Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

สวัสดีครับ อ.ชาย

ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ อ.ชาย ที่ทำให้ผมเกิดความมั่นใจมากขึ้น หลังจากที่ผมได้ลองทำตามที่ อ.ชาย สอน ผมได้พบความจริง ดังนี้

SPCG ช่วงที่ราคาแกว่งแคบ ๆ ช่วง 25 – 27 บาท ช่วงนั้นเกิดสัญญาณขายทางเทคนิคอยู่ตลอด มีโบรคให้ราคาแค่ 27 บาท ซึ่งผมว่าต่ำกว่าที่คำนวณด้วยวิธีใช้ P/E ได้ 30 บาท ผมก็ได้ทยอยซื้อแถว ๆ 25 บาท ไปเรื่อย ๆ จนอยู่ดี ๆ ราคาก็ขึ้นและเกินสัญญาณซื้อจนราคาวิ่งถึง 30 บาท จากนั้นโบรคเดิมก็ปรับราคาเป็น 33 บาท และแนะนำให้ซื้อ ทั้งที่ธุรกิจก็ไม่ได้ต่างจากเดิมตอนที่ให้ราคา 27 บาท ผมถือเป็นสัญญาณขาย ผมคิดว่าเจ้ามือกำลังจะออกของ ซึ่งผมก็ทยอยขายออกไป

ทั้งหมดยืนยันสิ่งที่ อ.ชาย สอนเป็นอย่างดีครับ หุ้นมีเจ้ามือจริง ๆ ครับ วันก่อนตอน อ.ชาย ลงใน Facebook เรื่องหุ้น PDI ผมขนลุกเลยครับ เพราะเป็นหุ้นที่ผมได้ทำการวิเคราะห์ไว้แล้วเหมือนกัน จะเรียกว่าบังเอิญมากๆก็ได้ครับ ผลการวิเคราะห์โดยรวมคล้ายคลึงกับลูกศิษย์ อ.ชาย ท่านนึง ที่ อ.ชาย ได้นำมาลงใน Facebook

 

== ผมวิเคราะห์แล้วแปะลงใน website แห่งหนึ่ง ดังนี้ ==

สินค้าหลัก : ธุรกิจเหมืองแร่และโรงถลุงแร่สังกะสีสำหรับผลิตโลหะสังกะสีแท่งบริสุทธิ์และโลหะสังกะสีผสม

ประเภทของตลาด : ตลาดแข่งขัน แม้จะเป็นผู้ผลิต Zn    อันดับ 1 ของไทย แต่ว่าคู่แข่งมีทั่วโลก ถือว่าไม่ดี

[ อัตราส่วนทางการเงินสำคัญ จากงบล่าสุด Q3/57 ]

Current ratio : 3.24 ดี เพราะมากกว่า 2.0

Quick ratio : 1.69 ดี แม้ไม่มากกว่า 2.0 แต่ Zn เป็นสินค้าที่ไม่เสื่อมราคา การมีสินค้าคงเหลือมาก ไม่เป็นปัญหา

Day receive : 26 วัน ดี เพราะไม่เกิน 30 วัน

Inventory day : 145 วัน ปานกลาง เพราะเป็นสินค้าที่ไม่เสื่อมราคา เก็บมากหน่อยก็ไม่เสียหาย

D/E ratio : 0.58 ดีมาก สามารถกู้ได้ถึง 2.0 หรือกู้ได้อีก 5042 ล้าน

P/E ratio : 63.14 แพง เพราะกลุ่มทรัพยากรค่าเฉลี่ย 13.42

P/BV ratio : 1.20 ถูก เพราะกลุ่มทรัพยากรค่าเฉลี่ย 1.50

กำไรสะสม +695 ล้าน สามารถปันผลได้

[ ประมาณการปันผลของปี 57 จ่ายช่วง ปี 58 เดือน 5 ]

ปี 57 Q1-Q3 มีกำไร 481 ล้าน สมมติว่า Q4 มีกำไรเท่า Q3 (ราคา Zn ตลาดโลก Q4 ยังใกล้เคียง Q3)

ปี 57 กำไรสุทธิ 647 ล้าน หรือ EPS = 2.86 บาท/หุ้น

สมมติว่าปันผล 50% ของกำไรสุทธิ หรือปันผล 1.43 บาท/หุ้น

ราคาปิดวันที่ 20 พ.ย. 2557 ที่ 18.2 บาท

คิดเป็นปันผล 1.43 x 100 / 18.2 = 7.8% (ปี 57 ถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับฝากธนาคาร 2%-3% ต่อปี)

