Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

คำถาม

อาจารย์ครับผมขอส่งการบ้านนะครับผิดถูกยังไงขอคำแนะนำด้วยนะครับ 25/11/57

บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) BMCL (น่าจะจัดได้ว่าผูกขาดถ้าคิดแต่เฉพาะรถไฟอย่างเดียวไม่รวมรถเมล์แท็กซี่รถส่วนตัวฯลฯ)

รับสัมปทานให้บริการเดินรถไฟฟ้าใต้ดินณตอนนี้ 2 โครงการ

  1. สายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล), (หัวลำโพง-บางซื่อ) // อายุสัมปทาน 25 ปี (1 ก.ค.47 – 1 ก.ค.72) รูปแบบสัญญา PPP Net Cost // (เปิดให้บริการแล้ว)
  2. สายสีม่วง (บางใหญ่ – เตาปูน) // อายุสัมปทาน 30 ปี (4 ก.ย.56 – 3 ก.ย.86) รูปแบบสัญญา PPP Gross Cost // (กำลังก่อสร้างอยู่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 59)

ข้อมูลทั่วไป

P/E = หาค่าไม่ได้

P/BV = 4.36 (ถือว่าสูงแต่อาจถูกลงก็ได้ในอนาคตถ้าผลประกอบการกลับมาดี)

BV = 0.41

Current Ratio = 1.41 เท่า

Quick Ratio = 1.41 เท่า

D/E = 1.22 เท่า

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น + 968 ล้านบาท

ขาดทุนสะสมอยู่ – 13,100 ล้านบาท

รายได้บริษัทตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาขาดทุนตลอดแต่การขาดทุนเริ่มลดลงเรื่อยๆ (มองแบบผ่านๆถือว่าเป็นเรื่องดีแต่ยังต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปอีกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้)

ธุรกิจนี้ใกล้เคียงกับธุรกิจของ BTS ไม่จัดว่าเป็นคู่แข่งเนื่องจากเส้นทางรถไฟนั้นไปคนละทางกัน (น่าจะถือได้ว่าเป็นผัวเมียที่ช่วยกันทำมาหากิน)

มีบริษัทย่อย 1 บริษัท (บริษัทแบงคอกเมโทรเน็ทเวิร์ดจำกัดสัดส่วนการถือหุ้น 65.19%)

โครงสร้างรายได้ (31 ธ.ค.56)

– จัดเก็บค่าโดยสาร 83.03% รายได้มาจากบริษัท

– พัฒนาเชิงพาณิชย์ 10.21% รายได้มาจากบริษัท

– โฆษณา 4.50% รายได้มาจากบริษัทย่อย

– บริการสื่อสาร 0.82% รายได้มาจากบริษัทย่อย

– เช่าพื้นที่ 1.03% รายได้มาจากบริษัทย่อย

– บริการตู้ ATM, โทรศัพท์ 0.07% รายได้มาจากบริษัท

– อื่นๆ 0.35% รายได้มาจากบริษัท//บ.ย่อย

โครงการรถไฟฟ้า 10 สายที่น่าจะสร้างต่อไป

  1. สายสีแดงเข้ม (ม.ธรรมศาสตร์รังสิต-มหาชัย)
  2. สายสีแดงอ่อน (ศาลายา-หัวหมาก)
  3. Airport Rail Link (สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ)
  4. สายสีเขียวเข้ม (ลำลูกกา-บางปู)
  5. สายสีเขียวอ่อน (ยศเส-บางหว้า)
  6. สายสีน้ำเงิน (ท่าพระ-พุทธมณฑลสาย4),(ขยายเพิ่ม)
  7. สายสีม่วง (บางใหญ่-ราษฎบูรณะ),(น่าจะมีการขยายเพิ่ม)
  8. สายสีส้ม (จรัญฯ-มีนบุรี)
  9. สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี)
  10. สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)

(สามารถดูภาพรวมโครงข่ายระบบรถไฟใต้ดินที่น่าจะสร้าง 10 สายได้ที่ 56-1 ปี 56 หน้า 42)

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 56 มีการเพิ่มทุนจาก 11,950 ล้านบาท>เป็น 20,500 ล้านบาทบริษัทขายหุ้นเพิ่มทุนได้ทั้งหมด

วิเคราะห์คร่าวๆตามที่ผมรู้และเข้าใจนะครับ (อาจจะถูกหรือผิดก็ได้) ถ้าดูรายได้กำไรสุทธิที่หน้าเว็ป set.or.th แบบผ่านๆหรือดูที่กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวดโดยไม่ดูรายละเอียดอื่นๆเลยจะเห็นว่าบริษัทนี้ขาดทุนมาหลายปีแล้วซึ่งถ้ามองผ่านๆก็ไม่น่าลงทุนเอาเสียเลย

แต่ก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้ผมต้องกลับมามองตัวนี้ใหม่ตัวที่ผมเคยดูถูกดูแคลนว่าไม่น่าจะรอดแบบคนรู้ไม่จริง

หลังจากได้เห็นคนดังท่านหนึ่งบอกว่าหุ้นตัวนี้ดีกำลังเทินอราวด์ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนตัวเองใหม่ว่าสิ่งที่ผมเคยคิดมันยังถูกหรือเปล่าบวกกับปัจจัยหลายๆอย่างและได้อ่านหนังสือของอาจารย์ที่สอนเลือกหุ้นที่กำลังจะดี 7 หนและวิธีดูงบแบบละเอียด

ทำให้ผมพอเข้าใจหลายๆอย่างได้ระดับนึงแต่ไม่ทั้งหมดสิ่งที่ผมเห็นในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จคือบริษัทนี้มีรายได้ที่เป็นกำไรซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว (ไม่รวมค่าใช้จ่ายทางการเงินกับภาษี)

บริษัทนี้มีกำไรไม่ได้ขาดทุนตามที่ผมเข้าใจในช่วงที่ผ่านๆมา(มีกำไรตั้งแต่พ.ศ.2555 ไม่รวมค่าใช้จ่ายทางการเงินกับภาษี) ซึ่งทำให้ผมประหลาดใจนิดนึงและสงสัยว่าทำไมบริษัทนี้มันถึงขาดทุน

เมื่อลงไปดูบรรทัดต่อไปสิ่งที่ผมเห็นคือ “ค่าใช้จ่ายทางการเงิน” ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก (ถ้าดูงบย้อนหลังค่าใช้จ่ายทางการเงินจะสูงกว่านี้แต่ตอนนี้เหมือนกับว่ามันค่อยๆลดลงมาเรื่อยๆ)

คำว่า “ค่าใช้จ่ายทางการเงิน” ตามที่ผมเข้าใจณตอนนี้น่าจะหมายถึงดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพราะไปกู้ยืมเงินจากธนาคารมา

ซึ่งหากรถไฟสายสีม่วงสร้างเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 59 น่าจะทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นได้อีกถือว่าเป็นเรื่องที่ดีซึ่งยังไม่ได้รวมรถไฟสายอื่นๆอีก 9 สายและส่วนต่อขยายเพิ่มของรถไฟสายสีม่วง

แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากการก่อสร้างต้องใช้เวลานานและเป็นโครงการใหญ่หากสร้างให้เสร็จทั้ง 10 สายอย่างต่ำอาจต้องใช้เวลามากกว่า15 ปี (คาดการเองอาจจะผิดก็ได้) ถือได้ว่าเป็นหุ้นเทินอราวด์ตัวหนึ่ง

ผมมีคำถามที่จะถามอาจารย์ครับ

  1. หุ้นตัวนี้อาจารย์มีมุมมองยังไงบ้างครับ
  2. ถ้าเทียบกับอายุขัยที่เรามีอยู่จำกัดหุ้นตัวนี้น่าลงทุนไหมครับ (อ่านบทความล่าสุดของอาจารย์ทำให้ผมคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้),(โดยส่วนตัวแล้วถ้าเก็บไว้ให้ลูกหลานเลยตัวนี้ก็จัดว่าน่าลงทุนเพราะธุรกิจอยู่ในกลุ่มผูกขาด,กำลังจะอยู่ในช่วงดีหนที่ 1 หรือดีหนที่ 1แล้ว)
  3. ค่าใช้จ่ายทางการเงินนอกจากดอกเบี้ยแล้วมีอะไรอีกหรือเปล่าครับ
  4. ผมต้องหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกบ้างไหมครับที่เป็นประเด็นสำคัญๆที่ผมไม่ได้เขียนเอาไว้หรือผิดพลาดตรงไหนอาจารย์ช่วยชี้แนะให้ด้วยนะครับ

ขอบคุณอาจารย์มากๆนะครับสำหรับความรู้ที่น้อยคนจะบอกจะสอนและสอนได้แบบละเอียดและเอาไปใช้ได้จริงขอบคุณอาจารย์มากๆเลยครับ


 

เรียนลูกศิษย์

1)   BMCL เป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานใช้เวลาค่อนข้างนานและต้องลงทุนสูงในการก่อสร้าง

2)   สังเกตงบการเงินย้อนหลังจะพบว่าสมัยก่อนอัตราส่วนหนี้ต่อทุนนั้นสูงมากทำให้เกิดค่าใช้จ่ายทางการเงินหรือดอกเบี้ยเงินกู้ค่อนข้างสูงเป็นปกติของโครงการที่กู้มาสร้างแต่ยังไม่มีการรับรู้รายได้

3)   เมื่อปีที่แล้วมีการเพิ่มทุนเพื่อเอาไปจ่ายหนี้จะเห็นว่าอัตราหนี้สินต่อทุนลดลงเป็นจำนวนมาก

D/E 19.37 เท่าปลายปี 55 ปัจจุบันอยู่ที่ 1.22 เท่า

4)   ปัจจัยที่เราต้องอ่านให้ขาดในตอนนี้คือรถไฟฟ้าสายสีม่วงเมื่อเปิดทำการแล้วรายได้จากค่าโดยสารจะมากกว่ารายจ่ายหรือไม่ถ้ารายได้จากสายสี่ม่วงสามารถทำกำไรให้ BMCL ได้บริษัทก็มีอนาคตที่สดใสครับ

5)   จากที่มีโครงการรถไฟฟ้ากำลังจะเกิดขึ้นอีกหลายสายทำให้เรารู้สึกได้ว่ากำไรจากสายสีม่วงและสีน้ำเงินจะถูกนำกลับไปลงทุนสร้างส่วนต่อขยายทำให้การลงทุนในบริษัทนี้เราควรหวัง capital gain จากราคาหุ้นมากกว่าเงินปันผลนอกจากนั้น BMCL ยังมีขาดทุนสะสมอยู่เป็นจำนวนมากถ้าบริษัทต้องการจะจ่ายเงินปันผลก็คงต้องลด par เนื่องจากส่วนล้ำมูลค่าหุ้นมีไม่พอที่จะนำไปล้างขาดทุนสะสม

6)   ส่วนตัวผมมองว่าเป็นหุ้นพื้นฐานสำหรับการลงทุนระยะยาวครับซึ่งผมอาจจะผิดก็ได้

7)   ค่าใช้จ่ายทางการเงินคือดอกเบี้ยจ่ายครับ

8)   ท่านต้องหาประเด็นให้ได้ว่าทำไมที่ผ่านมา BMCL ถึงขาดทุนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทำกำไรให้บริษัทหรือไม่ท่านคาดว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงจะทำกำไรให้กับบริษัทหรือไม่บริษัทมีโครงการที่จะทำให้รายได้ในอนาคตโตขึ้นอย่างไรบริษัทมีเงินทุนสำหรับโครงการใหม่ๆหรือไม่โครงการใหม่ใช้เวลานานเท่าไรถึงจะก่อให้เกิดรายได้และโครงการใหม่สามารถทำรายได้ให้แก่บริษัทหรือไม่

 

ด้วยความเคารพ

พงศกร บุญวรเมธี / ที่ปรึกษาทางธุรกิจ