Head ถามมาครูตอบไป

ถามมา…ครูตอบไป…

วิเคราะห์หุ้น Pdi

เรียนอาจารย์ชาย

Pdi ตั้งงบ 1.5 พันลบ.ช่วงปี 58-60 พลิกไปสู่ธุรกิจพลังงาน-กำจัดกากอุตฯ (ที่มา http://www.ryt9.com/s/iq05/1968920)

เมื่อเจอข่าวให้อ่านหลายๆ รอบจนเกิดความรู้สึกจึงวิเคราะห์หุ้น Pdi ทันที

1)    P/E             n/a

P/BV          1.06

ราคาปิดล่าสุด 15.80 บาท พาร์ 10 บาท 17/07/57

เข้าเกณฑ์หุ้นเทิร์นอราวน์ดี

2)    Pdi มีธุรกิจหลัก

ผลิตภัณฑ์หลักได้แก่

–      โลหะสังกะสีแท่งบริสุทธิ์

–      โลหะสังกะสีผสม

ผลิตภัณฑ์พลอยได้ได้แก่

–      กรดกำมะถัน (Sulphuric acid)

–      โลหะทองแดง

–      PLP (Padaeng Leached Product)

ธุรกิจเหมืองและการลงทุนเหมือง

อยู่ในธุรกิจแข่งขันรู้สึกไม่ดี

3)    การเงินดีไหม

Current ratio 3.20 เท่าดี

Quick ration 1.40 เท่าพอใช้ซึ่งเริ่มดีกว่าปีก่อนที่ค่าต่ำกว่า 1 เท่าให้ความรู้สึกว่ากิจการมีการลงทุนในสินค้าคงเหลือมากเป็นพิเศษประกอบกับปีนี้แนวโน้มธุรกิจโลหะสังกะสีเริ่มฟื้นตัวเจ้าของรู้ว่าถึงรอบของมันราคากำลังจะไปจึงทำการกักตุนเพื่อซื้อถูกขายแพง

A/R 16.32 รอบ

เก็บหนี้ 22.36 วันอยู่ในเกณฑ์ดีไม่มีหนี้เสียยืนยัน current ratio

Inventory 2.39 รอบ

ระยะเวลาการผลิตจนขายออก 152.50 วันถ้ามาดูธุรกิจหลักโลหะกับสังกะสีไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะเมื่อไล่ดูอัตราส่วนนี้ถือว่าเป็นธรรมชาติของธุรกิจที่มีการสต็อกสินค้าไว้ซึ่งผมต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

A/R และ inventory ถึงจะไม่ใช่ข้อมูลเต็มปีแต่อย่างน้อย 6 เดือนก็สามารถใช้ได้

การเงินถือว่าคล่องดีโดยรวมถือว่าดี

4)    D/E 0.57 การเงินมีความมั่นคงสูงกู้ได้อีก 4,840.25 ล้านบาทบวกกับเงินสดในงบดุลทำให้รู้สึกว่าสภาพคล่องพอที่จะลงทุนโครงการ 1.5 พันล้านได้สบาย

5)    มีลงทุนบริษัทย่อยและร่วมทุนเพิ่มขึ้นแต่ไม่ค่อยมีนัยยะอะไรมากมีบริษัทย่อยแม่สอดสะอาดผลิตเอทานอลมาห้าปีเริ่มมีผลดำเนินงานดีขึ้นคาดว่าความชัดเจนสนับสนุนจากรัฐบาลจะกลับมาเข้าสู่จุดค้มทุนและมีกำไรในอีกไม่นานเมื่อทุกอย่างลงตัวพร้อมกับโรงไฟฟ้า

