Head เจาะหุ้น

PSTC ในปัจจุบันตอนที่ 1/2

PSTC ในปัจจุบันตอนที่ 1/2

คำถามที่ 2. PSTC มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร

ตอบ: เข้าเว็บไซต์ www.set.or.th  แล้ว Print งบการเงินวันที่ 31/12/58 (รูปที่1-5) มาวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบอัตราส่วนทางการเงิน (ปรับตัวเลขรายการเป็นหน่วย:ล้านบาท เพื่อความสะดวกในการคำนวณ)

  • Current Ratio ใช้ตรวจสอบความคล่องตัวทางการเงินของกิจการ ค่าที่ได้ออกมาควรจะมากกว่า 1 เท่า เพราะหนี้สินหมุนเวียนคือหนี้สินที่มีกำหนดการที่ต้องชำระภายในหนึ่งปี กิจการจึงควรมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่มากพอที่จะชำระหนี้สินจำนวนนี้ได้ในหนึ่งปีเช่นกัน

 

ถ้า Current Raio ต่ำกว่า 1 เท่า หมายความว่ากิจการกำลังมีปัญหาด้านการเงินคือมีสินทรัพย์ไม่พอจะเอามาจ่ายหนี้สินต้องดิ้นรนหามาชำระคืนให้ได้ จึงกำหนดว่าค่าที่ได้ไม่ควรจะต่ำกว่า 1 เท่า

PSTC มี Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน(ในงบดุล)  ÷  หนี้สินหมุนเวียน(ในงบดุล)

=  454.77 ÷ 313.67  (หน่วยล้านบาท)

= 1.45:1 (น่าพอใจในระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงกับดี)

 

  • Quick Ratio ใช้ตรวจความคล่องตัวอีกหนึ่งครั้งต่อจาก Current Ratio เพื่อเป็นการตรวจทานอีกรอบว่ากิจการมีสถานทางการเงินที่คล่องตัวจริงหรือไม่ โดยการนำมูลค่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดมาตีค่าให้กลายเป็นศูนย์เสมือนว่าสินค้าคงเหลือทั้งหมดของกิจการขายไม่ออกเลย เราจึงนำมาหักลบออกจากสินทรัพย์หมุนเวียนก่อน จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ หารด้วยหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งกรณีของ PSTC พบว่า

 

Quick Ratio = (สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน

= (454.77 – 60.15) ÷ 313.67

= 1.25:1

 

  • ดูเผินๆถ้าเราใช้เกณฑ์ที่ 1 เท่ามาตัดสินโดยไม่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม เราก็ตีความว่า PSTC นั้นมีสภาพคล่องแค่พอไปวัดไปวา แต่ถ้าเราลองเปรียบเทียบจากปี 56 จะพบว่าในปี 57 ที่ผ่านมา PSTC มีรายได้จากการขายไฟฟ้าและ การรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมามาก จาก 7 ล้านบาท กลายเป็น 213.28 ล้านบาทท โดยจำนวนนี้แสดงในงบเฉพาะกิจการที่เกิดจากงานที่ PSTC รับทำเอง 123.4 ล้านบาท + 89.84 เป็นจำนวนของงบการเงินรวมที่แสดงรายได้ของบริษัทย่อยที่ PSTC มีอำนาจบริหาร ในขณะเดียวกันเริ่มรับเงินปันผลจากบริษัทลูก (กรีน ไบ-โอ มหาสารคาม) ตรงนี้ผมรู้สึกว่า PSTC กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

 

  • A/R Turnover เป็นสิ่งที่แสดงจำนวนรอบการเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าของกิจการ

A/R Turnover = รายได้(งบกำไรขาดทุน) ÷ ลูกหนี้การค้า(งบดุล)

*** จากการสังเกตเราจะพบว่า รายได้หลักของ PSTC มาจาก 4 ช่องทาง คือรายได้จากการขาย + รายได้ขายไฟฟ้า + รายได้รับก่อสร้างโรงไฟฟ้า + รายได้การบริการ = 242.26 + 66.64 + 213.28 + 30.95  = 553.13 ล้านบาท***

ส่วนกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (คือ ขายหุ้นให้อีกบริษัท) และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงรายได้อื่น ก็ไม่ใช่กำไรที่จะเกิดขึ้นไปตลอด แบบนี้จึงไม่นำมาคิด เราจึงเอารายได้รวมตั้งแล้วทำการหักรายได้ที่เราไม่สนใจออกจากรายเพื่อทำให้เรามองเห็นรายได้ที่นำมาคิด A/R Turnover จริงๆ

A/R Turnover  = 553.13 ÷ 120.85

= 4.4 ครั้ง บอกเราว่าในปี 57 ที่ผ่านมา PSTC ขายสินค้าแล้วเก็บเงินลูกค้าได้ 4.4 ครั้ง

 

