ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

IEC กับภารกิจฝ่าราคาที่ 0.09 ที่เคยทำไว้

ลูกศิษย์สอบถามกันมามากเหลือเกินว่า IEC เคยขึ้นไปถึง 0.09 บาท เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ลงมาอยู่ที่ 0.03 – 0.04 บาท ผมไม่น่าเลย ตอนนั้นขายทิ้งไปซะก็ดี

ผมฟังแล้วก็ถามกลับไปว่า แล้วตอนนี้ขาดทุนหรือเปล่า ส่วนใหญ่ก็บอกว่าไม่ขาดทุน เพราะต้นทุนก็อยู่ที่ 0.02 – 0.03 บาท ที่เจ็บใจเป็นเพราะขาดทุนกำไร ถ้าขายตอนนั้น 0.09 บาท แล้วมาช้อนซื้อที่ 0.03 – 0.04 บาท ตอนนี้ก็อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบ และเป็นต่อมากเหลือเกิน เพราะฟันกำไรมารอบที่ 1 แล้ว

เรื่องการลงทุนหุ้น ผมบอกให้นักเรียนวิเคราะห์หุ้น ว่าอนาคตหุ้นจะมีผลประกอบการออกมาดีหรือเปล่า

การที่ผลประกอบการออกมาดี สามารถดูได้จากอดีตที่ดีมาเป็นลำดับ ดูที่ผู้บริหาร ดูที่เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ว่าเป็นคนเก่ง คนดี เป็นคนมีเงิน มีความรู้ความสามารถมากหรือเปล่า

ถ้าเป็นคนดี คนเก่งและปฏิบัติธรรมวัดดังอีกด้วย ที่ใครๆ ก็รู้ว่าผู้ปฏิบัติธรรมคนนี้เป็นมหาเศรษฐี ก็ช่วยให้เบาใจไปได้ว่า เราฝากอนาคตเอาไว้กับผู้ใหญ่ ที่เข้าทำนองเดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด

การเดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด เพราะผู้ใหญ่คนที่เราเดินตามเคยสร้างหน้าประวัติศาสตร์ เคยถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์มาแล้ว ว่าถ้าจะทำอะไรทีหนึ่ง ต้องยิ่งใหญ่ ต้องไม่ธรรมดา ต้องประสบความสำเร็จ

อารัมภบทมาตั้งนาน ก็อยากฝากเรื่องที่อารัมภบทมาให้นักเรียนเอาไปทำเป็นการบ้าน ว่า IEC มีอะไรบ้างที่เหมือนกับที่ผมพูดไป ถ้ามีก็สบายใจได้ระดับหนึ่ง

แต่จะสบายใจอย่างไร ก็คงไม่สบายใจเท่ากับว่าเราวิเคราะห์หุ้น IEC แล้วได้คำตอบออกมาว่าดี ราคาหุ้นจะไปเท่านู้นเท่านี้

ขอเริ่มเลย

(1) อยากให้ดูงบกำไรขาดทุนงวด 6 เดือน/58 หน้าตาเป็นแบบนี้

กำไรขาดทุน1

 

กำไรขาดทุน2

นักเรียนเห็นรายได้ที่โตขึ้นเกือบ 100% กลายเป็นรายได้ 330.68 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 14.9 ล้านบาท

(2) ที่มาของตัวเลขอาจจะเกิดความเข้าใจมากขึ้น ถ้าอ่านข่าวนี้

CCI24082558

CCI24082558_0001

 

อ่านข่าวในย่อหน้าที่ 5 และ 6 อีกรอบ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ และตาก โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ในจังหวัดสงขลา สร้างรายได้ให้แล้ว และที่เหลือโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ จังหวัดกำแพงเพชร จะดำเนินการเดือน 12/58 และปลายปี 58 มีความเป็นไปได้ว่าจะเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล 8 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดสระแก้ว

แสดงว่ารายได้ของ IEC และกำไรสุทธิจะโตขึ้นแน่นอน เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการลงทุนยังไม่จบ

(3) ในงาน Opportunity Day หรือ IEC on The Fly เมื่อวันที่ 20/8/58 มีการพูดถึงโครงการ Waste Plastic Recycling ที่ระยองกับที่หาดใหญ่ กำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน และ 100 ตันต่อวันตามลำดับ ซึ่งจะเกิดเป็นรายได้และกำไรสุทธิที่เพิ่มมากขึ้นในปลายปี 59 และปี 60

