Head เจาะหุ้น

MONO ในปัจจุบันตอนที่ 1/2

MONO ในปัจจุบันตอนที่ 1/2

คำถามที่ 2. MONO มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร

ตอบ: เข้าเว็บไซต์ www.set.or.th  แล้ว Print งบการเงินวันที่ 31/12/58 (รูปที่1-4) มาวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบอัตราส่วนทางการเงิน (ปรับตัวเลขรายการเป็นหน่วย:ล้านบาท เพื่อความสะดวกในการคำนวณ)

  • Current Ratio ใช้ตรวจสอบความคล่องตัวทางการเงินของกิจการ ค่าที่ได้ออกมาควรจะมากกว่า 1 เท่า เพราะหนี้สินหมุนเวียนคือหนี้สินที่มีกำหนดการที่ต้องชำระภายในหนึ่งปี กิจการจึงควรมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่มากพอที่จะชำระหนี้สินจำนวนนี้ได้ในหนึ่งปีเช่นกัน

 

ถ้า Current Ratio ต่ำกว่า 1 เท่า หมายความว่ากิจการกำลังมีปัญหาด้านการเงินคือมีสินทรัพย์ไม่พอจะเอามาจ่ายหนี้สิน จึงกำหนดว่าค่าที่ได้ไม่ควรจะต่ำกว่า 1 เท่า เพราะถ้าต่ำกว่าหมายถึงกำลังมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน(ในงบดุล)  ÷  หนี้สินหมุนเวียน(ในงบดุล)

=  1,659.25 ÷ 733.57  (หน่วยล้านบาท)

= 2.26:1

 

  • Quick Ratio ใช้ตรวจความคล่องตัวอีกหนึ่งครั้งต่อจาก Current Ratio เพื่อเป็นการตรวจทานอีกรอบว่ากิจการมีสถานทางการเงินที่คล่องตัวจริงหรือไม่ โดยการนำมูลค่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดมาตีค่าให้กลายเป็นศูนย์เสมือนว่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดของกิจการขายไม่ออกเลย เราจึงนำมาหักลบออกจากสินทรัพย์หมุนเวียนก่อน จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ หารด้วยหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งกรณีของ MONO พบว่า

 

Quick Ratio = (สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน

= (1,659.25 – 7.73) ÷ 733.57

= 2.25:1

  • เมื่อเห็น Current Ratio และ Quick Ratio ทำให้รู้สึกว่า MONO มีความคล่องตัวอยู่ในระดับที่ดี

 

  • A/R Turnover เป็นสิ่งที่แสดงจำนวนรอบการเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าของกิจการ

A/R Turnover = รายได้(งบกำไรขาดทุน) ÷ ลูกหนี้การค้า(งบดุล)

A/R Turnover  = 1,526.31 ÷ 577.61

= 2.64 ครั้ง บอกเราว่าในปี 57 ที่ผ่านมา MONO ขายสินค้าแล้วเก็บเงินลูกค้าได้ 2.64 ครั้ง

 

  • ถ้าเราอยากรู้ว่าในแต่ละครั้งกินเวลาเท่าไหร่ก็เอา 360 (หรือใช้ 365 ไม่ได้ต่างอะไร) คือจำนวนวันที่เราสนใจในช่วงนั้นคือ 30วัน x 12เดือน = 360วัน แล้วเอา 360 ตั้งหารด้วย A/R Turnover ที่มีค่า 64 จะได้เท่ากับ 360 ÷ 2.64 = 136.36 วัน ค่านี่คือ “Day Receive” เป็นระยะเวลาเก็บหนี้โดยเฉลี่ยว่าในแต่ละรอบที่ขายสินค้าได้นั้นกิจการใช้เวลาตามเก็บเงินกี่วัน ซึ่งเรามีเกณฑ์ว่าไม่ควรจะเกิน 90 วัน

 

  • ซึ่งตรงนี้เราต้องตรวจสอบอีกทีจากหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ หน้า 117 (รูปที่ 5) ซึ่งจะเห็นว่าเป็นลูกหนี้การค้าที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 207 ล้านบาท คิดเป็นเกือบครึ่งของรายการลูกหนี้การค้า 577.61 ล้านบาท ทำให้รู้สึกโล่งอก (คงเป็นเพราะช่วงแรกกิจการ TV Digital ยังต้องง้อลูกค้าเลยมีการปล่อยเครดิตยาวนานเพื่อจูงใจ)

