Head เล่นแร่แปลหุ้น

D004 การประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้ P/E Ratio

ลูกศิษย์ : อาจารย์ครับ ผมนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว คุ้นคิดแต่เรื่องการประเมินมูลค่าหุ้น อาจารย์โปรดเมตตาช่วยแนะนำผมด้วย

อาจารย์ : การนอนไม่หลับถือว่าเป็นมงคลประการหนึ่ง เพราะทำให้เราได้มีเวลาอยู่ในโลกนี้ยาวนานกว่าคนอื่นจึงมีโอกาสทำสิ่งต่างๆได้หลากหลาย

ลูกศิษย์ : ผมยอมอาจารย์แล้วครับ ช่วยกรุณาสอนผมได้หรือยังครับ

อาจารย์ : การประเมินมูลค่าหุ้นที่ได้รับความนิยม คือ การประเมินมูลค่าหุ้น โดยใช้วิธีผลคูณ (Multiples Model) หรือ P/E Ratio ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

มูลค่าหุ้น = P/E x EPS 1

โดยที่ P/E คือ ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมหุ้นที่ต้องการลงทุน

P คือ ราคาหุ้นในตลาดของอุตสาหกรรม

E คือ กำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้าของอุตสาหกรรม

EPS 1 คือ กำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้าของหุ้นที่ต้องการลงทุน

ตัวอย่าง : หุ้น D อยู่ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ สมมติให้อุตสาหกรรมนี้มีหุ้นทั้งหมด 3 ตัว ไม่รวมหุ้น D โดยแต่ตัวมีราคาหุ้น และกำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้า ดังต่อไปนี้

หุ้น ราคาหุ้น (บาท) กำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้า (บาท)

        P       E

A      10      1.0

B       20      1.8

C      30      2.5

เราสามารถคำนวณหา P/E ของหุ้น A ได้ คือ 10/1.0 = 10 เท่า

หุ้น B คือ 20/1.8 = 11 เท่า หุ้น C คือ 30/2.5 = 12 เท่า

ดังนั้น ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้ของ P/E = (10 + 11 + 12)/3 = 11 เท่า

สมมติว่าหุ้น D มีกำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้า (EPS 1) = 3 บาท ดังนั้นสามารถคำนวณหามูลค่าหุ้น A ได้ดังนี้

มูลค่าหุ้น = P/E x EPS 1 = 11 x 3 = 33 บาท

ข้อควรระวัง : การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้ คือ การใช้กำไรเพียง 1 ปี เป็นการกำหนดมูลค่าหุ้นทั้งหมด ดังนั้น หากกำไรปีต่อๆไปมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะส่งผลให้มูลค่าหุ้นผิดเพี้ยนไปอย่างมาก นอกจากนี้การใช้กำไรไม่ได้สะท้อนภาพของกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำเท่าที่ควร ดังนั้นจึงมีการใช้วิธีกระแสเงินสด (DCF Model) เพื่อแก้ปัญหานี้

ลูกศิษย์ : ทำไมวิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E Ratio นี้จึงได้รับความนิยมครับ ทั้งที่มีข้อด้อยตามที่อาจารย์อธิบาย

อาจารย์ : เนื่องจาก P/E Ratio นี้ ง่ายในการคำนวณ และคนส่วนใหญ่คงไม่ถือหุ้นเกิน 1 ปี เท่าที่ทราบบางคนถือหุ้นไม่ทันข้ามคืนด้วยซ้ำไป

ลูกศิษย์ : อาจารย์รู้ได้อย่างไงครับว่าเป็นผม

อาจารย์ : แววตาคุณบอก…