Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

สวัสดีครับ ผมเป็นนักเรียน CII รุ่นที่ 5 ห้อง 1 ครับ

ผมอยากเรียนรู้ที่จะวิเคราะห์หุ้นตัวที่ผมถืออยู่ ผมจะเริ่มวิเคราะห์แต่ผมยังไม่มีความชำนาญในการวิเคราะห์และการหาข้อมูล จึงอยากจะให้ อ.ช่วยชี้แนะเพิ่มเติมในสิ่งที่ผมขาดตกบกพร่องด้วยครับ เพื่อจะได้มีหลักการวิเคราะห์ได้ถูกต้องจริงๆ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

เริ่มจากหุ้นที่ผมจะวิเคราะห์คือ หุ้น

Amarin สำหรับผมหุ้นตัวนี้ผมได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลเท่ากับเงินลงทุนที่ผมลงไป แล้ว เงินที่อยู่นั้นจึงเป็นเหมือนเงินที่ได้มาฟรี แต่ผมก็ปล่อยไปเรื่อยๆ โดยที่คิดว่าถ้าเราปล่อยไปเรื่อยๆ กินเงินปันผลไปเรื่อยๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่ผมคิดผิดครับ จนผมมาเจอกับประสบการณ์ที่ กิจการปรับเปลี่ยนธุรกิจใหม่ จึงทำให้จากที่กำไร 100 % เปลี่ยนมาเป็นขาดทุนโดยทันที เมื่อผมได้อ่านหนังสือของ อ.ก็ทำให้ผมได้ตระหนักว่า ถ้าคิดจะลงทุนกับหุ้นอย่างจริงจังจะต้องคอยติดตามดูหุ้นตัวนั้นอยู่ตลอดด้วย

นี้จึงเป็นเหตุให้ผมคิดที่จะต้องพัฒนาตัวเองต้องทำการบ้านอยู่เสมอ ตามที่ อ.แนะนำ

และหุ้นตัวนี้จะเป็นการบ้านครั้งแรกของผมครับและจะได้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์หุ้นตัวต่อไป

สำหรับหุ้นตัวนี้ผมยังมีความรู้สึกว่ายังมีอนาคต ผมยังคิดด้วยว่าถ้ามีโอกาสสักวันผมจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ให้ได้ ไม่ใช่ด้วยความร่ำรวยแต่ด้วยความอยากมีส่วนร่วมครับ

หุ้นตัวนี้ผมคิดว่าอยู่ในตลาดผู้ขายน้อยราย

ข้อมูลที่หาได้จาก set.or.th

ทุนจดทะเบียน 220,000,000.00 บาท

ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 219,999,865.00 บาท

ราคาปัจจุบัน 12.6 บาท

P/E N.A. BV 8.64

P/BV 1.38

มีสภาพคล่องทางการเงิน Current 1216.23/1382.54=0.879 สภาพคล่องไม่ค่อยจะดีเท่าที่ควร น่าจะมีปัญหาการเงิน

Quick Ratio (1216.23-314.16)/1382.54=0.652 แสดงว่าสภาพคล่องไม่น่าจะดีใช่ไหมครับ

A/R Turnover 1203/389.95=3.085 รอบ ระยะเวลาเก็บเงิน 365/3.085 = 118.31

ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าตัวเลขต้องเอาจากยอดครบ 4 ไตรมาสหรือเปล่าเพราะตัวเลขที่ได้คำนวณจาก 3 ไตรมาสครับ

D/E 3,720.99/1,900.45=1.957:1 ตัวเลขใกล้ 2:1 ถ้าจะกู้น่าจะกู้ได้ไม่มาก

จากที่ดูคราว ๆ ถึง ณ ตอนนี้

ดูว่ากิจการไม่น่าจะดีเท่าไหร่

แต่ผมก็ไปดู กำไรสะสมมีอยู่ 1,410.45 ส่วนเกินมูลค่าอยู่ที่ 270 ซึ่ง ณ ตอนนี้ ขาดทุนอยู่ที่ 157.26 ซึ่งเทียบกับส่วนเกินแล้วกิจการสามารถนำส่วนเกินมาล้างขาดทุนแล้วน่าจะ สามารถจ่ายปันผลได้