ข่าวออกมาจะลงทุนโรงไฟฟ้าธุรกิจผูกขาดทำให้น่าสนยังทิ้งไม่ได้

มีดีมากกว่าไม่ดีจึงต้องเฝ้าดูต่อไปเพราะมีข่าวจะลงทุนโรงไฟฟ้าส่วนในเรื่องของรายได้บริษัทถือว่าไม่ธรรมดายังมีปันผลให้นักลงทุนแม้จะมีอนุมัติงดจ่ายเงินปันบ้างตามนโยบายเงินปันผลถ้าบริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการขยายงานในอนาคตที่ผ่านมาบริษัทเริ่มดีขึ้นจากสภาวะตลาดโลหะสังกะสีโลกที่อุปทานลดลงส่งผลให้อัตราพรีเมี่ยมของสินค้าเพิ่มสูงขึ้นและแผนกลยุทธ์การซื้อขายโลหะสังกะสีล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทมีกำไรเพิ่มจาก E ของบริษัทที่ไม่มีความแน่นอน

6)    ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี 57 เดือนเมษายนจนถึงเดือนกันยายนมีปริมาณซื้อขายที่หนาแน่นและคึกคักมากซึ่งดูแล้วผิดปกติไปจากเดิมมากต้องมีอะไรในกอไผ่ราคาขณะนั้น 27/1/56 9.35 บาท P/BV 0.60 เท่า BV 15.71

6.1)  หุ้นเทิร์นอราวด์มีสถิติวิ่งขั้นต่ำไปที่ราคา 3 เท่าของ BV pdiวิ่งขึ้นไปรอรับ E โต 100% ในอนาคตจะมีโครงการลงทุนใหม่ในธุรกิจที่มีอนาคตพร้อมกับผลประกอบการไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ออกมาดีเกินคาด E พลิกกลับมาเป็นบวกทำจุดสูงสุดที่ราคา 20.10 บาท 23/07/57 ด้วยปริมาณการซื้อขายหุ้นที่คึกคักราคาที่มีทฤษฎีรองรับแต่อนาคตจะมี E ออกมาแย่ลงถ้าสมมุติผมเป็นเจ้าบริษัทผมนึกถึงช่วงการขายหุ้นทิ้ง/ออกของ

6.2)  จากข้อ 6.1) มีมติอนุมัติจดทะเบียนใหม่เปลี่ยนชื่อบริษัทและการเพิ่มทุนจาก 100,000 บาทเป็น 50 ล้านบาทมุ่งเอาดีด้านพลังงานทางเลือกยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมคิดไม่ผิด

6.3)  วันนี้ 17/07/57 ราคาหุ้นได้ตกมาเหลือ 15.80 บาทบริษัทได้ออกมาปฏิเสธข่าวยื่นขอทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งบริษัทยังไม่ทำสัญญาก่อสร้างกับใครเลยทำให้นึกถึงการออกข่าวดีมาสนับสนุนราคาก่อนหลังจากนั้นก็ออกข่าวร้ายตามมาสนับสนุนราคาที่ตกหุ้นก็จะกลับมามีอัตราส่วน P/E และ P/BV ใกล้เคียงกับเพื่อนๆในกลุ่มเดียวกัน

ธุรกิจหลักโลหะสังกะสีมีการแข่งขันสูงราคาอิงกับเศรษฐกิจโลกทำให้ผมนึกถึง E ที่ขาดเสถียรภาพและปัจจัยด้านการลงทุนและกฎระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสำรวจและทำเหมืองแร่ในประเทศไทยบริษัทฯจึงตัดสินใจลดการลงทุนในการสำรวจแหล่งแร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั้งนี้บริษัทได้ลดการพึ่งพาเฉพาะวงจรธุรกิจสังกะสีเพียงอย่างเดียวโดยนำองค์กรมุ่งสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนธุรกิจจะทำให้ PDI สามารถลดความเสี่ยงจากสภาวะผันผวนของตลาดโลหะสังกะสีโลกที่คาดการณ์ไม่ได้และขาดการสนับสนุนต่ออุตสาหกรรมประเภทนี้จากสาธารณะชนในพื้นที่ดำเนินการอุตสาหกรรมสีเขียวจะเป็นการเปิดโอกาสสู่ธุรกิจใหม่ให้กับ PDI อาทิพลังงานทดแทนการนำกากของเสียกลับมาใช้ใหม่และการบริการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม

