HOW TO

DCF เครื่องมือการกำหนดมูลค่า (2)

เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเป็นที่สุด สำราญถูกยุงลายกัด แล้วตายด้วยไข้เลือดออก ในวัยได้ 38 ปี ทำให้แผนการกำหนดมูลค่า WL ต้องชะงักลง

เรื่องการตายของบุรี เฮียผิง และสำราญ เป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่ปกติ จนผมเริ่มวิตกกังวลว่า ใครที่เกี่ยวข้องกับผมล้วนต้องมีอันเป็นไป ซึ่งประเทืองก็ปลอบใจผมว่า ทั้งหมดของการตาย มันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่แม้จะพยายามทำความเข้าใจให้ได้อย่างที่ประเทืองบอก ในใจก็ยังขุ่นมัวและสงสัย รวมทั้งแววตาของประเทืองเองก็ดูเป็นกังวลกับการตายของคน 3 คน แม้ปากจะพูดว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็ตาม

เวลาถูกทิ้งช่วงไปเกือบ 1 ปี ด้วยเหตุว่า ผมง่วนอยู่กับการกำหนดมูลค่า WL ด้วยตนเอง

วิธี DCF ถูกนำมาใช้เพื่อการคำนวณหามูลค่าโดยผมตั้งต้นจาก

1)  WL จะมีกระแสเงินสดรับ (Benefit ; B) จากการขายสินค้าปีละ 100 ล้านบาท ต่อเนื่องกัน 2 ปีแรก และนับตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป จะมีกระแสเงินสดรับจากการขายสินค้าปีละ 180 ล้านบาท

2) WL จะมีกระแสเงินสดจ่าย (Cost ; C) ค่าซื้อสินค้าจาก WH และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปีละ 90 ล้านบาท ต่อเนื่องกัน 2 ปีแรก และนับตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไปจะมีกระแสเงินสดจ่ายปีละ 150 ล้านบาท

3) ผู้ถือหุ้นของ WH ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนใน WL ที่ 10% ต่อปี (r) ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ปีละประมาณ 5% ต่อปี

4) การวิเคราะห์กระแสเงินสดรับ (B) และกระแสเงินสดจ่าย (C) จะวิเคราะห์แค่เพียง 5 ปี และหลังจากนั้นจะให้กระแสเงินสดสุทธิ (B-C) เติบโตปีละ 2% (g) ต่อเนื่องกันไป โดยจะกำหนดให้มีมูลค่าซาก หรือมูลค่ากิจการนับตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป คำนวณโดยสมการ

DCF เครื่องมือกำหนดมูลค่า 2 (0) (เรื่องที่ 7)

สมมติฐานที่ผมกำหนดขึ้นมา ถูกนำมาคำนวณบนแผ่นกระดาษ

DCF เครื่องมือกำหนดมูลค่า 2 (1) (เรื่องที่ 7)

              หลักในการคิดคำนวณของผมก็มาจากตำราการเงินที่ขายทั่วโลก คนเขียนชื่อ สตีเฟ่น ลอยด์ มีหลักว่า มูลค่าของบริษัทแห่งหนึ่งเท่ากับมูลค่าเงินทั้งหมดที่คาดว่าบริษัทนั้นจะสร้างให้กับผู้ถือหุ้น โดยเงินที่สร้างให้กับผู้ถือหุ้นจะต้องถูกคำนวณเป็นเงินในรูปมูลค่าปัจจุบัน

                   ด้วยหลักการนี้มีความหมายว่า WL จะสร้างเงินสดให้กับผู้ถือหุ้นปีละ 10 ล้านบาท 2 ปีแรก และหลังจากนั้นจะสร้างเงินให้กับผู้ถือหุ้นปีละ 30 ล้านบาท ดังนั้นหากใครจะซื้อ WL ก็ต้องพิจารณากองเงินที่ WL จะสร้างให้กับผู้ถือหุ้นด้วย

                   ทฤษฎีการเงินของลอยด์ ซึ่งดื่มเหล้าวิสกี้จนตายด้วยโรคตับอักเสบบอกเอาไว้ว่า เงิน 10 ล้านบาท ในปีที่ 1 และ 2 และ 30 ล้านบาท ในปีที่ 3-5 เป็นเงินในอนาคต (FV) ดังนั้นต้องนำมาทำให้เป็นเงินในวันนี้ (PV) โดยการหักส่วนลดที่ 10% ออกเสียก่อน ซึ่งส่วนลด 10% ก็คืออัตราผลตอบแทน (r) ที่ผู้ถือหุ้นของ WH อยากจะได้ โดยหลักการนี้นำมาหาเงินในวันนี้ได้ด้วยสมการ

DCF เครื่องมือกำหนดมูลค่า 2 (2) (เรื่องที่ 7)

ลอยด์บอกให้ทำแบบนี้กับเงินที่เหลือในอนาคตของทุกปี แล้วจับเงินในวันนี้ที่คำนวณได้ของทุกปีมารวมกัน ก็จะได้กองเงินที่เหลือจากการทำธุรกิจในรูปมูลค่าปัจจุบัน หรือเรียกให้เท่ห์ก็คือ NPV หรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิ

ผมเข้าใจวิธีการของลอยด์ได้ไม่ยาก และแถมยังเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋อีกด้วยว่า ใครที่เป็นเจ้าของ WL 100% จะเป็นเจ้าของกองเงินในรูปมูลค่าปัจจุบัน (NPV) จำนวน 79.01 ล้านบาทด้วย

ผมยังเข้าใจต่อไปอีกว่า WL ไม่ได้มีอายุแค่ 5 ปี แต่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้เรื่อยๆ แบบไม่จำกัดอายุขัยอีกต่างหาก เพราะบริษัทจะไม่มีวันตาย ด้วยเหตุที่ลอยด์บอกว่า หากผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นกรรมการต้องตายจากไป หุ้นของผมจะตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาท ทายาทจะเข้ามาถือหุ้นแทนและใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นแต่งตั้งกรรมการคนใหม่เข้ามาบริหารจัดการแทนผม ด้วยวิธีคิดที่เป็นความจริงของลอยด์ผู้ล่วงลับนี้ ทำให้บริษัทถูกกำหนดว่า ไม่มีวันตาย

ผมยังเข้าใจลึกต่อไปอีกว่า ปีที่ 5 เป็นต้นไปจนหาที่สิ้นสุดไม่ได้ WL ยังคงสร้างเงินสดให้กับเจ้าของได้อยู่ และอะไรล่ะจะใช้เป็นตัวคำนวณกองเงินนับจากปีที่ 5 เป็นต้นไปว่า WL จะสร้างกองเงินให้อีกมากน้อยขนาดไหน

ด้วยคำถามนี้ ผมจึงยืมสมการ

DCF เครื่องมือกำหนดมูลค่า 2 (3) (เรื่องที่ 7)

                   มาเป็นตัวแทนมูลค่ากองเงินที่ WL จะสร้างให้กับผมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งกองเงินนี้จะเรียกว่ามูลค่าซาก หรือมูลค่ากิจการปีสุดท้ายของแผนการเงิน 5 ปีในรูปมูลค่าปัจจุบัน หรือเรียกภาษาฝรั่งว่า Terminal Value
DCF เครื่องมือกำหนดมูลค่า 2 (4) (เรื่องที่ 7)

กองเงินที่ผมยังมีสิทธิจะได้รับจาก WL ยังมีอีก 237.5 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่ากิจการของ WL เท่ากับ 79.01 + 237.5 = 316.51 ล้านบาท

 

Abstract background of beautiful color smoke waves.

Abstract background of beautiful color smoke waves.