Head เจาะหุ้น

เจาะหุ้น Rerun

เจาะหุ้น Rerun
สวัสดีเพื่อนๆแฟนเพจ “โรงเรียนสอนเล่นหุ้น” ทุกท่านครับ วันนี้คอลัมน์เจาะหุ้นของเราจะมาทบทวนถึงหุ้นแต่ละตัวที่เราได้กล่าวถึงไป เพื่อสรุปประเด็นสาระสำคัญต่างๆเป็นการทบทวนในการเตรียมความพร้อมที่ก้าวต่อไปกันนะครับ

  1. IFEC

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก IFEC ก็คือ การที่กิจการมีการเปลี่ยนสินค้าจากขายและให้บริการผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งทำยิ่งเหนื่อยกำไรพอประคองตัว ก้าวเข้ามาสู่กิจการใหม่ที่เป็นกิจการผูกขาด ผลลัพธ์ก็คือ “ราคาหุ้นวิ่งติดจรวด หลายร้อยเปอร์เซนต์” ซึ่งเราจะเห็นว่าการที่ IFEC วิ่งกระฉูดขึ้นมาเรื่อยๆนั้นเพราะ

  • พลังอำนาจของการผูกขาด ที่ทำให้กำไรสุทธิ(E) คุณภาพ คุณภาพอย่างไร? คุณภาพแบบที่มีเสถียรภาพที่ไม่ผันผวน เดี๋ยวกำไรเยอะ เดี๋ยวกำไรน้อย
  • การเพิ่มทุน เมื่อ IFEC เพิ่มทุน จำนวนเงินทุนที่ใส่เข้ามาในกิจการใหม่ทำให้ BV เติบโตอย่างก้าวกระโดด เมื่อ BV ก้าวกระโดด ราคาจึงต้องทำหน้าที่วิ่งตาม BV ขึ้นไปรักษาที่ระดับ 3BV เป็นขั้นต่ำ
  • ข่าวโครงการใหม่ IFEC นั้นมีข่าวโครงการใหม่อยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าให้ข่าวออกมาแต่ละทีตลาดก็ให้การตอบรับอย่างล้นหลาม

แล้ว IFEC จะเป็นอย่างไรต่อไป?

เราต้องกลับมาพิจารณา E เพราะ E เพียงตัวเดียวจะเป็นตัวตัดสิน ข่าวอะไรที่ว่าน่าตื่นเต้น แต่ถ้าผลิต E ออกมาไม่ได้หรือผลิตได้แต่น้อย เมื่อ E น้อย ก็หมายความว่าราคาหุ้นที่ขึ้นมารอแล้วรักษาที่ระดับมากกว่า 3BV ถึงคราวต้องเป็นหมัน เพราะ E ไม่เยอะพอ เมื่อ E ไม่เยอะพอแสดงว่าต้องใช้เวลายาวนานขึ้นไปอีกสำหรับการสะสม E ให้ BV โตต่อไป เมื่อ BV โตช้า P หรือราคาหุ้นที่มายืนรอตั้งแต่เช้ามืดจึงถอดใจวิ่งกลับลงไปรักษาระดับที่ 3BV (เป็นขั้นต่ำอาจจะเกินได้ในทางปฏิบัติ) เพราะฉะนั้น IFEC จึงต้องคาดการณ์ E ว่าจะโตไปสมทบ BV ทันหรือไม่?

2. EE

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก EE คือ แนวทางการดำเนินกิจการแบบไม่ผลีผลาม รอโอกาส(ฝากแบงค์กินดอกเบี้ย) เมื่อมีโอกาส EE จึงหัวเรือก้าวเข้าสู่กิจการผูกขาดแบบไม่รอช้า เป็นอีกครั้งที่ยืนยันการมีอยู่จริงของ “กฏ 3BV” ที่ใช้ได้ผลชะงักกับกิจการผูกขาด เพราะเพียงแค่ประกาศข่าวดีว่าลงทุนทำกิจการผูกขาดราคาหุ้นก็วิ่งมาที่ 3BV กว่าๆ คือขึ้นมารอ E ตั้งแต่เช้ามืด(อีกแล้ว) ซึ่งก็อย่างที่ผมเรียนให้ทุกท่านทราบ ปรากฏว่า P ลืมเอาพกเก้าอี้จากบ้านมาด้วยทำให้ P ไม่สามารถยืนรอ E ที่จะผลิตออกมาเดือนเมษายน 2559 ไม่ไหว ผลลัพธ์จึงเป็นอย่างที่ท่านเห็นว่า ณ วันนี้ (27/3/58) P วิ่งลงมาทำให้ P/BV ของ EE มีระดับ 2.02 เท่า

 

แล้ว EE จะเป็นอย่างไรต่อ?

EE มีกำหนดการรับรู้ E จากโรงไฟฟ้า SSUT ประมาณกลางปี 59 ซึ่งหลังจากที่ SSUT ขายไฟได้ก็พร้อมที่จะผลิต E ให้แก่ EE พวกเราในฐานะแฟนคลับของ EE จึงต้องคอยตามข่าว ติดตามความเคลื่อนไหวของโรงไฟฟ้า SSUT และสัญญาณการรวบรวมหุ้นของรายใหญ่ รวมถึงลุ้นไปกับข่าวการลงทุนโครงการใหม่ว่าจะมีออกมาเรียกเสียงเฮ อีกหรือไม่? เพราะจะว่าไปแล้ว EE จึงมีเงินเหลืออยู่ ลำพังแค่ SSUT คงไม่พอที่จะทำให้ EE สยายปีกไปเป็นดาวค้างฟ้าเหมือน EA ซึ่งหากท่านใดได้ลองค้นหาข้อมูลของ EE ให้ลึกๆสักหน่อยก็จะพอเข้าใจได้ว่า บารมีของ EE นั้นต้องบอกว่า “ธรรมดาซะที่ไหน”

ครั้งต่อไปเราจะมาต่อกันที่คิวของ POLAR และ TPCH

กำพล อังศุเกษตร์