7)    บริษัทและบริษัทตากไมนิ่งมีคดีความฟ้องร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีปนเปื้อนของสารแคดเนียมเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 3,969 ล้านบาทรวม 5 คดีซึ่งบริษัทได้ยื่นต่อศาลแล้วทุกคดี

ล่าสุดจากหมายเหตุงบการเงินไตรมาส 2/57

7.1)  คดีที่ 1 บริษัทและบริษัทตากไมนิ่งต้องชดใช้เงินจำนวน 9.2 ล้านบาท

7.2)  คดีที่ 2 บริษัทและบริษัทตากไมนิ่งต้องชดใช้เงินจำนวน 2.48 ล้านบาท

ยังเหลืออีก 3 คดีที่ยังไม่มีข้อสรุปผู้บริหารมีความมุ่งมั่นจะสู้กับคดีอย่างเต็มที่เพราะบริษัทมีมาตราการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามกฎข้อบังคับและข้อกำหนดส่วนราชการผมดูว่าคดีแม้ดูเสียเปรียบแต่ก็ไม่มากและความเสียหายอาจน้อยกว่าที่คิดบริษัทประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นเป็นเงิน 27 ล้านบาทสำหรับ 5 คดีดังกล่าวซึ่งบริษัทมีเงินสดพอที่จะจ่าย (ที่มา http://www.set.or.th/set/pdfnews.do?file=http%3A%2F%2Fwww.set.or.th%2Fdat%2Fnews%2F201309%2F13054024.pdf )

8)    จนกว่าpdiจะมีโครงการที่สร้างผลกำไรที่มีเสถียรภาพจึงจะน่าสนใจค่อยมาดูอีกทีเมื่อย้อนดูรายงานประชุมประจำและมติประชุมกรรมการบริษัทย้อนหลังหลายปีมีการพูดถึงเรื่องโรงไฟฟ้าเป็นทางเลือกเข้าลงทุนไฟฟ้าธุรกิจผูกขาดความเป็นไปได้ที่จะทำโครงการสำเร็จมีสูงเพราะแหล่งเงินทุนชัดเจนรอความชัดเจนการลงทุนโรงไฟฟ้าและคดีความแม่สอดว่าจะจบลงอย่างไร

9)    ต้องตามดูหุ้นตัวนี้ต่อไปเพราะ P/BV 1 เท่ามีเงินสดเหลือหากจะมุ่งทำธุรกิจแข่งขันเหมือนเดิมเห็นทีจะฟื้นไม่ไหวจะต้องเปลี่ยนมาเป็นเสือนอนกินก็ต้องโรงไฟฟ้าอย่างเดียว

10)   โรงไฟฟ้าต้องมีการเตรียมการมากเมื่อไรที่Pdiเอาจริงก็ให้นึกถึงการเทิร์นอราวด์ที่ 3 เท่าของ BV ผมมีโอกาสทำกำไร (ซื้อตอนต่ำสุดณขณะนี้)

11)   ถ้าดูรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่มีผู้ถือหุ้น Bali Ventures Limited เป็นกองทุนจากดูไบถือหุ้น 21.72% (อันดับ 1) กระทรวงการคลัง 13.81% (อันดับ 2) ไม่รู้ว่าหากpdiมาทำโรงไฟฟ้าซึ่งต้องใช้เงินกู้หรือไม่ก็ต้องตั้งบริษัทย่อยแล้วกู้เงินจะติดขัดอะไรกับทางราชการหรือเปล่าและเมื่อมาทำโรงไฟฟ้าหากรายได้มาจากพลังงานเป็นหลักกระทรวงการคลังติดขัดอะไรหรือเปล่าเนื่องจากบริษัทจะหยุดธุรกิจโลหะสังกะสีภายใน 2-3 ปีนี้หรือภายในปี 59-60 และเหมืองแม่สอดจะหมดอายุสัมปทานในปี 66