[ คำนวณราคาเหมาะสมด้วยสมการ Price = P/E x EPS ]

EPS ปี 57 = 2.86 บาท/หุ้น (ยกมาจาก ประมาณการปันผล ด้านบน)

P/E ที่มีให้เลือก

5.19  ,  7.45  ,  8.29  ,  9.10  ,  18.04

เลือก P/E = 8.29 (เลือกแบบอนุรักษ์นิยมเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าปี 57 จะพลิกกลับมากำไร จากการขาดทุนต่อเนื่องใน ปี 55, 56)

ราคาเหมาะสม 8.29 x 2.86 = 23.7 บาท

มี Upside ประมาณ 23.7 – 18.2 = 5.5 บาท หรือคิดเป็น 5.5 x 100 / 18.2 = 30.2%

 

[ โครงการในอนาคตของ PDI ]

อ้างอิง http://www.ryt9.com/s/iq05/1968920 สาระสำคัญ ดังนี้

– จะเปลี่ยนธุรกิจจากการทำเหมืองแร่ Zn (ธุรกิจแข่งขัน) ไปเป็น กำจัดกากของเสียและผลิตไฟฟ้า (ธุรกิจผูกขาด)

–   ธุรกิจ Zn วางแผนหยุดดำเนินการในปี60

–   ธุรกิจกำจัดกากของเสียจะเริ่มประมาณปี60

–   ธุรกิจไฟฟ้า Solar farm กับ Wind ถ้าก่อสร้างประมาณ 2 ปี จะรับรู้กำไรปี 60

[ ช่วงปี 58-60 กำไรจะยังมาจากธุรกิจ Zn ]

ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันในช่วง 2-3 ปีนี้ ราคา Zn ในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง

เนื่องจาก Demand เพิ่มขึ้นของจีนกับอเมริกา และ Supply ลดลงเนื่องจากเหมืองในออสเตรเลียปิดตัวลง คาดว่ากำไรในช่วงปี 58-60 จะใกล้เคียงกับปี 57 ที่ระดับ 600 – 700 ล้าน ซึ่งถือว่าดีมาก เพราะสามารถจ่ายปันผลระดับเดียวกับปี57 ซึ่งสูงกว่าฝากธนาคารแน่นอน

[ ตั้งแต่ปี 61 กำไรจะมาจากธุรกิจกำจัดกากของเสียและธุรกิจไฟฟ้า ]

ธุรกิจกำจัดกากของเสีย ใช้พื้นที่เดิมที่ระยอง ไม่มีรายละเอียดจึงขอข้ามการวิเคราะห์กำไรไป

ธุรกิจไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 อย่าง Solar farm 90 MW ที่ตาก กับ Wind 18 MW ที่นครราชสีมา

(เป็นข่าวที่น่าเชื่อถือมีการยืนยันจากทางบริษัท ตามข่าวที่แจ้งใน SET 29 ส.ค. 57) Solar farm ในเฟสแรกจะทำ 24 MW (เงินลงทุนประมาณ 2400 ล้าน ประมาณจากบริษัทอื่นที่ทำ 100 ล้าน/MW)

กำไรประมาณปีละ 24 x 2.9 = 70 ล้าน (อ้างอิงตัวเลขจากรายการคู่หูนักลงทุน)

Wind 18 MW (เงินลงทุนประมาณ 1800 ล้าน สมมติว่าเท่า Solar farm 100 ล้าน/MW)

กำไรประมาณปีละ 18 x 7.5 = 135 ล้าน (อ้างอิงตัวเลขจากรายการคู่หูนักลงทุน)

ดูคร่าวๆเงินลงทุนใช้ 2400 + 1800 = 4200 ล้าน รวมธุรกิจกำจัดกากของเสีย อาจถึง 5000 ล้าน

เงินสดปัจจุบัน 1403 ล้าน กู้ธนาคารได้อีก 5042 ล้าน การลงทุนทั้งหมดน่าจะต้องกู้ธนาคารเพิ่ม แต่ยังทำได้อยู่

