ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

IEC กับภารกิจฝ่าราคาที่ 0.09 ตอน 2

อยากให้ดูสรุปข้อสนเทศของ IEC ที่เข้าไป Print มาจาก www.set.or.th จะเห็นข้อมูลดังนี้

page_A

ดูที่รูปหัวใจตรง P/BV วันที่ 4/9/58 มี P/BV 2.22 เท่า ลดลงจากปี 56 และ 57 ที่มีค่า 6.86 เท่า และ 5.04 เท่าตามลำดับ มีความหมายว่า IEC ราคาถูกลง

และประเด็นของราคาปี 57 ที่ IEC เคยขึ้นไปที่ 0.09 บาท ถ้าจำไม่ผิด แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงมาก็เป็นเหตุที่ทำให้ P/BV ในปี 57 สูง

ถ้าพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 58 เทียบกับ 6 เดือนแรกของปี 57 จะเห็นความที่ยอดขายและกำไรสุทธิของ IEC ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้รู้สึกว่า IEC ผ่านเหตุการณ์เลวร้าย (ชั่วครั้งที่ 7) มาแล้ว

นั่นหมายความว่า ความรู้สึกลึกๆ บอกว่า IEC น่าจะกำลังดี และ ณ ขณะนี้มีความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่ทยอยประสบความสำเร็จเกิดขึ้น เห็นได้จากยอดขาย 6 เดือนแรกของปี 58 ที่ทำได้ 330.69 ล้านบาท และโชว์กำไรสุทธิ ขอให้ดูข้อมูล

page_B

เราจึงต้องดูโครงการลงทุนที่กำลังดำเนินการอยู่ สามารถดูได้จากเอกสารของ IEC ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง ขอรายงานผลการใช้เงินจากการเพิ่มทุน ลงวันที่ 22/7/58

page_C-1

page_C-2

ในเอกสารหน้า 2 ข้อ 2 มีพูดถึงการลงทุนโครงการผลิตเม็ดพลาสติกจากพลาสติกปนเปื้อน ที่ตอนนี้ดูเหมือน IEC จะให้ข่าวดีกับโครงการนี้มากเหลือเกิน อยากให้ดูข่าวดี

page_E-1

page_E-2

จากข่าวเกิด 2 โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกจากพลาสติกปนเปื้อนที่จังหวัดระยอง 300 ตัน/วัน และที่หาดใหญ่ 60 ตัน/วัน โดยที่ระยองเริ่มผลิตได้ 100 ตัน/วัน ในเดือนสิงหาคม 58 (ไตรมาส 3/58) และผลิตได้ 300 ตันภายในเดือนมกราคม 59 และถ้ารวมกับที่หาดใหญ่อีก 60 ตัน/วัน จะผลิตได้ 360 ตัน/วัน ในต้นปี 59

มูลค่าลงทุนที่ระยอง 663 ล้านบาท หาดใหญ่ 157 ล้านบาท รวม 820 ล้านบาท ซึ่งดูจากเอกสารหน้าแรกตรงรูปหัวใจสีน้ำเงิน “ผลตอบแทนของโครงการอยู่ในระดับที่น่าพอใจ คิดเป็น IRR ของโครงการร้อยละ 19 และมีระยะเวลาคืนทุนของโครงการเพียง 4 ปี”

IRR 19% ต่อปี

PBP (ระยะเวลาคืนทุน) 4 ปี

ทั้ง IRR และ PBP บอกเราว่า 2 โครงการนี้ไม่ใช่น่าลงทุนธรรมดา แต่โคตรน่าลงทุน

สาเหตุเพราะ ถ้านักลงทุนต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนน้อยกว่า IRR ที่ 19% มีความหมายว่า IEC เป็นหุ้นที่น่าซื้อมากเพราะจะทำให้ผู้ถือหุ้น IEC รวยเละ (ในทางวิชาการผู้ถือหุ้นจะมี NPV หรือ Net Present Value หรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิเป็นบวก)

รวยเละ หมายถึงว่า โครงการจะสร้างกระแสเงินสดสุทธิให้กับ IEC แบบถล่มทลาย และกระแสเงินสดสุทธิที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการในแต่ละปีรวมกันแค่ 4 ปี ก็จะได้คืนเงินลงทุน 820 ล้านบาทแล้ว นี่คือความหมายของระยะเวลาคืนทุน หรือ Payback Period หรือ PBP

อยากให้นักเรียนลองนึกดูปริศนาที่บอกไว้ว่า ราคาหุ้น IEC ขึ้นแน่จาก 2 โครงการผลิตเม็ดพลาสติกปนเปื้อนผ่าน IRR ที่ 19% และ PBP ที่ 4 ปี ว่าถ้าคิดตรองให้ลึกๆ

