Head ลายแทงขุมทรัพย์หุ้น

EBIT, Interest, Tax and Net Profit

เฮียทวี: ช่วงนี้ยอดขายเป็นไงบ้าง

พงศกร: ก็เรื่อยๆครับเฮียไม่มีอะไรหวือหวา

เฮียทวี: แล้วการบ้านที่ให้ไปทำคราวที่แล้วเป็นไงบ้าง?

พงศกร: ยังไม่ได้ทำเลยครับเฮีย ช่วงนี้ต้องออก sale ต่างจังหวัดเยอะ

เฮียทวี: ออก sale อะไรเมื่อวานเฮียไปแถวรังสิตยังเห็นรถเอ็งจอดอยู่หน้าร้านเหล้าตอนตี 1 เลย

พงศกร: ไม่ใช่รถผมมั้งครับเฮีย

เฮียทวี: ชีวิตคนเราต้องขยันนะพงศกร ตอนนี้พงศกรก็อายุ 26-27 แล้ว เดี๋ยวมีลูกมีเมียจะมาเล่นหุ้นหมดตัวแบบคนที่ไม่มีภาระตัวคนเดียวมันไม่ได้นะ เราตัวคนเดียวถ้าเจ๊งเดี๋ยวไปหาใหม่เอาข้างหน้าไม่เป็นไร แต่ถ้าเรามีภาระจะไปเล่นหมดหน้าตักมันก็ไม่ใช่ พอเล่นหมดหน้าตักไม่ได้ทีนี้ช่วงแรกๆ ถึงแม้ว่าเราจะเล่นหุ้นได้กำไรแต่เงินก็จะโตช้า

พงศกร: โตช้ายังไงครับเฮีย ผมงง

เฮียทวี: ก็อย่างเริ่มเล่นตอนนี้ 100,000 บาท กำไร 10 เด้ง มีเงินหนึ่งล้านบาท กำไรอีก 10 เด้งมีเงินสิบล้านบาท

แต่ถ้าไปเริ่มต้นตอนที่มีภาระแล้ว จากเงิน 100,000 บาทที่มี อาจจะลงได้แค่ 10,000 บาท เพราะที่เหลือต้องกันไว้เพื่อความปลอดภัย ทีนี้กำไร 10 เด้ง 2 ที จาก หนึ่งหมื่นก็พึ่งกลายเป็นล้านเดียว หนึ่งล้านกับสิบล้านมันแตกต่างกันมากไหมหละ

พงศกร: แตกต่างกันมากเลยครับเฮีย

เฮียทวี: เรื่องขยันนี่เฮียก็ต้องฝากไว้หน่อยนะ เฮียสามารถสอนได้แค่วิธีใช้เครื่องมือหาเงิน ส่วนที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเอ็ง

เอาหละมาดูลายแทงขุมทรัพย์ของเราต่อกันดีกว่า

คราวที่แล้วเราได้พูดคุยเรื่องรายการรายจ่ายกันไปหมดแล้ว เมื่อเรารวมรายจ่ายรายการต่างๆที่เราคุยกันนั้นเข้าด้วยกันแล้วเอาไปลบรายได้ ก็จะได้รายการกำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ หรือที่นักการเงินนิยมเรียกกันว่า อีบิท (EBIT)

พงศกร: อีบิท(EBIT) คืออะไรหรือครับเฮีย?

