Head ข่าวโดน

ข่าวโดน

ไทยรัฐ คอลัมน์ลมเปลี่ยนทิศ วันศุกร์ที่ 19/12/57 ซึ่งผมเป็นแฟนประจำอยู่เพียงคอลัมน์เดียว เขียนถึงเรื่องการปั่นหุ้น ซึ่งผมเจอก็เห็นด้วยทุกประการ อยากให้นักเรียนทุกคนได้อ่านและไตร่ตรองเพื่อเตือนสติตัวเองตลอดเวลาว่า ในตลาดหุ้นมีเจ้ามือ และหุ้นทุกตัวก็มีเจ้ามือ ถ้าเล่นหุ้นพร้อมเจ้ามือ และเล่นแบบเดียวกับเจ้ามือได้ก็รวย ด้วยเหตุนี้ นักเรียนจึงต้องพยายามรู้จักและทำความเข้าใจนิสัยและสันดานของเจ้ามือให้ได้

ขออนุญาตคุณลมเปลี่ยนทิศ ด้วยข้อเขียนของท่านในวันนี้เป็นประโยชน์กับทุกคนที่เล่นหุ้นจริงๆ ผมขออนุญาตนำมาลงให้นักเรียนทุกคนได้ศึกษา และขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ให้ช่วยปกปักษ์รักษาและคุ้มครองท่านให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง เพื่อให้แสงสว่างทางปัญญากับคนไทยทุกคนไปนานๆ

ชาย กิตติคุณาภรณ์

*****************************************************

นักปั่นหุ้นร่าเริงกฎหมายไทยเอื้อมไม่ถึง

ตลาดหุ้นไทย ในสัปดาห์นี้ต้องถือว่า ผันผวนที่สุดในโลก ราคาหุ้นตกมากที่สุดในภูมิภาค จากฝีมือการ “ทุบแล้วช้อน” ของ “แก๊ง ปั่นหุ้น” ที่มีเครือข่ายใหญ่โต ฉวยโอกาสราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงไปกว่า 50% จาก “สงครามราคาน้ำมัน” ระหว่างสหรัฐฯกับโอเปก “ปล่อยข่าวลือเดิมซ้ำ” ทำให้นักเล่นหุ้นทั่วไปเกิดการแตกตื่นเทขายหุ้น แก๊งปั่นหุ้นก็ฉวยโอกาส “ช็อตเซลส์ซ้ำ” ทำให้ราคาหุ้นแกว่งขึ้นลงถึง 100 จุดภายในเวลาสองชั่วโมง เจ็บตัวก็คือนักลงทุนรายย่อยที่มีเป็นล้านบัญชี

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ คนไทยจะเชื่อข่าวลือกันง่ายดายอย่างนี้ ขนาดปล่อยข่าวลือมั่วๆว่า รัฐบาลจะยกเลิกธนบัตร ก็ยังมีคนเชื่อเป็นตุเป็นตะ

คุณสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีคลัง บอกว่า ตอนนี้มีกระบวนการปล่อยข่าวลือ มีเจตนาร้ายทำให้ตลาดหุ้นตกลงอย่างรุนแรง เพื่อเข้าไปซื้อหุ้นในราคาถูก ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ จะต้องเข้าไปจัดการเป็นการด่วน พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งให้ ก.ล.ต.ระมัดระวังและประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนทราบ เชื่อว่ามีไอ้โม่ง พอได้จังหวะก็ทำและกวาดหุ้นกันไป ตอนนี้ไม่มีปัจจัยภายในประเทศที่ทำให้หุ้นตก

กระบวนการปั่นหุ้นมีมานานแล้ว นับวันยิ่งขยายวงใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ช่วงสองปีมานี้ผมเคยเขียนไปครั้งหนึ่งแล้วว่า มีขบวนการลากราคาหุ้นที่เรียกว่า “แก๊งสี่โมงเย็น” พอถึงเวลา 16.00 น. ปุ๊บ ราคาหุ้นจะผันผวนทันที ถ้าดัชนีบวกอยู่ดีๆ ก็จะถูกลากลงไปปิดด้วยดัชนีติดลบ ถ้าดัชนีติดลบอยู่ ก็จะถูกลากขึ้นไปปิดในแดนบวก

