Head เล่นแร่แปลหุ้น

หลักการในการเลือกหุ้น

ลูกศิษย์ : ผมทุกข์ใจมากครับ เพราะผมซื้อหุ้นตอน set index เกือบ 1,600 จุด ปัจจุบันนี้ set index เหลือประมาณ 1,500 จุด ผมควรทำอย่างไรดีครับ

อาจารย์ : ก่อนอื่นต้องทำใจก่อนเป็นอันดับแรก แล้วก็กลับมามีสติ ลองนึกว่าเหตุผลครั้งแรกที่ซื้อหุ้นนั้นคืออะไร

ลูกศิษย์ : อืม..เพราะตอนซื้อนั้นมีแต่ข่าวบอกว่า set index จะขึ้นไปถึง 1,700 จุด ผมจึงเห็นว่าซื้อแล้วต้องมีกำไรแน่ๆ

อาจารย์ : ดีใจด้วยนะที่ set index มันตกลงมา

ลูกศิษย์ : อาจารย์นี่ประสาทหรือเปล่าว่ะ ก็บอกไปแล้วว่ามันขาดทุน (คิดในใจ)

ลูกศิษย์ : ทำไมต้องดีใจด้วยครับอาจารย์

อาจารย์ : ก็จะได้รู้ด้วยตนเองว่าการพึ่งพาบุคคลอื่นนั้น มันเป็นการหลงผิดแบบหนึ่ง ดังนั้นจะได้ไม่เป็นคนหูเบา และผิดซ้ำๆอีก อาจารย์จะสอนหลักการในการพึ่งพาตนเอง โดยมีหลักการในการเล่นหุ้นดังนี้

การวัดว่าหุ้นถูกหรือแพง สามารถวัดได้จากมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value : IV) นั้นเทียบกับราคาตลาด (Market Price : MP) ในขณะนั้น หาก IV มากกว่า MP แสดงว่าราคาหุ้นถูก ในทางกลับกันหาก IV ต่ำกว่า MP แสดงว่าราคาหุ้นแพง เขียนเป็นสมการได้ดังนี้

X = IV – MP

หาก X เป็นบวก แสดงว่าหุ้นถูก หรือ หุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Undervalued) ควร “ซื้อ”

หาก X เป็นลบ แสดงว่าหุ้นราคาแพง หรือ หุ้นสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Overvalued) ควร “ขาย”

ตัวอย่างเช่น หุ้น ABC มี IV เท่ากับ 10 บาท และ MP เท่ากับ 5 บาท ดังนั้น กรณีนี้หุ้น ABC เป็นหุ้นราคาถูก เพราะ IV มากกว่า MP เท่ากับ 5 บาท (10 – 5) ดังนั้นสรุปได้ว่าหุ้น ABC ควรซื้อ

แต่สมมติว่าต่อมาหุ้น ABC ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 15 บาท ดังนั้นกรณีหุ้น ABC เป็นหุ้นราคาแพง เพราะ IV ต่ำกว่า MP เท่ากับ 5 บาท (5-10) สรุปได้ว่าหุ้น ABC หากมีควรขาย แต่หากเป็นนักเก็งกำไรก็ยืมหุ้นมาขาย (Short) และรอให้หุ้นตกลงมาแล้วซื้อหุ้นคืน

การคำนวณหา IV สามารถทำได้โดยการคำนวณโดยใช้แบบจำลองกระแสเงินสดส่วนลด (Discounted Cash Flow : DCF) หรือ ส่วนแบบตัวคูณ (Mulitiple Approach) สามารถคำนวณได้ดังนี้

  1. เลือกค่า P/E ของอุตสาหกรรมที่เราจะประเมินราคาหุ้น เช่น หุ้น A อยู่ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ สมมติว่าเราตรวจสอบแล้วพบว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์มีค่า P/E เท่ากับ 10 เท่า
  2. คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ในปีหน้าของหุ้น A โดยใช้ กำไรสุทธิ / จำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว สมมติว่าคำนวณ EPS ได้เท่ากับ 5 บาท
  3. นำค่า P/E ของอุตสาหกรรม x EPS ค่าที่ได้คือ IV = P/E x EPS = 10 x 5 = 50 บาท

ข้อควรระวัง การประเมินโดยใช้ P/E มีข้อด้อยที่ว่าการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นอ้างอิงจากกำไรสุทธิต่อ หุ้นเพียงปีเดียว ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดในการประเมินมูลค่าหุ้นจึงมีสูงมาก แตกต่างจาก DCF การประเมินมูลค่าหุ้นจะประเมินจากกำไรหลายปีข้างหน้า ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้

ลูกศิษย์ : สุดยอดเลยครับ

อาจารย์ : พยักหน้ารับราวกับว่าเป็นนักลงทุนขั้นเทพ…แต่คิดในใจ (กูก็เจ๊งมาไม่รู้กี่รอบ…)