Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

สวัสดีครับอาจารย์

ผมเป็นนักเรียนในรุ่น 5 กรุงเทพฯ ห้อง 1 อยากจะรบกวนสอบถามอาจารย์ดังนี้ครับ

ประเด็นเรื่องการคำนวณราคาจากหลักขี้หมา

  1. ใช้กับหุ้นที่หาค่า E ได้ทั้งหุ้นเติบโต และหุ้นพื้นฐาน และสูตรของมันคือ

P(อนาคต) = (กำไรสุทธิในอนาคต x นโยบายปันผล) / อัตราดอกเบี้ยธนาคาร

ผมเข้าใจถูกไหมครับ

  1. ถ้าเราสามารถประมาณการณ์กำไรในอนาคตได้เกิน 1 ปี ก็ใช้ได้ไหมครับ
  2. การใช้หลักขี้หมาในการหาราคาหุ้นเราต้องใช้กำไรสุทธิ (E) ซึ่งในส่วนนี้ต้องคิดเฉพาะกำไรส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทหรือเปล่าครับ หรือใช้กำไรสุทธิในงบการเงินรวมได้เลย
  3. ต้องคำนึงถึงเงินสดและหนี้สินในการคำนวณด้วยไหมครับ
  4. ในกรณีที่นโยบายปันผล กับสถิติการปันผลเฉลี่ย ที่ผ่านมาไม่เท่ากัน เช่น นโยบายปันผล 50% แต่สถิติการปันผลเฉลี่ย 80% เราควรใช้ที่ตัวไหนเป็นหลักครับ
  5. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่นำมาใช้ในสูตรนี้ ใช้ดอกของออมทรัพย์ ถ้าเป็นดอกเบี้ยปัจจุบันใช้ที่ 2% ใช่ไหมครับ แล้วถ้ารัฐมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงเราก็ต้องปรับตามหรือไม่ครับ

ประเด็นเรื่องการคำนวณราคาจากหลัก 3 BV

  1. สูตรของมันคือ

ราคาหุ้น (P) = (ส่วนของผู้ถือหุ้น (BV) x จำนวนเท่า x P/BV ปัจจุบัน) / จำนวนหุ้น

ผมเข้าใจถูกไหมครับ

  1. ใน 4 ตลาด ถ้า 1) ตลาดผูกขาด 2) ตลาดคู่แข่งน้อยราย 3) ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด ใช้ 3 เท่าของ BV

แต่ถ้า 4) ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ใช้ 2 เท่าของ BV ใช่ไหมครับ

  1. ในวิธีการนี้ผมเข้าใจว่าเป็นการคาดการณ์ BV ในอนาคต เราต้องดู P/BV ของอุตสาหกรรม หรือคู่แข่ง เทียบในการหาราคาเป้าหมายด้วยไหมครับ
  2. การใช้หาราคาหุ้นเราต้องใช้ BV จากในงบดุล ตรง 1) ส่วนของผู้ถือหุ้น (ของบริษัทใหญ่) หรือ 2) รวมส่วนของผู้ถือหุ้นครับ
  3. สมมติว่าถ้าบริษัทจะ Turnaround แต่จะมีการเพิ่มทุน หรือ Warrant เราต้องนำเงินสดที่ได้มารวมใน BV ปัจจุบันก่อน ค่อยนำไปคูณ 2-3 เท่าหรือเปล่าครับ แล้วใช้จำนวนหุ้นใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นมาไปหารในตอนท้ายอีกที
  4. ต้องคำนึงถึงเงินสดและหนี้สินในการคำนวณด้วยไหมครับ