(1) เงินลงทุนที่ลงไป 820 ล้านบาท ได้คืนกลับภายใน 4 ปี หมายความว่า เมื่อลงทุนครบ 4 ปี กระแสเงินสดสุทธิจะบวกมาที่ หรือเพิ่มขึ้นใน IEC 820 ล้านบาท

(2) ลองคิดเล่นๆ ว่า ถ้ากระแสเงินสดสุทธินี้ไม่โดนภาษี เพราะเป็นโครงการส่งออก (สมมติ) IEC ก็จะมีส่วนทุนที่โตขึ้น 820 ล้านบาทด้วย

(3) ลองเหมาเล่นๆ ว่า 820 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ หากจับหาร 4 ปี จะได้กำไรสุทธิปีละ 205 ล้านบาท จะพบว่าปี 59 IEC จะมีกำไรสุทธิจาก 2 โครงการเม็ดพลาสติกปนเปื้อนปีละ 205 ล้านบาท

(4) IEC ตอนนี้มีจำนวนหุ้น 180,795,930,000 หุ้น PAR 0.01 บาท คิดเป็นทุนจดทะเบียน 1,807,959,300 หากเอา 205 ล้านบาท {ข้อ (3)} ตั้งแล้วหารด้วยจำนวนหุ้นตามข้อนี้ จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.00113 บาท

(5) จากข้อเขียนในตอนที่ 1 ที่เดาเล่นๆ ว่า EPS ปี 58 จะทำได้ 0.0005 บาท เมื่อจับรวมกับ 0.00113 บาท ในข้อ (4) จะได้ 0.00163 บาท เป็น EPS ณ สิ้นปี 59 ซึ่ง EPS จำนวนนี้ ยังไม่รวมโครงการอื่นๆ ที่สามารถจะทำให้ EPS โตขึ้นได้มากกว่านี้

(6) จากข้อ (5) ลองแบ่งปันผลมา 50% จะได้ 0.000815 บาท และปันผลจำนวนนี้จะเป็น 2.04% ของราคา 0.04 บาท

(7) จากข้อ (5) IEC มี EPS ที่โตขึ้นได้อีกจากโครงการลงทุนที่กำลังดำเนินการอยู่ และถ้าให้ราคาขึ้นไปที่ 0.09 บาท โดยใช้ข้อมูลเงินปันผลตามข้อ (6) จะได้เงินปันผลคิดเป็น 0.905% ต่อปี

นักเรียนเห็นอะไรมั้ยจากเรื่องตอนที่ 1 ที่ยังไม่มีข้อมูลโครงการเม็ดพลาสติกปนเปื้อน ว่าจะมี PBP 4 ปี พอเอาเรื่องเงินลงทุน 820 ล้านบาทมาคิดโดยโยงกับ PBP 4 ปี ก็พอจะทำให้เห็นกำไรสุทธิที่โตขึ้นในแต่ละปี และกำไรสุทธิที่โตขึ้นก็ไปหากำไรสุทธิต่อหุ้น ณ สิ้นปี 2559 ได้ที่ 0.00113 บาท และเมื่อรวมกำไรสุทธิต่อหุ้นปี 58 (เดาเล่นๆ) ที่ 0.0005 บาท จะได้ EPS สิ้นปี 59 ที่ 0.00163 บาท

ลองเอา EPS 0.00163 บวกเข้าไปกับมูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) ณ วันนี้ของ IEC ที่ 0.02 บาท จะได้ BV ที่ใหญ่ขึ้นเป็น 0.02163 บาท

และถ้าใครซื้อที่ราคา 0.04 บาท P/BV ณ สิ้นปี 59 จะลดลงเหลือ 1.85 เท่า

แต่ต้องไม่ลืมว่า IEC จะกลายเป็นหุ้นโตเร็วได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ที่มีสถิติ P/BV ได้สูงถึง 3 – 4 เท่า ถ้าโครงการเกิด IRR ที่ 19% ต่อปี และ PBP ที่ 4 ปีจริง

ถ้า 3 เท่า จะได้ 3 x 0.02163  =  0.065 บาท

ถ้า 4 เท่า จะได้ 4 x 0.02163  =  0.086 บาท

เริ่มจะเห็นเค้าลางของ 0.09 บาทเข้าไปทุกทีแล้ว

นักเรียนจึงต้องทำการบ้านต่อให้ละเอียดกว่านี้ แล้วนักเรียนจะได้คำตอบเองว่า ราคาในอนาคตของ IEC จะเป็นเช่นไร และนักเรียนก็อย่าลืมว่า หลังการคืนทุนเมื่อครบปีที่ 4 ปีที่ 5 และปีต่อๆ ไป เงินเหลือจากโครงการเม็ดพลาสติกปนเปื้อนก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ถ้าสำเร็จจริงๆ)