Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

ผมเป็นนักเรียน CII6 ครับ เคยส่งเมลมาถามอาจารย์หลายครั้ง ครั้งนี้จะขอรบกวนอีกครั้งครับ

วันนี้ผมอ่านข่าวเจอข่าวที่น่าสนใจดังนี้ครับ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) — ศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2558 09:25:28 น.

นายอุชัย วิไลเลิศโภคา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) (OCEAN) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมแผนที่จะลงทุนธุรกิจด้านพลังงานทดแทน ทั้งประเภทโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะ และการเข้าซื้อกิจการโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้แล้ว ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุนจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในลักษณะการร่วมทุน(Joint Venture) เพื่อทำโครงการโรงไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 100 เมกะวัตต์ (MW)ภายในปี 60 ซึ่งจะเป็นโรงไฟฟ้า 10 แห่ง แห่งละ 10 เมกะวัตต์ เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในเรื่องต่างๆ หลังจากที่บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจเบื้องต้น(MOU) ร่วมกับพันธมิตร คาดหวังว่าจะเห็นโครงการแรกภายในครึ่งแรกปีนี้ ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อเข้าไปร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าทั้งจากพลังงานขยะ และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเราคงจะได้เซ็น MOU เร็วๆนี้ หลังจากนั้นก็คงจะสามารถบอกได้ว่าเราจะถือหุ้นในสัดส่วนเท่าไหร่ และจะเริ่มอย่างไร สำหรับสาเหตุที่เราเข้ามาสนใจการลงทุนในพลังงานทดแทนก็เพราะว่า เป็นธุรกิจที่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐด้วย ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัท เราศึกษามาประมาณ 1 ปีแล้ว”นายอุชัย กล่าว นายอุชัยกล่าวต่อว่า สำหรับแหล่งเงินลงทุนที่จะใช้ในการลงทุนมาจากการออกหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้ออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจ คาดว่าหลังออกหุ้นกู้บริษัทจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ราว 2 เท่าจาก 0.5 เท่าในปัจจุบัน นอกจากนี้ในอนาคตบริษัทอาจจะพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนมารองรับแผนการลงทุนด้านพลังงานทดแทนด้วย นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนลงทุนติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ของอาคารโรงงานกำลังการผลิตไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ เพื่อนำไฟฟ้ามาใช้ในโรงงานของบริษัท ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอสรุปเงื่อนไขการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) คาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนค่ากระแสไฟฟ้าที่คิดเป็นสัดส่วน 20% ของรายได้ และจะช่วยผลักดันให้มีกำไรเพิ่มขึ้นด้วยอ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq05/2108494

ผมเลยเอามาลองนั่งวิเคราะห์ดู ดังนี้ครับ

Ocean มีทุนจดทะเบียน : ทุุนชำระแล้ว = 165,000,000 บาท : 140,377,000 บาท
มีจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 561,508,000 หุ้น
ราคาพาร์ 0.25 บาท, p/bv = 3.7
มีกำไรสะสม 34.69 ล้านบาท สามารถจ่ายปันผลได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับธุรกิจเดิม เป็นค้าปลีกขายอุปกรณ์ warehouse ซึ่งเป็นตลาดแข่งขันน้อยราย

สำหรับงบการเงิน ปี 57
current ratio = 2 สภาพคล่องใช้ได้ครับ
Quick ratio = 0.9 เริ่มจะไม่ดี แสดงว่าลงทุนในสินค้าคงเหลือค่อนข้างมาก
A/R turnover = 3.9 , Day receiver = 92.5 วัน เกิน 90 วันมานิดหน่อยยังพอรับได้ครับ
inventory turnover = 1.9, inventory day 197.1 วัน น่าเป็นห่วงครับ เงินทุนต้องจมไปกับสินค้าคงเหลือนาน
Interest coverage ratio = 10.2 ไม่มีปัญหาสำหรับการชำระหนี้สิน
Gross profit margin = 35% ใช้ได้เลยครับ
Net profit margin = 6.8% ค่อนข้างต่ำ แสดงว่าค่าใช้จ่ายบริหารค่อนข้างมากครับ
D/E ratio = 0.6 มีความสามารถในการกู้ที่ D/E 2 เท่า ได้อีกจำนวน (244.37*2)-153.36 = 335.38 ล้านบาท
รวมเงินลงทุนชั่วคราวอีก 335.38 + 10 = 345.38 ล้านบาท สอดคล้องกับข่าวที่ว่าออกหุ้นกู้มูลค่า 300 ล้านบาท
ส่วนเงินที่จมไปกับสินค้าคงเหลือไม่ขอนำมาคิดเนื่องจากเชื่อว่า ocean จะไม่ได้เลิกทำธุรกิจเดิม

สำหรับข่าวที่จะลงทุนโรงไฟฟ้าขนาด 100 MW ค่อนข้างไกลตัวสำหรับเงินทุนที่มีอยู่ไม่มาก เว้นแต่ว่ามีการเพิ่มทุนอย่างมหาศาล อาจมีการ PP จากกลุ่มนายทุนก็เป็นไปได้ แต่เนื่องจาก ocean เป็นหุ้นขนาดเล็กทำให้นึกถึงหุ้นรถสปอร์ตที่อาจารย์เคยกล่าวไว้ สำหรับคำถามที่ว่าน่าลงทุนหรือไม่สำหรับหุ้นตัวนี้ ผมขอตอบว่ายังครับ แต่จะขอติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

รบกวนอาจารย์ให้คำแนะนำด้วยครับ

ด้วยความเคารพ
ลูกศิษย์


ตอบลูกศิษย์ :

1) ท่านวิเคราะห์ได้ตรงประเด็น เยี่ยมมาก

2) นอกจากติดตามข่าวแล้ว ข้อให้ท่านสังเกตสัญญาณการเก็บหุ้นด้วยครับ ดูตัวเลขย้อนหลังและค่อยๆดูราคาระหว่างวันจากนี้ต่อไป ดูไปเรื่อยๆท่านจะเกิดความรู้สึกว่ามีการเก็บหุ้นหรือไม่

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ด้วยความเคารพ
พงศกร บุญวรเมธี
ที่ปรึกษาทางการเงิน