Head เจาะหุ้น

อนาคตของ TPCH

อนาคตของ TPCH

คำถามที่ 5. ทิศทางของ TPCH และการตัดสินใจ

ตอบ: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจวันที่ 5/2/58  ข้อมูลราคาของ TPCH เป็นดังนี้

ราคาปัจจุบัน(ราคาปิดวันที่ 4/02/58) = 22.30 บาท

จำนวนหุ้น 400 ล้านหุ้น

ราคาพาร์ = 1 บาท

กำไรสุทธิต่อหุ้น = 0 บาท

เงินปันผล = 0 บาท

P/E = 277.96 เท่า

P/BV = N.A

 

คำนวณหา BV หลัง IPO “ จากการนำส่วนของผู้ถือหุ้น หารด้วย จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว ” = 1,910,584,035 ÷ 400,000,000 = 4.77 บาท จะเห็นว่าราคา IPO 12.75 บาท เป็นราคาที่มี P/BV เป็น 12.75 ÷ 4.77 = 2.67 เท่า หลังจากการ IPO เพราะฉะนั้นราคาปัจจุบัน (4/2/58) 22.30 บาท เป็นราคาที่ P/BV = 22.30 ÷ 4.77 = 4.67 เท่า
สรุปได้ว่าราคา 22.30 บาท ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด ถ้าเรายังพอจำกันได้ว่ามีหุ้นพลังงานทดแทนหลายตัวซื้อขายกันที่ P/BV 5-6 เท่า ถ้าคิด P/BV ที่ 5 เท่า ราคาคือ 4.77 x 5 = 23.85 บาท ถ้าคิด P/BV ที่ 6 เท่า ราคาคือ 4.77 x 6 =28.62 บาท ราคาที่ตำแหน่ง P/BV 5 และ 6 เท่าเป็นระดับราคาที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อผลประกอบการในอนาคตว่าจะออกมาดี BV จะเพิ่มขึ้น มีผลทำให้ P/BV จะลดลง ราคาที่ดูเหมือนแพงในวันนี้จะดูถูกลงในอนาคตและ TPCH ก็มีศักยภาพที่จะวิ่งไปถึงราคาระดับนี้ได้ไม่ยาก

คำถามคือ TPCH จะมีกำไรที่เติบโตต่อได้อีกหรือไม่ แล้วโตได้อีกแค่ไหน??
ตอบ จากเอกสารข้อมูลสนเทศหน้า 5-8 (รูปที่ 1-4)

  1. MGP มีกำหนดเริ่มขายไฟฟ้า(COD) มิถุนายน ปี 58 ข้อมูลตามเอกสารบอกว่ามีกำไรสุทธิ = 109.2 ล้านบาท

ประมาณกำไรจาก MPG ที่มีกำไรจากการขายไฟฟ้าครึ่งปี 109.2 ÷ 2 = 54.6 ล้านบาท (สมมติว่าให้เริ่มขายไฟได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน และได้รับเงินอย่างรวดเร็วที่ 30 วันแต่ตามจริงจะมากกว่า ดังนั้นจากมิถุนายนถึงธันวาคมคือ 7 เดือน หักออก 1 เดือนเริ่มมีรายได้จริงตอนกรกฏาคมทำให้เหลือ 6 เดือน) และสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ 46% จะได้ส่วนแบ่งกำไร = 54.6 x 0.46 = 25.1 ล้านบาท

CCI10022558

CCI10022558_0001

  1. TSG มีกำหนดเริ่มขายไฟฟ้า(COD) พฤศจิกายน ปี 58 ข้อมูลตามเอกสารบอกว่ามีกำไรสุทธิ = 101.6 ล้านบาท

ประมาณกำไรจาก TSG ที่มีกำไรการขายไฟฟ้า 1 เดือน 101.6 ÷ 12 = 8.46 ล้านบาท (คิดเฉพาะรายได้เดือนพฤศจิกายนโดยตีความว่ารายได้ในเดือนธันวาคมยังไม่รวมในงบปี 58) และสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ 65% จะได้ส่วนแบ่งกำไร = 8.46 x 0.65 = 5.5 ล้านบาท และในทางบัญชี TPCH ถือหุ้นเกิน 50% จะทำให้สามารถรับรู้รายได้โดยนำรายได้ทั้งหมดของ TSG มารวมกับงบของตัวเองทำให้รับรู้กำไรทั้ง 8.46 ล้านบาท แต่กำไรที่ได้เป็นตัวเงินจริงๆไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชีจะได้ตามสัดส่วนการถือครองหุ้นคือ 5.5 ล้านบาท

CCI10022558_0002

  1. MWE มีกำหนดเริ่มขายไฟฟ้า(COD) มิถุนายน ปี 58 ข้อมูลตามเอกสารบอกว่ามีกำไรสุทธิ = 92.8 ล้านบาท

ประมาณกำไรจาก MWE ที่มีกำไรจากการขายไฟฟ้าครึ่งปี 92.8 ÷ 2 = 46.4 ล้านบาท เป็นกำไรตามงบ (สมมติว่าให้เริ่มขายไฟได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน และได้รับเงินอย่างรวดเร็วที่ 30 วันแต่ตามจริงจะมากกว่า ดังนั้นจากมิถุนายนถึงธันวาคมคือ 7 เดือน หักออก 1 เดือนเหลือ 6 เดือน) และสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ 85% จะได้ส่วนแบ่งกำไร = 46.4 x 0.85 = 39.44 ล้านบาท เป็นกำไรจริงๆตามสัดส่วนการลงทุน

CCI10022558_0003

 

  1. รวมกำไรจาก 3 โครงการ = 25.1+5.5+39.44 = 70 ล้านบาท

 

  1. จากงบกำไรขาดทุนวันที่ 30/9/57 TPCH มีกำไร 773 ล้านบาท ถ้าคิดกำไรทั้งปี 57 จะได้ประมาณ (24.773 / 3) + 24.773 = 33 ล้านบาท

 

  1. ดังนั้นกำไรปี 58 จะประมาณการได้ราวๆ 70 + 33 = 103 ล้านบาท

 

สรุป กลับมาดูราคาที่ 22.30 โดยมี P/BV 4.66 เท่า นับว่าเป็นจุดที่ราคาสะท้อนมูลค่าในอนาคตและปี 58 โรงไฟฟ้าอีก 3 โครงการก็ไม่ได้รับรู้รายได้แบบเต็มๆต้องรอถึงเดือนพฤศจิกายนให้โครงการสุดท้ายเริ่มขายไฟได้จริง มาดูข่าวกันสักนิดจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 21/1/58 (รูปที่ 5)

CCI05022558

เนื้อข่าวบอกว่า TPCH จะมีกำลังการผลิต 150 MW ในปี 60 ก็มีโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างมากแสดงว่าทิศทางราคาหลังจากนี้จะต้องอาศัยข่าวดีจากข่าวโครงการใหม่ๆเป็นกำลังหลักในการผลักดันราคาทำให้ตัดสินใจได้ว่า TPCH เติบโตต่อได้ทั้งในแง่ของกิจการและราคาหุ้น ถ้าจะลงทุนก็ไม่น่ากังวลแต่อย่างใดแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเวลาของการลงทุน (ซื้อทิ้งไว้ )ในระยะกลางถึงยาวเท่านั้นเพราะตอนนี้ราคาก็มาไกลในระดับหนึ่งแล้ว

กำพล อังศุเกษตร์