Head เจาะหุ้น

SCG ในปัจจุบันตอนที่ 1/2

SCG ในปัจจุบันตอนที่ 1/2

คำถามที่ 2. SCG มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร
ตอบ: จากงบการเงินวันที่ 31/12/57 (รูปที่1-3) มาวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบอัตราส่วนทางการเงิน (ปรับเป็นหน่วย:ล้านบาท เพื่อความสะดวกในการคำนวณ)
– Current Ratio ใช้ตรวจสอบความคล่องตัวทางการเงินของกิจการ ค่าที่ได้ออกมาควรจะมากกว่า 1 เท่า เพราะหนี้สินหมุนเวียนคือหนี้สินที่มีกำหนดการที่ต้องชำระภายในหนึ่งปี กิจการจึงควรมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่มากพอที่จะชำระหนี้สินจำนวนนี้ได้ในหนึ่งปีเช่นกัน

 

ถ้า Current Ratio ต่ำกว่า 1 เท่า หมายความว่ากิจการกำลังมีปัญหาด้านการเงินคือมีสินทรัพย์ไม่พอจะเอามาจ่ายหนี้สิน จึงกำหนดว่าค่าที่ได้ไม่ควรจะต่ำกว่า 1 เท่า เพราะถ้าต่ำกว่าคือกำลังมีความเสี่ยงทางสภาพคล่อง Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน(ในงบดุล) ÷ หนี้สินหมุนเวียน(ในงบดุล)
= 1,043.41 ÷ 1,869.55 (หน่วยล้านบาท)
= 0.56:1

 

– Quick Ratio ใช้ตรวจความคล่องตัวอีกหนึ่งครั้งต่อจาก Current Ratio เพื่อเป็นการตรวจทานอีกรอบว่ากิจการมีสถานทางการเงินที่คล่องตัวจริงหรือไม่ โดยการนำมูลค่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดมาตีค่าให้กลายเป็นศูนย์เสมือนว่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดของกิจการขายไม่ออกเลย เราจึงนำมาหักลบออกจากสินทรัพย์หมุนเวียนก่อน จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ หารด้วยหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งกรณีของ SCG พบว่า

 

Quick Ratio = (สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน
= (1,043.41 – 279.61) ÷ 1,869.55
= 0.4:1
– เมื่อเห็น Current Ratio และ Quick Ratio ที่มีค่าไม่ถึง 1 เท่า เกิดความรู้สึกแปลกใจว่าทำไม SCG มีสภาพคล่องที่แย่ขนาดนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการ “เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน” ในปี 56 ที่มีจำนวน 117 ล้านบาท กลายเป็น 763.1 ล้านบาทในปี 57 ทำให้เกิดความสงสัยว่า SCG รีบกู้เงินไปทำอะไร?

 

– A/R Turnover เป็นสิ่งที่แสดงจำนวนรอบการเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าของกิจการ

A/R Turnover = รายได้(งบกำไรขาดทุน) ÷ ลูกหนี้การค้า(งบดุล)
A/R Turnover =  [4,707.83 – (0.289 + 6.389) ] ÷ 632.16 [ตรงนี้ผมไม่ใช้รายได้รวม เพราะมองว่ารายได้อื่น และดอกเบี้ยรับ ไม่ใช่รายได้ที่วัดความสามารถของกิจการหลัก จึงไม่เอามาคิด)
= 7.43 ครั้ง บอกเราว่าในปี 57 ที่ผ่านมา SCG ขายสินค้าแล้วเก็บเงินลูกค้าได้ 7.43 ครั้ง

 

– ถ้าเราอยากรู้ว่าในแต่ละครั้งกินเวลาเท่าไหร่ก็เอา 360 (หรือใช้ 365 ก็ไม่ได้ต่างอะไร) คือจำนวนวันที่เราสนใจในช่วงนั้นคือ 30วัน x 12เดือน = 360วัน แล้วเอา 360 ตั้งหารด้วย A/R Turnover ที่มีค่า 3.7 จะได้เท่ากับ 360 ÷ 7.43 = 48.45 วัน ค่านี้คือ “Day Receive” เป็นระยะเวลาเก็บหนี้โดยเฉลี่ยว่าในแต่ละรอบที่ขายสินค้าได้นั้นกิจการใช้เวลาตามเก็บเงินกี่วัน ซึ่งเรามีเกณฑ์ว่าไม่ควรจะเกิน 90 วัน

 

ตัวเลข 48.45 วัน เรายอมรับได้และไม่ได้รู้สึกผิดปกติแต่อย่างใด

 

– Inventory Turnover คือจำนวนรอบอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง
Inventory Turnover = ต้นทุนสินค้าขาย(งบกำไรขาดทุน) ÷ สินค้าคงเหลือ(งบดุล)
= 4,117.42 ÷ 279.61
= 14.72 รอบ

 

– Inventory Day คือระยะเวลาสต๊อกสินค้าของกิจการเพื่อดูว่ามีการสต๊อกวัตถุดิบผ่านกระบวนการผลิตต่างๆจนได้เป็นสินค้าทั้งหมดกินเวลากี่วัน ให้เอาจำนวนวันที่เราสนใจ หารด้วย ค่าที่คำนวณได้จาก Inventory Turnover (หลักการคิดเหมือนกับ Day Receive) ดังนั้น Inventory Day = 360 ÷ 14.72 = 24.45 วัน จะเห็นว่ากิจการของ SCG ไม่มีความเสี่ยงด้านสินค้าคงเหลือ

 

– Interest Coverage Ratio ใช้ดูว่ากิจการมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่จะต้องจ่าย
Interest Coverage Ratio = กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย(ในงบกำไรขาดทุน) ÷ ดอกเบี้ยจ่าย(ในงบกำไรขาดทุน)
Interest Coverage Ratio = 434.63 ÷ 152.49 = 2.85 เท่า แบบนี้ SCG ไม่มีปัญหาเรื่องการจ่ายดอกเบี้ย

 

– D/E Ratio คืออัตราหนี้สินต่อส่วนทุนเพื่อวิเคราะห์วงเงินในการกู้ยืม
D/E Ratio = หนี้สินทั้งหมด(งบดุล) ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น(งบดุล)
= 3,859.27 ÷ 2,510.40
= 1.53:1

 

คิดกรณีกู้ที่ D/E 2:1 ; (2,510 x 2) – 3,859.27 = 1,161.53 ล้านบาท

 

พิจารณาสินทรัพย์หมุนเวียนที่ต้องหามาชำระหนี้สินหมุนเวียน = 1,869.55 – 1,043.41 = 826.14 ล้านบาท

 

สรุปคำถามที่ 2 จากการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินเราพบว่า SCG มีปัญหาด้านสภาพคล่องซึ่งดูเผินๆว่าวงเงินในการกู้ยังสามารถนำมาจ่ายได้แต่ก็ไม่ไช่การแก้ปัญหาที่เหมาะสมนัก ทำให้ตอนนี้ยังมีคำถาที่ต้องหาคำตอบว่า SCG กู้เงินระยะสั้นเอาไปทำอะไร
ติดตามต่อได้ใน “SCG ในปัจจุบันตอนที่ 2/2 ”

กำพล อังศุเกษตร์

CCI27042558

 

CCI27042558_0001

 

CCI27042558_0002