หุ้นกู้แปลงสภาพ

  1. อยากขออาจารย์สอนเรื่องหุ้นกู้แปลงสภาพ ว่าสมมติบริษัทที่ออกหุ้นกู้แปลงสภาพมานี้ เช่น IFEC ในอนาคต จะมีเงินสด และจำนวนหุ้น เพิ่มขึ้นมาจากหุ้นกู้แปลงสภาพเท่าไรครับ
  2. หุ้นกู้แปลงสภาพ มีข้อดีสำหรับบริษัทกว่าการก่อหนี้ด้านอื่น หรือเพิ่มทุน หรือ Warrant ยังไง ทำไมหลายบริษัทถึงเลือกใช้

 

ตอบลูกศิษย์ :

1) หลักขี้หมาของผมมาจาก

เงินปันผล = (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเป็น % ต่อปี)
คูณด้วย ราคาหุ้น

ราคาหุ้น = (เงินปันผล X 100) / อัตราดอกเบี้ย

เงินปันผล = กำไรสุทธิในอนาคต X นโยบายจ่ายปันผล เป็นเปอร์เซ็นต์

สรุปท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว

2) ใช้ได้ครับ แต่เวลาคำนวณใช้ E ปีเดียว เช่นตอนนี้ต้นปี 58 ก็คาดการณ์ E ปี 58 ออกมา แล้วเดาเงินปันผล (D) ก็สามารถรู้ราคาหุ้นได้

3) ใช้กำไรในงบการเงินรวม ดังนั้น ท่านต้องหา E ของทุกบริษัท แล้วดูว่าบริษัทแม่จะได้แบ่ง E มาเท่าไร รวม E ของทุกบริษัท ก็จะได้ E ทั้งหมด สามารถเอามาหาเงินปันผลได้

4) ต้องคำนึงถึงเงินสดในงบดุล ว่ามีมากพอที่จะจ่ายปันผลหรือไม่ เพราะหุ้นบางตัวมี E โต แต่ก็อยู่ระหว่างทำโครงการลงทุนใหม่ จึงไม่มีเงินจ่ายปันผล

หุ้นแบบนี้มักจะจ่ายเป็นหุ้นปันผลแทน จะได้เก็บเงินสดเอาไว้ลงทุนโครงการใหม่ต่อ

ส่วนหนี้สินก็ต้องพิจารณาเหมือนกัน โดยภาพรวมก็จะดู Current Ratio ต้องเกิน 2 : 1 และถ้าเกินก็เจาะดูรายการเงินสด ก็จะรู้ว่าปันผลที่คำนวณออกมา กิจการมีเงินพอจ่ายได้หรือไม่

5) แสดงว่าเป็นหุ้นที่ได้ปันผลดี แต่ไม่เกิดกระแสเก็งกำไร ทำให้คนลงทุนไม่ได้ Capital Gain จะเรียกหุ้นแบบนี้ว่า หุ้นปันผล เราควรใช้ 50% เพื่อราคาจะได้ออกมา Conservative (หวังน้อย ดีกว่าหวังมาก)

6) ใช้ 2-3% ใกล้เคียงกับดอกเบี้ยออมทรัพย์ และดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ตรงนี้ไม่มีสูตรตายตัว ท่านก็ลองหาราคาที่ 2% และราคาที่ 3% ดู เอาไปเทียบกับราคาตลาด และเอาไปพิจารณาเทียบกับข้อมูลของหุ้นดู ท่านจะรู้สึกว่า ถ้าใช้ 3% ราคาจะต่ำกว่า 2% มันช่วยทำให้ท่านไม่ประมาทกับการทำกำไรในหุ้น

และถ้าอัตราดอกเบี้ยมีการปรับเปลี่ยน ก็ต้องใช้อัตราดอกเบี้ยใหม่ ราคาหุ้นก็จะเปลี่ยนไป

เรื่อง 3 BV

1) ราคาหุ้น (P) = 3 X BV

BV มาจากส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุลล่าสุด หารด้วยจำนวนหุ้น ได้ผลลัพธ์เท่าไร เอา 3 ไปคูณ

ให้ท่านใช้สมการแบบของผมเข้าใจง่ายกว่า

2) จากประสบการณ์ของผม ใช้ได้

3) ใช่เป็นการคาดการณ์ E ในอนาคตที่ทำให้เรารู้ BV ในอนาคตว่าจะใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นเพราะ BV ล่าสุดที่คำนวณได้จากงบดุล เมื่อเอามาบวกกับ E ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะได้ BV ที่ใหญ่ขึ้น เมื่อรู้ BV ที่ใหญ่ขึ้น (BV อนาคต) ก็เอา 3 เข้าไปคูณได้เลย
วิธีการแบบนี้เป็นวิธีการคิดราคาหุ้นที่กำลังเทินอราวด์ และทำกิจการใน 3 ตลาด ที่ไม่ใช่ตลาดแข่งขัน

การดู P/BV ของอุตสาหกรรม ท่านต้องระลึกอยู่เสมอว่า หุ้นอาจอยู่ในอุตสาหกรรมนั้นก็จริง แต่ตอนนี้หุ้นไม่ได้ทำกิจการในอุตสาหกรรมนั้นเป็นหลักแล้ว เช่น IEC อยู่ในหมวดสื่อสาร แต่ตอนนี้ไปทำโรงไฟฟ้า หรือ EPCO อยู่ในหมวดสิ่งพิมพ์ แต่ตอนนี้ไปทำโรงไฟฟ้า ทำให้ P/BV ของอุตสาหกรรมเอามาดูเทียบไม่ได้

4) ใช้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ แต่เวลาผมใช้ ผมใช้รวมส่วนของผู้ถือหุ้นเลย เพราะโดยความเห็นของผมไม่มีประเด็นอะไรที่จะทำให้ราคาผิดเพี้ยนไปมากหรอก เพราะจริงๆ เวลาที่เราเอา 3 เท่าเข้าไปคูณ เราก็เอาตัวเลขนี้มาจากสถิติที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น ซึ่งสถิติจริงๆ แล้วมันเกิน 3 เท่า แต่ที่บอกให้ใช้ 3 เท่าก็เพื่อให้ท่านอนุรักษ์นิยม

3 เท่าของ BV จึงพาให้เรารู้ราคาที่จะขึ้นไปว่าจะขึ้นไปประมาณเท่าไร ไม่ใช่ขึ้นไปแบบราคาต้องเป๊ะๆ

5) หุ้นเทินอราวด์ เวลาเพิ่มทุน ต้องเอาทุนที่เพิ่มไปรวมกับส่วนทุนเดิมก่อน แล้วหา BV หลังเพิ่มทุน หลังจากนั้นเอา 3 เข้าไปคูณ ผมเคยเขียนกรณี IEC ว่าเพิ่มทุนแล้วราคาจะขึ้น 100% คนซื้อหุ้นเพิ่มทุน IEC จะกำไร 100% แล้วผลก็ออกมาจริง ผมใช้หลัก 3 เท่าของ BV แบบที่เขียนตอบท่านนี้

6) ไม่ต้อง กรณีหุ้นเทินอราวด์ E ในอนาคตจะโตขึ้นเรื่อยๆ เรื่องเงินสดจะค่อยๆ หายไปตามการลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ราคาหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อรักษา 3 เท่าของ BV เอาไว้ตลอดเวลา

หุ้นเทินอราวด์ จะยังไม่จ่ายเงินปันผลจนกว่ากิจการจะเข้าที่เข้าทาง 100% ดังนั้น ระหว่างทาง คนเล่นจะได้ Capital Gain เยอะมาก เพราะหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ ตาม E ที่โตขึ้นเรื่อยๆ

หุ้นกู้แปลงสภาพ

เรื่องหุ้นกู้แปลงสภาพ ท่านน่าจะหาข้อมูลได้ไม่ยาก ลองช่วยตัวเองก่อนดีมั้ย ผมว่าข้อนี้ง่ายมากเลยสำหรับท่าน

ชาย กิตติคุณาภรณ์