Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ DCF (20/4/58)

ใฝ่ดี : สวัสดีครับลุง…ลุงยังติดพวกเราอีกหนึ่งข้อน่ะครับ

ลุงเพียร : เหลือข้อ 3 อีก 1 ข้อใช่มั้ย ไหนลองทวนให้ลุงฟังก่อนสิ ว่าที่ผ่านมาเราเรียนเรื่องอะไรกันไปบ้างแล้ว

ใฝ่ดี : ก็จะมีข้อ 1 วิธีการคำนวณหามูลค่าหุ้นด้วยการคิดลดกระแสเงินสด หรือ DCF

ข้อที่ 2 ก็คือ วิธีการประเมินราคาหุ้นด้วยวิธีการคำนวณมูลค่าโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยใช้อัตตาส่วนทางการเงินโดยเฉลี่ยของกุล่มมาคำนวณหามูลค่าที่ควรจะเป็นของบริษัท เช่นใช้ P/E Ratio เป็นต้น แล้วก็เหลืออย่างที่ 3 ที่ลุงติดผมไว้

ลุงเพียร : ถ้าจะพูดถึงข้อที่ 3 ก็ไม่มีอะไรมาก วันนี้ก็คงจะคุยกันเบาๆ อะนะ

ใฝ่ดี : นี่อุตสาห์รอเลยน่ะครับ

ลุงเพียร : วิธีการที่ 3 วิธีการรวมส่วนของกิจการ (Sum of the parts) วิธีการนี้เป็นการคำนวณราคาหุ้นโดยใช้วิธีการคำนวณข้อ 1 และ 2 มาผสมกัน ซึ่งเหมาะสำหรับบริษัทที่มีโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่ซับซ้อน เช่น บริษัทแม่ที่มีบริษัทย่อยที่อยุ่ในอุตสาหกรรมซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างกัน โดยการคำนวณจะเป็นการประเมินมูลค่าของบริษัทย่อยแต่ละแห่งด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละบริษัท จากนั้นจะนำมูลค่าที่เหมาะสมของแต่ละบริษัทย่อมมารวมกัน และหักออกด้วยภาระหนี้สินสุทธิ ซึ่งจะทำให้ได้มูลค่าที่เหมาะสมของบริษัทแม่ เป็นต้น

ใฝ่ดี : วิธีการนี้ก็ค่อนข้างที่จะสลับซับซ้อนนะครับ

ลุงเพียร : ข้อดีของมันก็คือ เป็นการคำนวณมูลค่าที่คำนึงถึงที่มาของรายได้จากกิจการที่ต่างกัน และ เป็นวิธีการที่สามารถเลือกใช้วิธีการคำนวณมูลค่าที่แตกต่างกันแต่เหมาะสมกับกิจการแต่ละประเภท แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้มารวมกัน

ส่วนข้อเสียของวิธีการนี้ก็คือ อาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเลือกใช้วิธีการคำนวณที่เหมาะสมกับกิจการแต่ละประเภท ทำให้มูลค่าของกิจการบริษัทแม่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพที่มีจริง

ใฝ่ดี : ทุกวิธีการล้วนมีข้อดีและข้อเสียอยู่ด้วยตลอดทุกวิธีการเลยน่ะครับ แล้ววิธีการที่ดีที่สุดเป็นวิธีการไหนละครับลุง

ลุงเพียร : เนื่องจากการประเมินมูลค่าหุ้นทั้ง 3 วิธี มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัวที่ใช้ในการประเมินมูลค่าหุ้นที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการประกอบธุรกิจ ภาวะอุตสาหกรรม ความยากง่ายของการเข้าถึงข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งไม่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ ยังเป็นปัจจัยอื่นที่นักลงทุนมักจะนำมาใช้ในการตัดสินใจลงทุนด้วย

ใฝ่ดี : บทที่เราจะตัดสินใจลุงทุน เราก็ควรจะทำการบ้านให้เยอะๆ ใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : วันนี้ก็ไม่มีอะไร…ก็ประมาณนี้แหละ ไปเข้าเรียนได้แล้ว

ใฝ่ดี : Ok ครับลุง