มาถึงตรงนี้ 3 ข้อแล้ว เห็นภาพอนาคตว่ารายได้โตขึ้นแน่นอน และกำไรสุทธิก็น่าจะโตขึ้น เพราะโครงการทุกโครงการก็มีพลังอำนาจของการผูกขาดตลาดอยู่ ไม่ถึงขนาดที่จะเป็นการแข่งขันที่ทำให้ไม่เหลือกำไรสุทธิเลย

(4) ข้อมูลที่ส่งมาจากลูกศิษย์ ที่ไปร่วมงานบอกว่า 2 โรงงาน Waste Plastic Recycling ผลิตได้ 400 ตันต่อวัน ปีหนึ่งผลิตได้ 132,000 ตัน ขายตันละ 500 – 600 เหรียญสหรัฐ หากตีราคาขายต่ำๆ เอาที่ 400 เหรียญต่อตัน จะได้ 132,000 x 400 เหรียญ x 32 บาท จะได้มูลค่าขาย 1,700 ล้านบาท/ปี

ถ้าตัวเลขยอดขายของ 2 โครงการนี้เป็นจริง IEC ก็จะมีรายได้เพิ่มในปี 60 เป็นอย่างช้า 1,700 ล้านบาท แต่จากกำหนดการที่ IEC แจ้ง ที่ระยองคาดว่าดำเนินการได้เดือน 9/58 และที่หาดใหญ่ดำเนินการได้เดือน 1/59 แสดงว่ารายได้จาก 2 โครงการนี้จะต้องเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 59 แล้ว

เมื่อพิจารณาข้อ 4 ร่วมเข้าไป ที่ IEC ให้ข้อมูลว่า มี IRR 18 – 19% ต่อปี ยืนยันว่า 2 โครงการนี้มีกำไรชัวร์

(5) ราคาตลาดวันนี้ 0.04 บาท มี P/E 291.98 เท่า และมี P/BV 2.22 เท่า ใช้งบการเงิน ณ 30/6/58

ถ้าดูจากข้อ (1) – (4) IEC ยังมีโครงการที่สร้างรายได้และกำไรสุทธิอีกหลายโครงการ ซึ่งทำให้เห็นว่าอนาคตยังไงกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) จะต้องโตขึ้นแน่นอน ทิศทางราคาหุ้น IEC จึงมีแนวโน้มขึ้นมากกว่าลง

(6) จากที่ยังเหลือโครงการที่จะสร้างรายได้และกำไรสุทธิอีกหลายโครงการ ทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) โตขึ้นในอนาคต และน่าจะโตขึ้นระหว่างปี 58 – 60

ภาพของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ที่มีทิศทางที่โตขึ้น อาจอธิบาย IEC ได้ว่าในอนาคต IEC อาจเป็นหุ้นโตเร็ว ตามการแบ่งกลุ่มหุ้นของปีเตอร์ ลินซ์ (ปัจจุบัน IEC อยู่ในหุ้นกลุ่มพลิกฟื้นหรือหุ้นเทิร์นอราวด์)

ถ้า IEC ย้ายกลุ่มจากหุ้นพลิกฟื้นหรือหุ้นเทิร์นอราวด์ไปเป็นหุ้นโตเร็ว ลักษณะเด่นของ P/BV จะอยู่ที่ 3 – 4 เท่า ตลอดระยะเวลาที่เกิด EPS ที่โตขึ้น ซึ่งจะพาให้มูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) โตขึ้นด้วย

ราคาหุ้นของ IEC จึงเอา 3 – 4 เท่าคูณด้วย BV ที่โตขึ้น นั่นหมายความว่า ราคาหุ้นมีทิศทางขาขึ้น (ขอย้ำว่า IEC ต้องมี EPS ที่โตขึ้น ราคาจึงจะขึ้น)

(7) เอางบกำไรขาดทุน 6 เดือนแรกของปี 58 มาลองคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของ IEC เล่นๆ ดู

EPS 6 เดือนแรกปี 58                        0.0002                   บาท

EPS 6 เดือนหลังปี 58                       0.0003                   บาท  (เดาเล่นๆ แบบไม่คิดมาก)

รวม                                                   0.0005                   บาท

