Head ครูพักลักจำ

ทำไมต้องลำบากเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ 3

ใฝ่ดี :  มาแล้วครับ มาตามสัญญาที่ลุงให้ไว้

ลุงเพียร : สัญญาเรื่องอะไร….

ใฝ่ดี : ก็ลุงติดเรื่องค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนหุ้นสามัญไว้ไงล่ะครับ

ลุงเพียร : วันก่อน คุยเรื่องช่วง 4 ช่วงของการจดทะเบียนไปแล้วใช่มั้ย วันนี้มีเรื่องค่าทำเนียมและส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องใช่มั้ย ลุงจำได้อยู่แล้ว ว่าแต่เราไปอ่านเพิ่มเติมจากที่ลุงพูดไว้หรือเปล่า

ใฝ่ดี : ถูกต้องครับ….ผมไปอ่านมาแล้วละครับ เข้าใจที่ลุงพูดขึ้นอีกเยอะครับ

ลุงเพียร : เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามาดูค่าธรรมเนียมกันเลยละกันน่ะ โดยการการจดทะเบียนหุ้นสามัญมีค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่แบ่งออกมาได้ดังต่อไปนี้

ค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต 50,000 บาท

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 0.05% ของทุนชำระแล้ว โดยมีขั้นต่ำอยู่ที่ 100,000 บาท และขั้นสูง 3,000,000 บาท

ค่าธรรมเนียมรายปี ผันแปรตามทุนชำระแล้ว แบบอัตราถดถอย ขั้นต่ำ 50,000 บาท ขั้นสูง 3,000,000 บาท

อัตราค่าธรรมเนียมแบบรายปี   (ตามไฟล์ภาพที่แนบด้านล่าง)

อัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

 

ใฝ่ดี : อันนี้ผมก็คงจะต้องไปค้นคว้า เพิ่มเติมและดูเคสตัวอย่างใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : ดีมากต่อมา มาดูผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ที่เกียวข้องในการจดเทียบหรือการทำบริษัทเข้าตลาดนี้ก็จะเป็นผู้ที่ทางบริษัทของเราทำการเสาะหาคัดเลือก จนนำไปสู่การแต่งตั้งให้ขึ้นมาทำหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ ตามที่บริษัทต้องการ แต่ก็มีบางตำแหน่งที่ต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เสียก่อนด้วย เราถึงจะสามารถแต่งตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่ได้ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  1. ที่ปรึกษาทางการเงิน ในที่นี้ คือ พวกธนาคารพาณิชย์ต่างๆ บริษัทเงินทุน บริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาที่เกี่ยวกับทางด้านการเงินโดยเฉพาะ และบริษัทเหล่านี้ก่อนที่จะเข้ามาให้คำปรึกษากับบริษัทต่างๆ ได้นั้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เสียก่อน โดยเหตุผลที่ต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินก็เพื่อช่วยให้การดำเนินการด้านการขอจดทะเบียนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและถูกต้องรวดเร็ว โดยนอกจากจะให้คำปรึกษาทางด้านการเงินแล้ว ยังต้องช่วยเตรียมเอกสารและเป็นคนกลางในการติดต่อสื่อสารกับทางตลาดหลักทรัพย์ ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ กับทางบริษัท ที่สำคัญยังต้องเป็นผู้ที่ช่วยยืนยันข้อมูลความถูกต้องให้กับบริษัทที่ต้องการจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย จะเห็นได้ว่าที่ปรึกษาทางการเงินนั้นมีความสำคัญอย่างมาก บริษัทของเราจะสามารถเข้าไปอยู่ในตลาดหุ้นได้หรือไม่นั้น ที่ปรึกษาทางการเงินมีส่วนอย่างสูงทีเดียว
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการของทางบริษัทหรือผู้ถือหุ้น มีอย่างน้อย 3 คน โดย 1 คนในนั้นมีความรู้ในด้านการบัญชีหรือการเงิน โดยคณะกรรมการตรวจสอบต้องไม่ใช่พนักงานของบริษัทหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับทางบริษัทด้วย มีหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากทางกรรมการของบริษัท โดยขอบเขตหน้าที่คือ สอบทานรายงานทางการเงิน พิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งผู้สอบบัญชี เป็นต้น
  3. นายทะเบียนหลักทรัพย์ บริษัทต้องมอบหมายให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ จำกัด หรือ บุคคลที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ความเห็นชอบทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์

ใฝ่ดี : หลักๆ เลยก็คือ 3 ข้อนี้ใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : ใช่ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีการเตรียมวางแผนมาอย่างดี ต้องทำการเขียนโครงการ มีการตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทที่ต้องการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างถี่ถ้วนและแม่นยำ ทำให้ใช้เวลานานพอสมควร กว่าที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนนักลงทุนไปในตัวด้วย ไม่ใช้ตกเป็นเหยื่อของนักลุงทุนรายใหญ่ หรือบริษัทที่แสวงหาผลประโยชน์จากการเก็งกำไรด้วยการปั่นหุ้น หรือการหลอกลวงด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ

ใฝ่ดี : ที่เค้าเรียกกันว่า “ แมงเม่า” ใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : โอเค…หมดเรื่องแล้วลุงขอตัวไปทำงานก่อนน่ะ

ใฝ่ดี  :  ขอบคุณครับ