เฮียทวี: อีบิท หรือ EBIT ย่อมาจาก Earnings before interest and tax

พงศกร: เกาหัวสามที เฮียก็รู้ผมโคตรเกลียดภาษาอังกฤษเลย มันแปลว่าอะไรหรือครับเฮีย

เฮียทวี: Earnings แปลว่ากำไร

Before แปลว่า ก่อน

Interest แปลว่า ดอกเบี้ย

และ Tax แปลว่า ภาษี

พงศกร: อย่างนี้ Earnings Before Interest and Tax แปลว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีหรือครับเฮีย

เฮียทวี: ใช่แล้วครับ

รายการกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีนี้ แสดงถึงกำไรจากผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัท โดยที่ไม่คำนึงถึงโครงสร้างของบริษัท

พงศกร: ไม่คำนึงถึงโครงสร้างของบริษัทหมายความว่าไงครับเฮีย

เฮียทวี: โครงสร้างของบริษัทก็อย่างเช่นบางบริษัทมีหนี้เยอะ บางบริษัทมีหนี้น้อย ถ้าหนี้เยอะก็จะทำให้เสียเงินค่าดอกเบี้ยเยอะ ทำให้รายการกำไรสุทธิต่ำลง

พงศกร: อ๋อ เข้าใจแล้วครับ กำไรจากการค้าขายอาจจะดี แต่ถ้าโครงสร้างบริษัทมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำให้กำไรดูน้อยลงไปอย่างมีนัยสำคัญได้

เฮียทวี: ใช่แล้วครับ ทีนี้เมื่อเราคำนวณ EBIT เรียบร้อย รายการถัดลงมากจาก EBIT จะเป็นรายการดอกเบี้ย ถ้าเราเอาดอกเบี้ยหารด้วยหนี้สิน เราก็จะรู้ต้นทุนการกู้เงินของบริษัท สมมติในงบดุลบริษัทมีรายการเงินกู้ระยะยาวจำนวนสิบล้านบาท และดอกเบี้ยจ่ายสำหรับปีอยู่ที่ 500,000 บาท ถ้าเราเอา 500,000 หารด้วย สิบล้านบาท เราก็จะรู้ว่าต้นทุนเงินกู้ของบริษัทนี้อยู่ที่ 5% ถ้าในอนาคตบริษัทมีการประกาศกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อที่จะเอาไปทำโครงการอะไร เราก็สามารถใช้ตัวเลขนี้ประมาณการได้ว่า ในอนาคตดอกเบี้ยของบริษัทจะเพิ่มขึ้นประมาณเท่าไหร่

พงศกร: อ๋อ ครับ

เฮียทวี: เมื่อเราเอากำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ มาลบออกด้วยรายการต้นทุนทางการเงิน เราก็จะได้รายการกำไร (ขาดทุน) ก่อนภาษีเงินได้

รายการถัดลงมาจากรายการกำไร(ขาดทุน) ก่อนภาษีเงินได้จะเป็นรายการ รายได้(ค่าใช้จ่าย)ภาษีเงินได้ หรือพูดสั้นๆ ว่ารายการภาษีนั่นเอง รายการนี้เวลาไปดูงบบริษัทเฮียชอบเอาภาษีไปหารด้วยรายการกำไร(ขาดทุน) ก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ แล้วคูณด้วย 100 ซึ่งก็จะออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราต้องจ่ายภาษีเมื่อเทียบกับกำไร สมมติบริษัทที่เราดูอยู่เสียภาษี 30% ของกำไร แต่อีกบริษัทหนึ่งที่ทำธุรกิจเหมือนกันในตลาดหลักทรัพย์เสียภาษีเพียง 20% ของกำไร เราก็ต้องเริ่มตั้งคำถามแล้วว่าผู้บริหารเขาทำอะไรกันอยู่ ทำไมมันถึงแตกต่างกันเพียงนี้

ตัวเลขที่แตกต่างกันเพียง 10% อาจดูไม่เยอะ แต่ถ้าบริษัทมีกำไรพันล้าน 10% นี่คือ 100 ล้านบาทเลยทีเดียว

พงศกร: โอ้โห เยอะมากเลยนะครับเฮีย

เฮียทวี: ครับ ทีนี้เมื่อเราเอารายการกำไรก่อนหักภาษีมาลบด้วยภาษี ก็จะได้รายการ

กำไรสุทธิสำหรับงวด อันเป็นการจบงบกำไรขาดทุนส่วนแรก