Head เจาะหุ้น

เจาะหุ้น Rerun (2)

เจาะหุ้น Rerun (2)
3.POLAR (WAT) หุ้นตัวนี้ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นกรณีศึกษาที่ดีมากๆ หลายกรณีได้แก่
– รวมพาร์แล้วราคาลง? POLAR นั้นสร้างความประหลาดใจ(และหวาดกลัว) ให้แก่นักลงทุนโดยทำสิ่งที่ตรงข้ามกับทฤษฏี ที่เรามักจะเข้าใจว่าจำนวนหุ้นน้อยลงราคาควรจะปรับตัวขึ้นได้รวดเร็ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้เห็นคือ “ดิ่งพสุธา” ดังนั้นเรื่องนี้จึงได้บทเรียนว่า การรวมพาร์แล้วราคาจะขึ้นหรือจะลง ไม่ได้ดูแค่จำนวนหุ้นที่หดหายไป แต่เราคงต้องพิจารณาราคาหุ้นเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่จะสร้างกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ในอนาคตว่าเป็นเหตุเป็นผลสอดรับกันเพียงใด
– การระดมทุนอย่างมหาศาล POLAR นั้นมีการเพิ่มทุนต่อเนื่องยาวนานกินเวลานับปีมาตั้งแต่ปี 57 ประมาณเกือบ 40,000 ล้านหุ้น จน ณ ปัจจุบัน การเพิ่มทุนยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงเพราะล่าสุดยังมีจำนวนหุ้นที่ขอมติเพิ่มทุนแบบ PP หลังรวมพาร์อีก 20,000 ล้านหุ้น หากรวมกับการเพิ่มทุน RO อีกประมาณ 7,000 ล้านหุ้น ในอัตราส่วน 1:4 คือ 1 หุ้นเดิมต้องจ่ายเงิน 4 หุ้นเพิ่มทุน

แล้ว POLAR จะเป็นอย่างไรต่อไป?

POLAR  นั้นเหมือนกับว่ารวบรวมเงินทุนไปใช้ทำโครงการอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจเป็นโครงการระดับหลายพันล้านบาท โครงการเดียวหรือหลากหลายโครงการที่ขนาดเล็กลงมา ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น เหตุการณ์เพิ่มทุนที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ทำให้แฟนคลับของหุ้นตัวนี้ยังคงต้องรอคอยข่าวดี (หวังว่า) ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจากกระแสที่รับรู้มาคือมีคน “ติดหุ้น” ตัวนี้เยอะพอสมควรโดยสาเหตุก็เป็นเพราะ

การมีความมั่นใจที่ “ผิดจังหวะ” ผิดจังหวะอย่างไร?
ผิดจังหวะตรงที่ยังไม่มีอะไรแน่ชัดให้นักลงทุนทราบว่าจะเอาไปทำโครงการอะไร? ประเภทใด? รายละเอียดเป็นอย่างไร? จะสามารถสร้างกำไรสุทธิได้มากน้อยแค่ไหน?

การหวังผลเก็งกำไร

หากย้อนดูการเพิ่มทุนหลายครั้งก่อนหน้านี้จะพบว่าเมื่อมีการเพิ่มทุนแบบ PP ราคาหุ้นของ POLAR (ซึ่งตอนนั้นเป็นชื่อ WAT) ราคามักจะปรับตัวร้อนแรงขึ้นมาโดยตลอด ทำให้นักลงทุนเกิดความต้องการที่จะเข้าไปเก็งกำไรโดยอาศัยหลักของความเชื่อจากการ “รวมพาร์” และการไล่ราคาหุ้นเพื่อเพิ่มทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาดูเหมือนว่าจะเป็นการ “คิดไปเองฝ่ายเดียว เพราะกลัว ตกรถ”
ไม่เข้าใจวงจรของกิจการ?

POLAR เองคงก็ไม่ได้อยากจะเพิ่มทุนมหาศาลขนาดนี้หากเลือกได้ แต่ก็เป็นเพราะความไม่สำเร็จในกิจการที่ทำอยู่ทำให้ต้องหาทางออกให้กิจการโดยรับข้อเสนอการเพิ่มทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งเป็นการต่อลมหายใจให้แก่กิจการซึ่งสภาวะนี้คือช่วงของการ “ผ่าตัด” และต่อด้วยการทำ “กายภาพบำบัด” หลังจากนั้นจึงรอคอยเวลาที่จะหายป่วยแล้วกลับมาแข็งแรงกลายเป็นคนใหม่ (ก็หวังว่า POLAR จะทำสำเร็จ)
สรุป ราคาพาร์ที่ 30 บาท ยังทำให้ POLAR สามารถที่จะใช้วิธีการ “ลดทุนจดทะเบียน ด้วยวิธีการลดพาร์ ล้างขาดทุนสะสม” หากกิจการเริ่มส่อเค้าดีวันดีคืนเชื่อว่าหลักการบริหารแนวทางนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อให้ POLAR จะกลับมา “จ่ายปันผล” ให้แก่นักลงทุน แล้วเมื่อถึงตอนนั้น หากโครงการใหม่ที่ POLAR ทำมีความน่าสนใจและการลดพาร์ถูกนำมาใช้ก็ “ไม่สายเกินไปที่เราจะลงทุน”

เขียนมาถึงตรงนี้ผมก็นึกขึ้นได้ว่ายังมี TPCH ที่จะต้องเขียนอยู่อีกแต่คงต้องเลื่อนออกไปครั้งหน้าเพราะหวังที่จะให้พวกท่านได้ทำความเข้าใจสาระสำคัญของการ “ตั้งใจลงทุน” มากกว่าการ “เก็งกำไร” เพราะผมเป็นห่วงทุกท่านเหลือเกิน

ด้วยความเคารพ
กำพล อังศุเกษตร์