Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ ข้อมูลเพิ่มเติม DCF (15/4/58)

วันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ 15 เมษายน 2558 วันที่ใครๆ ก็ยังไม่อยากให้มันมาถึง เพราะนั่นหมายถึง ความสนุกกำลังจะหมดลงไป

ลุงเพียร : เป็นไงเด็กๆ วันนี้มาหาลุงอีกแล้ว สงกรานต์เหลืออีกแค่วันเดียวเองน่ะ ทำไมไม่ไปเล่นน้ำกันก่อนละ ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องมาโรงเรียนกันอยู่ดี จะคิดถึงโรงเรียนอะไรกันขนาดนั้น

ใฝ่ดี : พวกเราตกลงกันแล้วครับ ว่าจะมาหาลุงก่อน เพื่อจะได้ความรู้ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว เดี๋ยวจะลืมกันไปซะก่อนครับ

ลุงเพียร : แล้วครั้งที่แล้วเราพูดถึงเรื่องอะไรกันละ

เพื่อนๆ : ก็ DCF ไงครับลุง ก็ลุงบอกว่าจะเสริมเรื่องของ DCF เพิ่มเติมให้เราไงละครับ

ลุงเพียร : อ่อ…จำได้แล้ว
แหม…..ลุงไม่ลืมหรอก….ตกลงจะฟังกันวันนี้ใช่มั้ย

ใฝ่ดี,เพื่อนๆ : ใช่แล้วครับ (เด็กๆ ตอบกันอย่างพร้อมเพรียง)

ลุงเพียร : ถ้าพร้อมใจกันตอบแบบนี้ก็โอเค ครั้งที่แล้วลุงพูดถึง วิธีการประเมินราคาหุ้นด้วยการคิดลดหรือ DCF กันไปบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาเสริมข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ DCF ให้ทุกคนฟังน่ะ ในการประเมินมูลค่าด้วยการคิดลดกระแสเงินสด ผู้ประเมินหลักทรัพย์ต้องศึกษาทางเลือกในการประเมินหลักทรัพย์ในแต่ละประเด็นว่า ควรใช้กระแสเงินสดประเภทใด และควรใช้อัตราคิดลดแบบใด จึงจะเหมาะสมกับหลักทรัพย์ที่จะประเมิน สำหรับการเลือกใช้กระแสเงินสดในการประเมินมูลค่านั้น โดยทั่วไปสามารถเลือกใช้กระแสเงินสดในการคิดลดมูลค่าได้ 2 รูปแบบ

ใฝ่ดี,เพื่อน : มีอะไรบ้างครับลุง

ลุงเพียร : อย่างที่ 1 ก็คือ การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญโดยใช้เงินปันผล (Dividend Stream of Cash Flow) เป็นแนวคิดขั้นพื้นฐานในการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ เพราะเงินปันผลเป็นกระแสเงินสดที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับโดยตรงจากกิจการ ทั้งนี้ แบบจำลองการคิดลดเงินปันผลจะมีความเหมาะสมในเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้

1.1 ธุรกิจนั้นๆ มีการจ่ายเงินปันผลในปัจจุบันอยู่แล้ว และมีข้อมูลของการจ่ายปันผลในอดีตที่ผ่านมา

1.2 การจ่ายเงินปันผลของบริษัทมีความสัมพันธ์กับมูลค่ากิจการหรือสัมพันธ์กับผลประกอบการของบริษัท

1.3 ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดสามารถกดดันหรือครอบงำการจ่ายปันผลให้เบี่ยงเบนไปจากอัตราที่ควรจะเป็นได้

ใฝ่ดี : ก็คือการประเมินราคาหุ้นโดยใช้เงินปันผลของแต่ละบริษัทมาคิดคำนวนใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : ใช่ …แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ลุงบอกไปน่ะ

ข้อที่ 2 การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญโดยใช้กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) เป็นแนวคิดในการประเมินมูลค่าโดยใช้กระแสเงินสดที่เหลือจากรายจ่ายต่าง ๆ ของกิจการ ซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ

2.1 กระแสเงินสดอิระของกิจการ (Free Cash Flow to the Firm หรือ FDFF) หมายถึง กระแสเงินสดทีได้หักค่าใช้จ่ายลงทุน (Capital Expenditure) เอาไว้แล้ว ดังนั้น จึงเป็นกระแสเงินสดที่ปราศจากพันธะในการนำไปใช้เพื่อธุรกิจดำเนินงานต่อไป จะเห็นได้ว่า กระแสเงินสดอิสระของกิจการจึงเป็นกระแสเงินสดที่สามารถคืนให้กับเจ้าของเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หรือผู้ถือหุ้น โดยที่ไม่ทำให้การดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงัก

2.2 กระแสเงินสดอิสระของผู้ถือหุ้น (Free Cash Flow to Equity หรือ FCFE) หมายถึง กระแสเงินสดที่หักค่าใช้จ่ายลงทุน และปรับด้วยกระแสเงินสดสุทธิที่มาจากการก่อหนี้ (กระแสเงินสุดสุทธิของดอกเบี้ยจ่ายและการจ่ายคืนเงินต้นและการออกหุ้นกู้ใหม่) ดังนั้น กระเงินสดสุทธินี้จึงเป็นกระเสเงินสดอิสระที่ป็นของเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นสามัญของธุรกิจเท่านั้น
ในปัจจุบัน วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญด้วยกระแสเงินสดอิสระ (ทั้งต่อกิจการและต่อผู้ถือหุ้น) เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากกว่า การประเมินด้วยการคิดลดเงินปันผล โดยสาเหตุหลักเป็นเพราะกระแสเงินสดอิสระเป็นข้อมูลที่สามารถหาได้ทุกปีหรือสามารถที่จะหาข้อมูลในอดีตของกระแสเงินสดอิสระได้ง่ายกว่าการหาข้อมูลเงินปันผลซึ่งมีการจ่ายหรือไม่จ่ายในบางปี

เพื่อนๆ : ลุงครับ…นี่เราเพิ่งเริ่มวิธีการประเมินมูลค่าหุ้น ข้อแรกข้อเดียวใช่มั้ยครับ แต่ผมรู้สึกว่าข้อมูลมันเยอะมากเลยน่ะครับ แล้วจากการที่คุยกับลุงมาสองครั้งเรื่อง DCF ผมว่าผมยังต้องไปทำการบ้านมาอีกเยอะมากๆ ด้วยใช่มั้ยครับ ผมจึงจะได้เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้อย่างแน่ชัด

ลุงเพียร : ใช่แล้วล่ะ….เด็กๆ ขยัน ๆ ทำการบ้านให้มากๆ น่ะ รับรองได้เลยว่า อีกหน่อยเอ็งจะเก่งด้วยตัวเองได้อย่างแน่นอน ว่าแต่วันนี้ไปเล่นน้ำกันได้แล้ว วันนี้สงกรานต์วันสุดท้ายแล้วน่ะ แล้วเจอกันอีกทีวันเปิดเรียนตามปกติน่ะ

ใฝ่ดีและเพื่อน : ขอบคุณครับลุง งั้นพวกเราขอตัวก่อนเลยน่ะครับ