  • ถ้าเราอยากรู้ว่าในแต่ละครั้งกินเวลาเท่าไหร่ก็เอา 360 (หรือใช้ 365 ไม่ได้ต่างอะไร) คือจำนวนวันที่เราสนใจในช่วงนั้นคือ 30วัน x 12เดือน = 360วัน แล้วเอา 360 ตั้งหารด้วย A/R Turnover ที่มีค่า 4 จะได้เท่ากับ 360 ÷ 4.4 = 81.81 วัน ค่านี่คือ “Day Receive” เป็นระยะเวลาเก็บหนี้โดยเฉลี่ยว่าในแต่ละรอบที่ขายสินค้าได้นั้นกิจการใช้เวลาตามเก็บเงินกี่วัน ซึ่งเรามีเกณฑ์ว่าไม่ควรจะเกิน 90 วัน

 

จะเห็นว่า PSTC ยังมีเรื่องที่เราต้องกังวลในส่วนของระยะเวลาที่ใช้เก็บเงินจากลูกค้าเพราะกิจการเดิมของ PSTC ไม่ใช่กิจการผูกขาด ซึ่งตรงนี้เราต้องคอยระวังและตรวจสอบไปเรื่อยๆว่า PSTC จะมีปัญหาในเรื่องนี้หรือไม่

 

  • Inventory Turnover คือจำนวนรอบอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง

Inventory Turnover = ต้นทุนสินค้าขาย(งบกำไรขาดทุน) ÷ สินค้าคงเหลือ(งบดุล)

แน่นอนว่าเมื่อเราสนใจรายได้จาก 4 ช่องทาง เราย่อมคิดต้นทุนของทั้ง 4 ช่องทางเช่นกันคือ “ต้นทุนขาย + ต้นทุน

ขายไฟฟ้า + ต้นทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า + ต้นทุนบริการ = 176.63 + 19.55 + 182.19 + 13.41 = 279.83 ล้านบาท”

= 391.78 ÷ 60.15

= 6.51 รอบ

 

  • Inventory Day คือระยะเวลาสต๊อกสินค้าของกิจการเพื่อดูว่ามีการสต๊อกวัตถุดิบผ่านกระบวนการผลิตต่างๆจนได้เป็นสินค้าทั้งหมดกินเวลากี่วัน ให้เอาจำนวนวันที่เราสนใจ หารด้วย ค่าที่คำนวณได้จาก Inventory Turnover (หลักการคิดเหมือนกัน Day Receive) ดังนั้น Inventory Day = 360 ÷ 6.51 = 55.27 วัน

 

  • Interest Coverage Ratio ใช้ดูว่ากิจการมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่จะต้องจ่าย

Interest Coverage Ratio = กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย(ในงบกำไรขาดทุน) ÷ ดอกเบี้ยจ่าย(ในงบกำไรขาดทุน)

ในงบกำไรขาดทุนเราจะเห็นรายการ “กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้(EBIT)” ซึ่งเราอยากรู้แค่กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน จึงนำรายการค่าใช้จ่างทางภาษีมาลบออก

เราจะได้ กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน = 71.72 – 4.62 = 67.1 ล้านบาท

Interest Coverage Ratio = 67.1 ÷ 28.49

= 2.35 เท่า แสดงว่า PSTC มีความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย

 

  • D/E Ratio คืออัตราหนี้สินต่อส่วนทุนเพื่อวิเคราะห์วงเงินในการกู้ยืม

D/E Ratio = หนี้สินทั้งหมด(งบดุล)÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น(งบดุล)

= 388.88 ÷ 516.38

= 0.75:1

PSTC จะกู้ได้อีก

คิดกรณีที่  D/E = 2:1

(ในทางปฏิบัติหากเป็นกิจการผูกขาด สถาบันการเงินจะยอมปล่อยกู้ 3:1 ได้เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพรายได้ที่สม่ำเสมอ)

D = ( 516.38 x 2) – 388.88

D = 643.88 ล้านบาท

เราจะทำการสรุปทุนของ PSTC ที่จะสามารถนำไปใช้ทำโครงการใหม่ ดังนี้

เงินจากการ IPO = 292.5 ล้านบาท

เงินสด (งบดุล) = 267.84 ล้านบาท

เงินที่สามารถขอกู้ได้ = 643.88 ล้านบาท

รวมทั้งสิ้น = 292.5 + 267.84 + 643.88 = 1,207.22 ล้านบาท

สรุปคำถามที่ 2 เราได้เห็นกันแล้วว่า PSTC เหมือนปลาได้น้ำหลังจากระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO แก่ประชาชนทำให้ส่วนทุนของ PSTC ดูดีขึ้นมา ศักยภาพการกู้เพิ่มสูงขึ้น งบดุลปรากฏส่วนล้ำมูลค่าหุ้นจากการขายเกินราคาพาร์ ถ้ามองย้อนกลับในอดีตเราจะพบว่าโครงการโรงไฟฟ้าของ PSTC มีกำลังการผลิตที่ยังไม่มากนัก แต่ “อดีตก็คืออดีต”

 

ครั้งต่อไปเราจะมาดูกันว่า PSTC เอาเงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO ไปทำอะไรบ้าง

ติดตามต่อได้ใน “PSTC ตอนที่ 2/2 ”

กำพล อังศุเกษตร์

CCI02032558

 

CCI02032558_0001

 

CCI02032558_0002

 

CCI02032558_0003

 

CCI02032558_0004