เล่นแร่...แปลหุ้น อ.ดุษิ

ราคาหุ้น หรือ มูลค่าหุ้น 4 ประเภท

ลูกศิษย์ : ตอนนี้ผมกำลังสนใจจะลงทุนในหุ้น ผมจึงเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือพิมพ์หุ้น และบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์จากหลายสำนัก ซึ่งทำให้สับสนมากครับว่าตกลงหุ้นมีกี่ราคากันแน่ ขอความกรุณาช่วยอธิบายให้ด้วยครับ

อาจารย์ : ราคาหุ้น หรือ มูลค่าหุ้น มีทั้งหมดอยู่ 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

1)   มูลหุ้นที่ตราไว้ หรือที่เรียกว่า “Par Value” เป็นราคาหุ้นที่กำหนดไว้นับตั้งแต่ตั้งกิจการ เช่น บริษัท A เปิดกิจการต้องการระดมทุนจากผู้ถือหุ้นเพื่อใช้ทำธุรกิจจำนวน 100 ล้านบาท กำหนดให้มีหุ้นทั้งหมด 10 ล้านหุ้น ดังนั้นราคาหุ้นที่ตราไว้เท่ากับ 10 บาทต่อหุ้น (100/10)

มูลค่าหุ้นที่ตราไว้สามารถดูได้จากงบการเงินที่เป็นส่วนงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน) ในรายการส่วนของผู้ถือหุ้น

2)   มูลค่าหุ้นตามบัญชี หรือที่เรียกว่า “Book Value” เป็นราคาหุ้นที่เกิดจากการทำธุรกิจที่ผ่านมา โดยมีสมการอย่างง่ายๆ

มูลค่าหุ้นตามบัญชี = มูลค่าที่ตราไว้ + กำไรสะสม (ขาดทุนสะสม)

ตัวอย่าง สมมติว่าบริษัท A มีมูลค่าที่ตราไว้ 10 บาทต่อหุ้น ต่อมาทำธุรกิจจนมีกำไรสะสมต่อหุ้นเท่ากับ 20 บาท ดังนั้น มูลค่าหุ้นตามบัญชีเท่ากับ 30 โดยมาจากการแทนสมการดังนี้

มูลค่าหุ้นตามบัญชี = 10 + 20 = 30 บาทต่อหุ้น

หรือ มูลค่าหุ้นตามบัญชีสามารถคำนวณได้จากงบการเงินล่าสุดโดยดูในงบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้

มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น / จำนวนหุ้น

3)   มูลค่าหุ้นในตลาด หรือเรียกว่า “Market Value” เป็นราคาหุ้นที่มีการซื้อขายกันทุกวันทำการที่ตลาดหุ้นเปิด ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงแทบจะทุกวันที่มีการเปิดตลาดหุ้น โดยราคาหุ้นนี้จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามผลประกอบการของธุรกิจ ตามอารมณ์ของนักลงทุนในตลาดซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยแวดล้อมมากมาย อาทิ ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศออกมา ข่าวการเกิดภาวะสงครามระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศ เป็นต้น

มูลค่าหุ้นในตลาดนี้สามารถดูได้ตามสื่อต่างๆทั้งใน โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และเว็บไซด์ของตลาดหลักทรัพย์

4)   มูลค่าหุ้นที่แท้จริง หรือเรียกว่า “Intrinsic Value” หรือ “Fair Value” เป็นราคาหุ้นที่คำนวณได้จากการคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคตของธุรกิจ

มูลค่าหุ้นที่แท้จริงคำนวณได้จากสูตร Discounted Cash Flow ดังต่อไปนี้

1013371_638342812941435_7925250684438732348_n

(สมการแสดงตามไฟล์ภาพที่แนบมา)

กล่าวโดยสรุปได้ว่ามูลค่าหุ้นในข้อ 1) – 3) ทุกคนจะรู้มูลค่าหุ้นเหมือนกันหมด แต่จะมีเพียงมูลค่าที่แท้จริงเท่านั้นที่ทุกคนจะรู้แตกต่างกัน และมูลค่าหุ้นที่แท้จริงนี้เป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสามารถประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้ในการลงทุน เพราะเมื่อคุณรู้มูลค่าที่แท้จริง คุณจะตัดสินใจได้ว่าควรจะซื้อหรือขายหุ้นตัวนั้น

ลูกศิษย์ : ขอบคุณอาจารย์มากๆครับ ที่ช่วยทำให้เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง