่อง market cap 25,000M มาดู 25,000M หาร จำนวนหุ้น = 0.138 ก้อได้คำตอบว่า 0.124 กับ 0.138 ใกล้เคียงกัน งานนี้ต้องรีบไปขายบริการเพื่อเอาเงินมาซื้อ เพราะขึ้นชัว คำถามคือ ผมไม่เข้าใจ เจ้า marketcap คืออะไร มาจากไหน มันจะอยู่ตรงไหนของงบการเงิน
รบกวน อาจารย์ ให้ความกระจ่างชัดกับกระผมด้วยครับ
ปล การบ้าน TSE พักไว้ก่อนนะครับ เอาเรื่องนี้ก่อนครับ ผมจะไปทำการบ้านเรื่อง
ipo ต่อครับ ไม่ได้ลืมครับ


ตอบลูกศิษย์

1). ส่วนของผู้ถือหุ้น จะแสดงในงบการเงินเป็น 2 รายการคือ

1.1 รวมส่วนของผู้ถือหุ้น กรณี IEC = 2,859,693,701 บาท

1.2 ส่วนได้เสียในบริษัทย่อยที่ไม่อยู่ในอำนาจควบคุม = 219,639,045 บาท
ส่วนนี้แหละครับคือส่วนของโรงไฟฟ้าขยะที่ EGCO ถือหุ้นส่วนที่เหลือจาก IEC
ขยายความกันอีกสักนิด ก็คือ บริษัท A ถือหุ้น บริษัท B 60% ซึ่ง A
ได้สิทธิการจัดทำงบการเงินรวมของ B
มารวมกับงบของตนเองก็จริงแต่เวลารับรู้กำไรหรือขาดทุน A
จะได้ตามสัดส่วนที่ถือหุ้นครับคือ 60% ส่วนที่เหลือ 40%
นี้แหละครับคือส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมที่ผมกล่าวมา

1.3 รวมส่วนของผู้ถือหุ้น – ส่วนได้เสียในบริษัทย่อยที่ไม่อยู่ในอำนาจควบคุม
= “รวมส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท”
แทนค่าในสมการจะได้; 2,859,693,701- 219,639,045 = 2,640,054,656 บาท (รูปที่ 1)
– ปกติแล้วผมจะใช้ “รายการ รวมส่วนของผู้ถือหุ้น” ยกเว้นว่า
ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมจะมากพอจนมีนัยสำคัญ ผมถึงจะไปใช้
“รวมส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท” ครับ

1.4 หากท่านจะใช้ตัวเลข 2,640,054,656 บาท มาคำนวณ BV
ผมก็มองว่าเป็นการคิดแบบอนุรักษ์ ไม่ได้ผิดอะไรครับ

2). BV ปี 57 = 2,859,693,701 ÷ 180,795,930,000 (จำนวนหุ้นชำระแล้ว)
= 0.0158 บาทต่อหุ้น
สมมติว่าเราเชื่อข่าวที่ผู้บริหารบอกว่าปี 58 IEC จะมีกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท
จะได้ BV ปี 58 ของ IEC = [ 2,859,693,701 + 574,968,420(PP) + 200,000,000(กำไร) ] ÷
180,795,930,000
= 0.02 บาทต่อหุ้น
ทำให้ได้ราคาที่
3BV = 0.06 บาท
4BV = 0.08 บาท
5BV = 0.10 บาท
6BV = 0.12 บาท

3). ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องของ ส่วนของผู้ถือหุ้น
ได้ในคอลัมน์ติวหุ้นให้เพื่อนที่ผมเคยเขียนไว้

4). Market Cap. คือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ซึ่งหาได้จากสมการ
Market Cap = จำนวนหุ้น(ชำระแล้ว) x ราคาตลาด

4.1 สามารถดูค่า Market Cap ได้ที่ www.set.or.th หัวข้อ
“งบการเงิน/ผลประกอบการ” (รูปที่ 2)
เช่นในปัจจุบันราคาปิด(ราคาตลาด) ณ วันที่ 24/3/58 = 0.05 บาท
Market Cap = 180,795,930,000 x 0.05
= 9,039,796,500 บาท
= 9,039.80 ล้านบาท (ตรงกับในรูป)

5). กรณี Market Cap 25,000 ล้านบาทที่สิ้นปี 58
ที่ผู้บริหารให้ข่าวไว้จะทำให้เราหาราคาหุ้นได้ดังนี้
เอาจำนวนหุ้น PP = 15,971,345,000 หุ้น คิดรวมเข้าไปด้วย
25,000,000,000 = [180,795,930,000 + 15,971,345,000] x ราคาตลาด
ราคาตลาด = ประมาณ 0.13 บาท โดยประมาณ ครับ

ด้วยความเคารพ
กำพล อังศุเกษตร์