 

 

  • Inventory Turnover คือจำนวนรอบอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง

Inventory Turnover = ต้นทุนสินค้าขาย(งบกำไรขาดทุน) ÷ สินค้าคงเหลือ(งบดุล)

= 1,025.40 ÷ 7.73

= 132.65 รอบ

 

  • Inventory Day คือระยะเวลาสต๊อกสินค้าของกิจการเพื่อดูว่ามีการสต๊อกวัตถุดิบผ่านกระบวนการผลิตต่างๆจนได้เป็นสินค้าทั้งหมดกินเวลากี่วัน ให้เอาจำนวนวันที่เราสนใจ หารด้วย ค่าที่คำนวณได้จาก Inventory Turnover (หลักการคิดเหมือนกัน Day Receive) ดังนั้น Inventory Day = 360 ÷ 132.65 = 2.71 วัน สำหรับกิจการที่เกี่ยวข้องกับ ไอเดียและเทคโนโลยี ตัวเลขตรงนี้ยอมรับได้

 

  • Interest Coverage Ratio ใช้ดูว่ากิจการมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่จะต้องจ่าย

Interest Coverage Ratio = กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย(ในงบกำไรขาดทุน) ÷ ดอกเบี้ยจ่าย(ในงบกำไรขาดทุน)

Interest Coverage Ratio = (-10.14) ÷ (15.42) = N.A. หาค่าไม่ได้

 

  • MONO ขาดทุนจริงหรือไม่?

เราจะพบว่ารายได้รวม 1,603.42 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่าย 1,613 ล้านบาท ส่วนรายได้จากเงินภาษีสนับสนุนจำนวน 64.45 ล้านบาท ที่ทำให้งบการเงินรวมไม่ขาดทุน ตรงนี้สำหรับผมไม่เอามาคิดเพราะไม่ได้เกิดจากความสามารถของกิจการ หากเราดูงบการเงินเฉพาะกิจการจะปรากฏว่า MONO มีกำไรสูงถึง 551,836,345 บาท ซึ่งมาจากเงินปันผลของ บริษัท โมโน อินโฟซิสเต็มส์ จำกัด 331,187,580 บาท (รูปที่ 6) ทำให้เรารู้สึกว่า MONO ไม่ได้แย่อย่างที่เห็น

 

  • D/E Ratio คืออัตราหนี้สินต่อส่วนทุนเพื่อวิเคราะห์วงเงินในการกู้ยืม

D/E Ratio = หนี้สินทั้งหมด(งบดุล)÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น(งบดุล)

= 2,742.31 ÷ 2,962.53

= 0.92:1

หาจำนวนเงินที่ MONO จะกู้ได้อีกโดยคิดกรณีที่  D/E = 2:1

           D = ( 2,962.53 x 2) – 2,742.31

 D = 3,182.75 ล้านบาท

CCI16032558_0001

 

CCI16032558_0002

 

CCI16032558_0003

 

CCI16032558

 

วันที่ 25 มี.ค 58_2

Untitled

เราจะทำการสรุปทุนของ MONO ที่จะสามารถนำไปใช้ทำโครงการใหม่ ดังนี้

เงินสด (งบดุล) = 598.06 ล้านบาท

เงินลงทุนชั่วคราว – เงินฝากสถาบันการเงิน = 400.07 ล้านบาท

เงินที่สามารถขอกู้ได้ = 3,182.75 ล้านบาท

รวมทั้งสิ้น = 598.06 + 400.07 + 3,182.75 = 4,180.31 ล้านบาท

สรุปคำถามที่ 2 จากการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินทำให้เราเห็นว่าจริงๆแล้ว MONO ในปี 57 นั้นขาดทุน! ในงบการเงินรวมเพราะเนื่องจากลงทุนในกิจการ TV ดิจิตอล

 

แล้วทิศทางของกิจการ TV ดิจิตอล จะเป็นอย่างไรในอนาคต ? MONO จะพลิกกลับมากำไรได้เหรือไม่?

ติดตามต่อได้ใน “MONO ตอนที่ 2/2 ”

กำพล อังศุเกษตร์