ขบวนการนี้ทำงานกันแค่ 30 นาทีก็รวยกันไม่รู้เรื่อง

แต่เที่ยวนี้ถือว่าเล่นกันแรงมาก อย่างวันจันทร์ปิดตลาดครึ่งวันแรกดัชนีลบไป 44 จุด พอเปิดตลาดช่วงบ่าย ก็ถูกทุบร่วงลงไปอย่างรวดเร็วเป็น 60 จุด 70 จุด บางคนแดกดันว่าลงไป 100 จุดเลย แล้วก็เป็นจริงอย่างที่แดกดัน ดัชนีราคาหุ้นถูกทุบลงไปด้วยการ “ช็อตเซลส์หุ้นใหญ่” จนลบไปเกือบ 140 จุด แล้วก็ดีดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนปิดที่ลบ 36 จุด แตกต่างกันถึง 100 จุด

แต่การไล่จับนักปั่นหุ้นในเมืองไทยไม่ง่ายอย่างที่คิด ตลาดหุ้นไทย เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่า “ปั่นหุ้นง่ายแต่จับยาก” เพราะ “กฎหมายไม่เอื้ออำนวย” รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไข เพราะนักการเมืองสมัยนี้เล่นหุ้นกันเกือบทุกคน เพื่อหารายได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่เพื่อ “ฟอกเงิน” ให้ถูกกฎหมาย จนเดี๋ยวนี้ นักการเมืองไปเป็นเจ้าของโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นกันแล้ว เพื่อให้การฟอกเงินทุกอย่างง่ายขึ้น

ผมเคยคุยเรื่องนี้กับ คุณวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. ท่านได้แต่ส่ายหัว ทำอะไรไม่ได้ วันนี้นักปั่นหุ้นไม่เพียงไม่กลัว ก.ล.ต. แต่ยังท้าทาย ก.ล.ต.ให้จับด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่า กระบวนการดำเนินคดีที่ล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมไทย สามารถที่จะดึงเกมได้ทุกขั้นตอน คดีปั่นหุ้นหรือฉ้อโกงหุ้นแต่ละคดี อาจต้องใช้เวลา 5 ปี 10 ปี 20 ปี หรือจนหมดอายุความไปเลยก็ได้

ไม่เหมือนการดำเนินคดีปั่นหุ้นในต่างประเทศ แค่ 3 เดือน 6 เดือน ก็รู้ผล ทรัพย์สินของผู้ถูกดำเนินคดีจะถูกอายัดไว้ก่อน เพื่อเก็บไว้บรรเทาความเสียหายของนักลงทุน

แต่กฎหมายไทยไม่ได้เป็นอย่างนี้ ตลาดหลักทรัพย์จับคนปั่นหุ้นได้ สอบสวนเสร็จก็ต้องส่งต่อให้ ก.ล.ต. จากนั้น ก.ล.ต.ก็นับหนึ่งใหม่ ก.ล.ต.สอบสวนเสร็จก็ส่งต่อให้ดีเอสไอ แล้วดีเอสไอก็เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ดีเอสไอสอบสวนเสร็จก็ส่งต่อให้อัยการแล้วอัยการก็นับหนึ่งใหม่อีก นับหนึ่งใหม่ไล่กันเป็นขบวนการอย่างนี้ ไม่รู้ชาติไหนจะสอบเสร็จดำเนินคดีผู้ปั่นหุ้นได้

นี่คือ จุดอ่อนของตลาดหุ้นไทย และจุดอ่อนของประเทศไทย ในด้านตลาดทุน

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่แก้ไขกฎหมายให้ดำเนินคดีกับผู้ปั่นหุ้นอย่างรวดเร็วเหมือนประเทศอื่น ในอนาคตประเทศไทยจะเสียหายมากกว่าที่เกิดขึ้นในวันนี้เยอะ การโชว์ศักยภาพปั่นหุ้นขึ้นลง 100 จุดภายในเวลาสองชั่วโมงที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ เป็นแค่หนังตัวอย่างที่แสดงให้ชมเท่านั้น.