Head เจาะหุ้น

MLINK ในปัจจุบันตอนที่ 1/3

คำถามที่ 2. MLINK มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร
ตอบ: เข้าเว็บไซต์ www.set.or.th แล้ว Print งบการเงินวันที่ 31/3/58 (รูปที่1-4) มาวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบอัตราส่วนทางการเงิน (ปรับตัวเลขเป็น “หน่วย:ล้านบาท” เพื่อความสะดวกในการคำนวณ)
– Current Ratio ใช้ตรวจสอบความคล่องตัวทางการเงินของกิจการ ค่าที่ได้ออกมาควรจะมากกว่า 1 เท่า เพราะหนี้สินหมุนเวียนคือหนี้สินที่มีกำหนดการที่ต้องชำระภายในหนึ่งปี กิจการจึงควรมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่มากพอที่จะชำระหนี้สินจำนวนนี้ได้ในหนึ่งปีเช่นกัน

 

ถ้า Current Ratio ต่ำกว่า 1 เท่า หมายความว่ากิจการกำลังมีปัญหาด้านการเงินคือมีสินทรัพย์ไม่พอจะเอามาจ่ายหนี้สิน จึงกำหนดว่าค่าที่ได้ไม่ควรจะต่ำกว่า 1 เท่า เพราะถ้าต่ำกว่าคือกำลังมีความเสี่ยงทางสภาพคล่อง Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน(ในงบดุล) ÷ หนี้สินหมุนเวียน(ในงบดุล)
= 1,453 ÷ 369.28  (หน่วยล้านบาท)
= 3.93:1

 

– Quick Ratio ใช้ตรวจความคล่องตัวอีกหนึ่งครั้งต่อจาก Current Ratio เพื่อเป็นการตรวจทานอีกรอบว่ากิจการมีสถานทางการเงินที่คล่องตัวจริงหรือไม่ โดยการนำมูลค่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดมาตีค่าให้กลายเป็นศูนย์เสมือนว่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดของกิจการขายไม่ออกเลย เราจึงนำมาหักลบออกจากสินทรัพย์หมุนเวียนก่อน จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ หารด้วยหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งกรณีของ MLINK พบว่า

 

Quick Ratio = (สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน
= (1,453 – 528.32) ÷ 369.28
= 2.5:1
– เมื่อเห็น Current Ratio และ Quick Ratio ที่สูงถึง 3.93 และ 2.5 เท่านั้นแน่นอนว่าย่อมทำให้รู้สึกดี แต่หากมองในรายละเอียดจะพบว่าเป็นเงินสดและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเงินสดนั้นเพิ่มขึ้นผิดปกติมากทำให้ต้องหาที่มา

CCI27052558_0002

 

CCI27052558_0003

– A/R Turnover เป็นสิ่งที่แสดงจำนวนรอบการเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าของกิจการ

A/R Turnover = รายได้(งบกำไรขาดทุน) ÷ ลูกหนี้การค้า(งบดุล)
A/R Turnover = 287.87 ÷ 257.99
= 1.11 ครั้ง บอกเราว่าที่ผ่านมา MLINK ขายสินค้าแล้วเก็บเงินลูกค้าได้ 1.11 ครั้ง

– ถ้าเราอยากรู้ว่าในแต่ละครั้งกินเวลาเท่าไหร่ก็เอา 90 คือจำนวนวันที่เราพิจารณางบการเงินในช่วงนั้นคือ 30วัน x 3เดือน = 90วัน แล้วเอา 90 ตั้งหารด้วย A/R Turnover ที่มีค่า 1.11 จะได้เท่ากับ 90 ÷ 1.11 = 81.08 วัน ค่านี้คือ “Day Receive” เป็นระยะเวลาเก็บหนี้โดยเฉลี่ยว่าในแต่ละรอบที่ขายสินค้าได้นั้นกิจการใช้เวลาตามเก็บเงินกี่วัน ซึ่งเรามีเกณฑ์ว่าไม่ควรจะเกิน 90 วัน

 

– Inventory Turnover คือจำนวนรอบอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง
Inventory Turnover = ต้นทุนสินค้าขาย(งบกำไรขาดทุน) ÷ สินค้าคงเหลือ(งบดุล)
= 280.28 ÷ 528.32
= 0.53 รอบ

 

– Inventory Day คือระยะเวลาสต๊อกสินค้าของกิจการเพื่อดูว่ามีการสต๊อกวัตถุดิบผ่านกระบวนการผลิตต่างๆจนได้เป็นสินค้าทั้งหมดกินเวลากี่วัน ให้เอาจำนวนวันที่เราสนใจ หารด้วย ค่าที่คำนวณได้จาก Inventory Turnover (หลักการคิดเหมือนกับ Day Receive) ดังนั้น Inventory Day = 90 ÷ 0.53 = 169.64 วัน

 

– Interest Coverage Ratio ใช้ดูว่ากิจการมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่จะต้องจ่าย
Interest Coverage Ratio = [กำไรก่อนภาษีเงินได้(งบกำไรขาดทุน) + ต้นทุนทางการเงิน] ÷ ดอกเบี้ยจ่าย(ในงบกำไรขาดทุน)
Interest Coverage Ratio = [(-60.47) + (-7.72)] ÷ (-7.72) = N.A. หาค่าไม่ได้ เป็นเพราะว่า MLINK ขาดทุน!

CCI27052558_0004

– D/E Ratio คืออัตราหนี้สินต่อส่วนทุนเพื่อวิเคราะห์วงเงินในการกู้ยืม
D/E Ratio = หนี้สินทั้งหมด(งบดุล) ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น(งบดุล)
= 369.28 ÷ 1,301.49 = 0.28:1

 

คิด D/E Ratio ที่ 2:1 เท่า

จึงสามารถขอกู้ได้อีก; (1,301 x 2) – 369.28 = 2,210.09 ล้านบาท

CCI27052558_0005
สรุปคำถามที่ 2 จากตัวเลขต้นทุนที่สูงถึง 280.28 ล้านบาท ที่มาจากรายได้ 287.87 ล้านบาท ทำให้เกิดกำไรขั้นต้นที่ 7.5 ล้านบาท ต้องบอกว่าเห็นแล้วลมแทบจับ สวนทางกับสภาพคล่องที่ล้นเหลือ โดยจากการที่ดูส่วนของผู้ถือหุ้นพบว่าจำนวนหุ้นเพิ่มสูงขึ้นจาก 540 ล้านหุ้น เป็น 1,898 ล้านหุ้น ก็ชัดเจนว่ามาจากการ “เพิ่มทุน” ในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้เกิดความน่าสนใจว่า MLINK จะเอาเงินเพิ่มทุนไปทำอะไร?

ติดตามต่อได้ใน “MLINK ในปัจจุบันตอนที่ 2/3 ”

กำพล อังศุเกษตร์