ประมาณกำไรต่อปีจากธุรกิจไฟฟ้า 70 + 135 = 205 ล้านสมมติว่ากำไรต่อปีธุรกิจกำจัดกากของเสีย 50 ล้าน (อันนี้ย้ำว่าสมมติอีกที เพราะข้อมูลไม่เพียงพอคำนวณ) ประมาณกำไรต่อปีรวม 205 + 50 = 255 ล้าน คิดเป็น EPS = 1 บาท/หุ้น และสมมติปันผล 0.5 บาท/หุ้น คำนวณราคาพื้นฐานจากการปันผลเทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยฝากประจำ 3% ราคาหุ้นของ ถ้าจะเท่ากับปันผล 3% = 0.5 x 100 / 3 = 16.7 บาท

ในกรณีที่ Solar farm ต้องการทำเฟสที่เหลือตามแผนอีก 66 MW อาจจำเป็นต้องเพิ่มทุนเพื่อมาลงทุนก่อสร้าง แน่นอนว่าระดับกำไรตั้งแต่ปี 61 อาจจะไม่ได้มากเท่าปี 57-60 แต่กำไรจะมีเสถียรภาพสูงกว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์บางปีกำไรบางปีขาดทุน ตามราคา Zn โลก สังเกตปริมาณการซื้อขายหุ้น มีการซื้อขายในปริมาณเพิ่มขึ้น ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. 2557

 

[ บทสรุป น่าลงทุน ด้วยเหตุผล ]

  1. คาดการณ์ปันผลสูงถึง 7.8% (อ้างอิงราคาหุ้นที่ 18.2 บาท ปันผล 1.43 บาท) แนวโน้มราคา Zn น่าจะสูงขึ้นอีกใน 2-3 ปีนี้ ทำให้ระดับการปันผลในปี 58-60 น่าจะคงระดับใกล้เคียงปี 57
  2. ระดับกำไรที่เกิดขึ้น ราคาหุ้นที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 23.7 บาท มี Upside สูงถึง 30% จาก 18.2 บาท
  3. ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนจากธุรกิจแข่งขันมาเป็นผูกขาด ทำให้กำไรมีเสถียรภาพสูง แม้ระดับกำไรจะลดลงก็ตาม
  4. ในกรณีที่เลิกธุรกิจเหมืองแร่ Zn แล้วทำธุรกิจกำจัดกากของเสียและผลิตไฟฟ้า ราคาหุ้นควรจะไม่ต่ำกว่า 16.7 บาท หรือ Downside 8% ซึ่งเป็นการคาดการณ์ในปี 61
  5. ราคาหุ้น 16.7 บาท ไม่รวม Solar farm 66 MW ในเฟสต่อไป ถ้าบริษัทสามารถดำเนินการได้สำเร็จ ราคาหุ้นควรมีเสถียรภาพที่ประมาณ 25-30 บาท

 

[ จุดสำคัญที่ต้องติดตาม ]

  1. ราคา Zn ในตลาดโลกซึ่งส่งผลต่อกำไรในช่วงปี 57-60
  2. ความคืบหน้าธุรกิจกำจัดกากของเสียและธุรกิจไฟฟ้า ว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่

===== จบการวิเคราะห์ =====

ผมมีคำถามเดียวกับหุ้น PDI ครับ

ผมสังเกตว่าหุ้นในตลาดมีการวางขายในปริมาณที่ไม่มาก น่าจะมีคนบางกลุ่มทยอยสะสมและดูดหุ้นออกไปจากตลาดบ้างแล้ว ถ้ากลุ่มของ อ.ชาย จะเก็บหุ้น จะทำอย่างไรครับ (เนื่องจากเรื่องนี้ไม่มีเขียนในหนังสือ และเป็นกรณีที่แตกต่างกับ IEC ที่มีหุ้นให้ซื้อเป็นกองภูเขามหึมา ส่วนผมมีเงินน้อยครับไม่มีปัญหานี้แน่นอนครับ)

สุดท้ายนี้ ผมต้องขอบคุณ อ.ชาย ที่ได้สละเวลาเขียนหนังสือเล่มถัดมา และได้เปิดหลักสูตร CII ซึ่งผมได้สมัครเรียน รุ่น 6 ศรีราชา ผมอยากให้ถึง วันที่เรียนเร็วๆครับ

ขอบคุณครับ

ลูกศิษย์


เรียน ลูกศิษย์

ถ้าจะเก็บหุ้นก็เก็บตอนที่หุ้นยังไม่ขึ้น และจะเก็บแบบทำให้สัญญาณกราฟบอกให้ขาย (ค่อย ๆ เก็บไปเรื่อย ๆ)

ชาย กิตติคุณาภรณ์