เอา P/BV ที่ 2.22 เท่า กับราคาที่ 0.04 บาท มาหามูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) จะได้เท่ากับ 0.018 บาท (P/BV ที่ 2.22 เท่า ผมเอามาจากสถิติในกรุงเทพธุรกิจ ซึ่งก็ถูกคำนวณมาจากงบการเงินนั่นแหละ)

นักเรียนลองเอา BV 0.018 บาท ที่เป็น BV ล่าสุด ณ 30/6/58 ไปบวกกับ EPS ทั้งปี 58 ที่ 0.0005 จะได้ BV ใหม่เป็น BV สิ้นปี 58 เท่ากับ 0.0185 บาท แล้วลองเอา 4 เท่าคูณเข้าไป จะได้ราคา 0.074 บาท

(8) ในข่าวข้อ (2) มีพูดถึงว่า IEC จะล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ 57 ล้านบาท ด้วยกำไรสุทธิในปี 58 แล้วจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการจ่ายเงินปันผล

ลองมาคิดกันเล่นๆ ว่า EPS ของปี 58 เป็น 0.0005 บาท หากแบ่งจ่ายปันผล 50% จะจ่ายได้ 0.00025 บาท/หุ้น

เงินปันผล 0.00025 บาท คิดเป็น 0.625% เมื่อเทียบกับราคา 0.04 บาท

เงินปันผล 0.00025 บาท คิดเป็น 0.278% เมื่อเทียบกับราคา 0.09 บาท

ประเด็นของ IEC ที่ถ้าจ่ายปันผลได้ จะเกิดกระแสแห่งการเก็งกำไร โดย IEC จะถูกมองว่า รายได้และ EPS ปี 59 จะโตขึ้นกว่าปี 58 ดังนั้น ราคาจึงขึ้นไปรออนาคตของปี 59 ได้

(9) IEC มีเงินเหลือในกิจการที่จะเอาไปลงทุน ถ้าดูจากงบดุล ณ 30/6/58

งบดุล1

 

งบดุล2

งบดุล3

มีสินทรัพย์หมุนเวียน718.06 ล้านบาท มีหนี้สินหมุนเวียน 382.6 ล้านบาท หักกลบลบกันแล้วเหลือเงิน 335.46 ล้านบาท เหลือเงินไม่ได้มากอะไร

แต่ถ้าดูอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ D/E Ratio จะได้ ค่าที่ต่ำมากๆ คือ 0.277 : 1 ในขณะที่ IEC สามารถกู้เงินได้ถึง 3 : 1 หาก IEC กู้เงินเอาไปทำโครงการที่มีพลังอำนาจของการผูกขาด

ดังนั้น หากจะคิดเล่นๆ ว่า ถ้า IEC กู้เงินเพิ่มจากธนาคาร เอาแค่กู้จนถึง D/E ที่ 2.5 : 1 ก็แล้วกัน จะได้เงินกู้เพิ่มเท่ากับ

(2.5 x E) – D      =             (2.5 x 3,446.4) – 957.7

=             7,658.3

ณ ขณะนี้ IEC จึงมีเงินทุนที่สามารถระดมเอามาทำโครงการใหม่ได้ประมาณ 8,000 ล้านบาท (7,658.3 + 335.46)

8,000 ล้านบาท ที่ยังสามารถจะลงทุนได้ นักเรียนลองคิดดูว่า จะเกิดรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มในอนาคตมากขนาดไหน

(10) หากย้อนกลับไปดูข้อ (7) ที่คาดการณ์ EPS ปี 58 ของ IEC อย่าง Conservative และปี 59 – 60 จะมีเรื่อง Waste Plastic Recycling เข้ามาเพิ่มด้วยที่จะสร้างรายได้ให้กับ IEC จำนวนมาก ส่วนของ EPS จะโตขึ้นจากโครงการนี้อีกพอสมควร (รายละเอียดตาม (3) และ (4) ยังไม่ได้เอามารวมเลย)

ทั้งหลายทั้งปวงที่วิเคราะห์กันอย่างง่ายๆ อย่างอนุรักษ์นิยม ก็พอจะเห็นภาพว่า IEC จะกลับไปทะลุแนวต้านที่ 0.09 บาท แบบที่ทุกคนรอคอยได้หรือไม่

นักเรียนคิดดู