Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

ผมได้วิเคราะห์งบการเงินของ wave ในปี 2558 ผิดพลาดประการใดขอคำชี้แนะด้วยครับ และจากกรณีที่งบไตรมาส 4 ของ wave ออกมาขาดทุนส่งผลให้กำไรต่อหุ้นทั้งปีลดลงจากที่คาดว่าจะอยู่แถวๆ 5 บาทต่อหุ้น ส่วนตัวมองว่าคงเป็นเพราะไปซื้อกิจการมากเกินไปอาจทำให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม ขึ้น หรือมีค่าเสื่อมเพิ่มขึ้น แต่ผมยังความรู้น้อย อยากทราบความเห็นของอาจารย์ด้วยครับ Wave ในปี 2558

Current Ratio = 361/556 = 0.64 กำลังแย่ให้ดีต้อง 1-2

Quick Ratio = 361-27 /556 = 0.6 ไม่ค่อยมีสินค้าคงเหลือ

D/E = 1956/538 = 3.63 อาการหนักกู้ต่อไม่ได้ต้องเพิ่มทุน ซึ่งในมติปีนี้มีการเพิ่มทุนแบบ General Mandate ซึ่งหมายถึงการเพิ่มทุนแบบขอไว้ล่วงหน้าจำนวนไม่เกิน 97,200,000 หุ้น

Ratio ต่อจากนี้ผมไม่มั่นใจว่า WAVE มีลักษณะเป็น Holding ตัวเลขพวกนี้ยังใช้ได้หรือไม่

A/C Receivable Turnover = 634/73 = 8.68

Average Collect day = 365/8.68 = 41 ความรู้สึกบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

Inventory turnover = 449/27 = 16.62
Inventory day = 365/16.62 = 21 ดีมาก

Interest rate coverage = กำไรก่อนภาษี + กลับด้วยต้นทุนทางการเงิน / ต้นทุนทางการเงิน = 76+27 /27 = 3.814 ธุรกิจมีความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยครับ

การเพิ่มทุนของ wave รอบนี้เพื่อให้เห็นภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับส่วนทุน มูลค่าทางบัญชี และ D/E จะพิจารณาการเพิ่มทุนที่ราคาต่างๆกันดังนี้

ส่วนทุนในงบการเงินปี 57 = 538 ล้าน มีหุ้นทั้งหมด 320 ล้านหุ้น (ขออนุญาติใช้ par 1 บาทหลังการแตกพาร์) หลังการเพิ่มทุนสมมติให้เพิ่มทุนเต็มจำนวนที่ 97 ล้านหุ้น จะได้จำนวนหุ้นทั้งหมด 417 ล้านหุ้น โดยการคำนวณตั้งอยู่บนข้อสมมติที่ว่าการเพิ่มทุนไม่ได้นำเงินไปใช้หนี้เลย ซึ่งถ้านำเงินไปใช้หนี้บางส่วนก็จะทำให้ D/E ต่ำลงกว่านี้อีก และ ต้นทุนทางการเงินก็จะลดลงส่งผลให้กำไรต่อหุ้นโตขึ้นด้วย

@ 8 บาท จะได้เงิน = 8×97ล้านหุ้น = 776 ล้านบาทจะได้ ส่วนทุน = 538+776 = 1314 BV = 1314/417 = 3.15 บาทต่อหุ้น D/E = 1956 / 1314 = 1.48

@ 10 บาท จะได้เงิน = 10×97 = 970 ล้านบาทจะได้ ส่วนทุน = 538+970 = 1508 BV = 1508/417 = 3.6 บาทต่อหุ้น D/E = 1956/1508 = 1.29

@ 15 บาท จะได้เงิน = 15×97 = 1455 ล้านบาทจะได้ ส่วนทุน = 538+1455 = 1993 BV = 1993/417 = 4.77 บาทต่อหุ้น D/E = 1956/1993 = 0.98

สรุปหลังการเพิ่มทุนจะทำให้ปัญหาสภาพคล่องหมดไปคือได้เงินเกือบๆ ต่ำๆก็ 800 ล้านบาท Current Ratio ใหม่คือ 361+800 / 556 = 2.08

Quick Ratio ใหม่คือ = 2.03

D/E = 1956 / 538+800 = 1.46 สามารถกู้ได้อีก = 720 ที่ D/E = 2 เงินลงทุนขั้นต่ำ= 800+ 720 = 1520 ล้านบาท สามารถซื้อกิจการเพิ่มเติมได้สบาย(จากคำสัมภาษณ์ผู้บริหารที่อาจมีการซื้อ กิจการค้าปลีกในปีนี้)