12)   ผมกำลังนึกถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนการทำโรงไฟฟ้าซึ่งจะช่วยให้ราคาขยับและเริ่มเทิร์นอราวด์ซึ่งผมคาดว่ากระทรวงการคลังขายหุ้น 13.81% เปิดทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์จากรายย่อยกลุ่มทุนใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจพลังงาน-กำจัดกากอุตฯส่วนกองทุน Bali Ventures Limited ผมไม่คิดว่าจะขายเพราะซื้อหุ้นมาราคาค่อนข้างสูง (ที่มา http://www.ryt9.com/s/iq05/338204) คงไม่มีใครอยากขายขาดทุนซึ่งที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่มาเรื่อยๆเพื่อหวังจะฟื้นธุรกิจซึ่งกลุ่มลงทุนเหล่านั้นปัจจุปันได้ทำการขายหุ้นออกไปหมดเมื่อดูเหลือเพียง Bali Ventures Limited ซึ่งผมมองว่ากองทุนดูไบอยากจะเปลี่ยนธุรกิจใหม่ให้หมดตามที่อ่านในข่าวไม่งั้นกองทุนดูไบคงขายไปนานแล้วเมื่อดูปัจจุปันจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยมี 59.08% ราคาปัจจุปันอยู่ที่ 16.20 บาท 17/10/57 ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของกองทุนดูไบที่ซื้อทำให้ผมนึกถึงการซื้อถูกขายแพงเพราะราคาปัจจุปันต่ำกว่าในอดีตถ้าสมมติผมเป็นเจ้าของบริษัทผมไม่กล้าขยับตัวมากผมเลยต้องหาคนมาช่วยถือแทนกันส่วนกระทรวงการคลังก็ต้องอยู่เพื่อให้รายย่อยเชื่อมั่นต่อบริษัทระหว่างที่รอทำธุรกิจพลังงาน

ขอคำชี้แนะเพิ่มเติมจากอาจารย์ด้วยครับ

ขอแสดงความนับถือ

ลูกศิษย์


 

ตอบลูกศิษย์

1)    ถ้าจะพูดไปแล้วหุ้นตัวนี้ก็ควรจัดเก็บเอาไว้ในโพยหุ้นลงทุนคือยังไม่ลงทุนตอนนี้แต่อนาคตไม่แน่

2)    กิจการเดิมต้องมองข้ามไปเลยเท่าที่ผมได้ยินมาอายุสัมปทานใกล้จะหมดลงแต่ต้องเช็คอีกทีกับ PDI

3)    วันนี้จึงเหมือนเหลือแต่บ้านเตรียมตกแต่งบ้านใหม่แต่ก็อาจติดตรงเจ้าของ (ผู้ถือหุ้น) หลายคนที่ตอนแรกตกลงว่าจะทำเหมืองแต่ต่อมาจะไปทำอย่างอื่นอาจทำไม่ได้ทันทีอย่างที่ใจคิดเพราะติดกฎระเบียบอะไรหรือเปล่าทำให้จินตนาการถึงการเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นก่อนทำโรงไฟฟ้า

4)    ถ้าไม่ติดกฎระเบียบอะไรโรงไฟฟ้าก็น่าจะดำเนินโครงการไปแล้วตอนนี้จึงต้องรอความชัดเจนของโครงการเพราะถ้าทำจริงอีกตั้ง 2 ปีกว่าโรงไฟฟ้าจะเสร็จช่วงเวลาแห่งการลงทุนเหลือเวลาอีกเยอะตอนนี้จึงยังรอได้

5)    บทวิเคราะห์ของท่านเป็นประโยชน์ขอเผยแพร่ใน FP ร.ร. นักเรียนทุกคนจะได้ศึกษาไม่ทราบว่าท่านอนุญาตหรือไม่

ชาย กิตติคุณาภรณ์