แต่ด้วยประสบการณ์ผมยังน้อย ไม่แน่ใจว่าช่วงนี้กิจการกำลังอยู่ในช่วงการลงทุนจึงคิดว่ายังไม่น่าจะจ่ายปันผล

และถ้ายังไม่มี การจ่ายปันผลราคาหุ้นน่าจะตกลงมาอีก แต่ก็ไม่น่าจะถึง BV แต่ก็มีข่าวที่ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลยื่นหนังสือทวงถามขอเลื่อนจ่ายค่าประมูลงวดเดือน พฤษภาคม 2558 พร้อมขอจ่ายเป็นอัตราคงที่ FLAT RATE และขอขยายอายุใบอนุญาตจาก 15 ปี เป็น 20 ปี ข่าวนี้อาจจะเป็นข่าวดีในช่วงนี้จึงทำให้ราคาขยับขึ้นมาได้บ้าง ทำให้ปริมาณการซื้อขายช่วงนี้ผิดปกติ

การวิเคราะห์ของผมยังไม่ครบถ้วนจึงยังไม่สามารถมองเห็นอนาคตข้างหน้าได้ จึงอยากให้ อ.ช่วยแนะนำว่าจะต้องมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมที่จะทำให้ผมสามารถพอจะมีตาที่ สามไว้บ้างเผื่อที่จะพอมองตัวหุ้นที่ผมถืออยู่นี้ออกครับ

ผมจึงอยากขอคำชี้แนะด้วยครับ

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ


ตอบลูกศิษย์ :

1. พูดถึงตัวกิจการก่อน AMARIN ผมมองว่ากิจการเดิมในสื่อสิ่งพิมพ์ นั้นเป็นอะไรที่ทำแล้วมีแค่ทรงกับทรุด แนวโน้มของการอ่านหนังสือก็ถูกสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตีตลาด ในขณะเดียวกันการเข้ามาทำ TV Digital ก็ใช้เงินลงทุนนับพันล้านบาท โดยสรุปคือ กิจการเก่าก็เหนื่อย กิจการใหม่ก็ยังไม่สดใส

2. จาก 1). งบการเงินเลยสะท้อนสิ่งที่เป็นอยู่ออกมาก ดังที่ท่านทำการบ้านมา

3. Day Receive ให้เราดูว่าเรากำลังวิเคราะห์งบการเงินไตรมาสไหน อย่างเช่นตอนนี้ AMARIN ยังไม่ส่งงบปี เราจึงใช้งบไตรมาส 3 ค่าของ Day Receive จึงต้องเอา 270 เป็นตัวตั้งครับ

4. ครั้งต่อไป AMARIN ต้องหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 513 ล้านบาท
5. เมื่อดู Current Ratio, Quick Ratio, D/E Ratio ที่เกือบ 2:1 เท่า รวมกับค่าใช้จ่ายที่รอให้ชำระ สำหรับผม ผมจะนึกถึงการเพิ่มทุน หรือขายกิจการให้คนอื่น ครับ

กำพล อังศุเกษตร์


1) เมื่อสภาพคล่องทางการเงินต่ำกว่า 1 และ D/E ใกล้ 2:1 ส่งสัญญาณว่ากิจการเริ่มมีปัญหาทางการเงิน หากกิจการยังต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา งานนี้หนีไม่พ้นการต้องเพิ่มทุน

2) หาก TV เริ่มดีขึ้น แม้ยังขาดทุนอยู่ แต่เริ่มเห็นอนาคต ว่ามีโอกาสจะไม่ขาดทุนได้ เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับข้อ 1) ราคาหุ้นก็อาจขึ้นได้ เพราะเกิดการเก็งกำไรเรื่องการเพิ่มทุน

3) แนวทางการร่วมทุนก็อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อลดภาระการลงทุนที่ถ้าวันนี้มองไปในอนาคตแล้วยังไม่เห็นแววว่า TV จะประสบความสำเร็จ

4) ข้อ 3) หากเกิดขึ้น ราคาก็วิ่งได้

5) ราคาหุ้น ณ ขณะนี้ มี P/BV เกิน 1 มาไม่มาก แสดงว่าหุ้นตกมารับข่าวที่ไม่ดีแล้ว แต่ก็ยังซึมต่อไปได้อีกระยะ

ชาย กิตติคุณาภรณ์