ประมาณการกำไรในปีนี้ของ wave

  1. Wallstreet ในปีที่ผ่านมารับรู้รายได้เพียง 8 เดือนที่ 464.33 ล้านบาทถ้าเต็มปีจะอยู่ที่ราวๆ 700 ล้านบาท
  2. Jeffer 1 เดือนโดยประมาณที่ 57 ล้านบาท ถ้ารับรู้เต็มปีจะอยู่ที่ราวๆ 700 ล้านบาท
  3. คอนเสิร์ต 41 ล้านบาทเพราะปัญหาทางการเมือง + ผลิตและจำหน่ายรายการทางโทรทัศน์ 64.6 ล้านบาทมีเลื่อนมาปีนี้ 1 รายการ ขอนุญาติใช้ของปี 2556 จะได้ 130 โดยประมาณ จากข้อ 1-3 จะรวมรายได้ทั้งหมดได้ 700+700+130 = 1530 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิของ wave ปี 2557 อยู่ที่ 76 / 634 ได้ประมาณ 12%

เอารายได้จากข้อ 1-3 มาคูณอัตรากำไรสุทธิจะได้ 1530×0.12 = 183.6 ล้านบาท (ในความรู้สึกกำไรจากคอนเสิร์ตและรายการทางโทรทัศน์น่าจะเยอะกว่านี้)

  1. กำไรของ TSE ดูจากไตรมาสสามอยู่ที่ 111 ล้านบาทคิดเป็น 4 ไตรมาสจะได้ 444 ล้านบาท wave ถืออยู่ 20% จะได้ส่วนแบ่งกำไร 88.8 ล้านบาท

WAVE จะได้กำไรสุทธิอยู่ที่ 183.6+88.8 = 272.6 ล้านบาท ใช้จำนวนหุ้นหลัง spilt par แต่ก่อนเพิ่มทุนคือ 320 ล้านหุ้นมาคิดกำไรต่อหุ้นจะได้ 272.6 / 320 = 0.85 นำมาจ่ายปันผล 0.85/2 = 0.42

เมื่อนำมาเทียบกับดอกเบี้ย 3% จะได้ราคาเป้าหมายปี 2558 ที่ 14.2 บาท หรือเทียบกับพาร์ปัจจุบันคือ 142 บาท จากภาพรวมกลุ่ม wave ในปีนี้และปีหน้ามีแต่ขึ้นกับขึ้น แค่กำไรธุรกิจที่มีอยู่ก็มากแล้ว ในปีนี้(อาจจะ)ซื้อกิจการอื่นๆเพิ่มเติม รวมถึง TSE ยังมีโครงการลงทุนอื่นๆ ส่งผลให้กำไรในปีสองปีนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆดังนั้นตัวเลข 142 ที่ออกมานี่คงเป็นขั้นต่ำ ^ ^


 

ตอบ:

ท่านวิเคราะห์ได้เยี่ยมมากตรงประเด็นเข้าใจง่าย

ผมขอตอบข้อสงสัยและแลกเปลี่่ยนความคิดเห็นดังนี้ครับ

1) ตัวเลขพวกนี้ยังใช้ได้ครับ เพราะเราดูภาพรวมของกลุ่มบริษัท เวลาเราจะไปเจาะว่าบริษัทย่อยบริษัทไหนมีผลประกอบการอย่างไรเราจะไปดูในหมาย เหตุงบการเงินครับ

2) Wall Street 8 เดือนมีรายได้ 464.33 ล้าน เป็นธุรกิจรับเงินล่วงหน้าถือว่าโอเคเลยครับสำหรับผม และถ้าย้อนกลับไปดูเอกสารแจกแจงผู้ถือหุ้นตอนที่ WAVE ซื้อ Wall street จะเห็นได้ว่า รายได้ก่อนซื้อก็ไม่ห่างจากนี้มากนัก

3) Jeffer รายได้ 1 เดือน 57.5 ล้านบาท ต้นทุนขายของ WAVE ทั้งหมด อยู่ที่ 24.6 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนขายเเทบจะทั้งหมดของ WAVE จะเป็นต้นทุนขายของ Jeffer เพราะธุรกิจอื่นของ WAVE เน้นเป็นบริการซึ่งต้นทุนจะอยู่ในรายการต้นทุนบริการครับ

กำไรขั้นต้น (57.5-24.6)/57.5 = 57.2% ถือว่าสูงมากเมื่อเราเทียบกับบริษัทอาหารอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น MK

4) ถ้าต้องการหาราคาแบบอนุรักษ์นิยมให้ใช้จำนวนหุ้นหลังเพิ่มทุนเลยครับ จะได้ราคาที่ต่ำกว่านี้

5) ให้ท่านลองมาจินตนาการ ถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัท เราจะทำอะไรกับราคาหุ้นเพื่อให้ได้เงินเยอะที่สุดจากการ RO ครั้งนี้

ชาย กิตติคุณาภรณ์