Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

หลังจากเห็นคำตอบอาจารย์ ผมเกิดคำถามขึ้นมา 4 ข้อด้วยกันครับ

1.  ทำไมอาจารย์ถึงเลือกใช้ กำไรสุทธิ ในการคิดลด แทน B-C เลย?

ข้อดีข้อเสียแตกต่างจากการนำเอา FCFมาคิดลดอย่างไรครับ? (ผมเข้าใจว่าตามทฤษฎีการเงิน มักจะใช้ FCF ในการคิดลด)

  1. แล้วอาจารย์ใช้อะไรในการคิดลด กำไรสุทธิครับ ?
    ใช่ผลตอบแทนที่อาจารย์ต้องการเลยรึเปล่าครับ?
  2. การเติบโตของกำไรสุทธิ ในช่วงที่เป็น terminal value
    อาจารย์ให้เติบโตกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปีหรือครับ? มีเกณฑ์อะไรหรือไม่?
  3. ค่าที่ได้จากการคิดลด กำไรสุทธิ นำไปหารด้วยจำนวนหุ้นชำระแล้ว จะได้ราคาหุ้นเป้าหมาย ใช่มั้ยครับ? หรือราคาหุ้นสูงสุดที่จะเป็นไปได้?

ด้วยจิตคารวะครับ
ลูกศิษย์


ตอบลูกศิษย์ :

ข้อ 1) B – C ต้องเสียเวลาหาข้อมูลเยอะ และข้อมูลที่หาต้องหามาจากการตั้งสมมติฐาน ซึ่งโอกาสพลาด (ผิด) มีสูง ผมจึงใช้กำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุนแทน B – C เพราะกำไรสุทธิมีค่าน้อยกว่า B – C แน่ สาเหตุเพราะในกำไรสุทธิมีหักค่าเสื่อมราคาออก แต่ใน B – C ใน C ไม่มีค่าเสื่อมราคา ทำให้ B – C เหลือมากกว่ากำไรสุทธิ

กำไรสุทธิที่ผมใช้ ผมก็ดูย้อนหลังไปหลายๆ ปี ดูว่ากิจการให้กำไรสุทธิใกล้เคียงกันหรือไม่ ทำให้ผมรู้กำไรสุทธิโดยประมาณ ตอนตั้งต้นทำ CF หลังจากนั้นผมก็คาดการณ์กำไรสุทธิปีต่อๆ ไป จากข้อมูลทุกข้อมูลที่ผมได้รับ ทำให้ผมได้ กำไรสุทธิปี 1, 2, 3, 4 ไล่ไปเรื่อยๆ

ประเด็นนี้อยากให้ท่านนึกถึงการวิเคราะห์ที่ Conservative ที่ใช้ข้อมูลจากกำไรสุทธิ ทำให้ราคาหุ้นออกมาต่ำกว่าการใช้ B – C ทำให้เราเอาผลการวิเคราะห์ที่ได้เปรียบเทียบกับราคาในปัจจุบัน แล้วเกิดความรู้สึกมากๆ ว่า ราคาในปัจจุบันถูกหรือแพง

ข้อ 2) สำหรับผม ผมใช้ r% ที่ประมาณ 5 – 15% แล้วแต่ว่ากิจการมีพลังอำนาจของการผูกขาดมากหรือน้อยอย่างไร

ข้อ 3) ในกิจการแข่งขัน ใช้ TMV ไม่ได้ เพราะการเติบโตไม่ยั่งยืน แต่ถ้าในกิจการผูกขาด กึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด และผู้ขายน้อยราย ผมจะให้ซัก 1% ก็พอ (อนุรักษ์นิยม)

หลังจากนั้นลองให้ 1.5% ก็จะได้ผลลัพธ์อีกแบบ เอาผลลัพธ์หลายๆ แบบมานั่งดู นั่งตกผลึก แล้วจะรู้สึก

ข้อ 4) ใช่ แล้วจะได้ NPV แล้วเอา NPV ออกราคาหุ้น จะได้ราคาหุ้นที่ไม่ใช่สูงสุด เพราะสูงสุดต้องใช้ B – C แต่ก็พอจะเห็นทิศทางว่าราคาควรจะเป็นที่เท่าไร

มาวันนี้ผมไม่ได้ใช้ DCF หาราคาหุ้นแล้ว ผมใช้หลักขี้หมาหาราคาหุ้น ขอให้ท่านตามอ่านในแฟนเพจโรงเรียนสอนเล่นหุ้น ชื่อว่า เจ้ามือกับหลักขี้หมา ผมจะเขียนให้ทะลุ ให้ท่านอ่านแล้วเอาไปใช้ได้เลย

ชาย กิตติคุณาภรณ์