Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ DCF…การประเมินราคาหุ้นด้วยการคิดลด (13/4/58)

 

13 เมษายน 2558 วันเริ่มต้นของเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสนุกสนาน เทศกาลแห่งการท่องเที่ยว เทศกาลของครอบครัว ที่จะได้อยู่ร่วมกัน ไปทำบุญด้วยกัน ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ขอให้ทุกท่านมีความสุขกันมาๆ น่ะครับ

ในทางตรงกันข้ามกลับมาด้านหลังของโรงเรียน…มีชายชรา ผู้ไร้ซึ่งญาติมิตร หรือลูกหลานที่จะมารดน้ำดำหัว แกยังคงง่วนอยู่กับการทำงาน เล็กๆน้อยๆ ของแกไปเรื่อย นี่ซิน่ะความสุของคนแก่เพียร……

ลุงเพียร : สงกรานต์แล้ว พวกเด็กๆ คงจะไปเล่นน้ำกันสนุกเลยสิน่ะ….เราคงจะไปเที่ยวไหนไม่ไหวแล้วละน่ะ..อยู่มันในโรงเรียนนี่แหละ….ขอไปนั่งพักกายให้สบายใจ..ที่เก้าอี้ตัวโปรดดีกว่า

ใฝ่ดี,เพื่อน ๆ : สวัสดีครับ……….ลุงเพียร พวกเรามารดน้ำดำหัวลุงเพียรครับ

ลุงเพียร : ขอบใจๆ แล้วนี่ไม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์กันเหรอ

ใฝ่ดี : พวกเราตั้งใจว่า ช่วงเช้าจะมาหาลุงก่อน …แล้วตอนบ่ายค่อยไปเล่นน้ำกันครับ

ลุงเพียร : ระวังมิจฉาชีพแล้ว ก็อุบัติเหตุกันด้วยน่ะ เล่นน้ำกันให้สนุกน่ะ

เพื่อน ๆ : แต่ก่อนที่พวกเราจะไปเล่นน้ำ เราจะมาทวง วิธีการประเมินหุ้นด้วยวิธีการคิดลด ซึ่งเป็นข้อที่ 1 ที่ลุงติดเราไว้ครับ

ลุงเพียร : พวกเอ็งนี่…ไม่คิดจะหยุดพักกันบ้างรึยังไง…นี่มันวันสงกรานต์น่ะ

เพื่อนๆ : ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวฟังเสร็จแล้วค่อยไปเล่นก็ได้ครับ (เผื่อเพื่อนๆ ในแฟนเพจ ที่ไม่อยากไปเล่นน้ำสงกรานต์จะได้เอาไว้อ่านกันเล่นๆ )

ลุงเพียร : งั้นมาเริ่มกันเลย การประเมินราคาหุ้นต่อจากวันก่อน….ก่อนอื่นจะบอกว่า วิธีการประเมินราคาหุ้นแต่ละวิธีนั้น จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปน่ะ มาเริ่มกันที่ ข้อที่ 1

  1. วิธีการคิดลดกระแสเงินสด เป็นการคำนวณหามูลค่าปัจจุบัน (Net Present Value) ของกระแสเงินสดในอนาคต โดยใช้ต้นทุนการเงินมาเป็นส่วนลด (Discount Rate) โดยการประเมินราคาหุ้นวิธีนี้อยู่บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า การลงทุนในกิจการใดกิจการหนึ่งจะต้องสร้างรายได้ ซึ่งเป็นเงินสดให้แก่นักลงทุนนับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่เลิกกิจการ โดยรายได้ที่นักลงทุนคาดหวังนี้ ประกอบด้วยเงิน 2 ส่วน คือ กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow ) ที่จะได้รับตลอดอายุของกิจการบวกกับมูลค่าเพื่อเลิกกิจการ (Terminal Value) โดยที่กระแสเงินสดอิสระ คือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เหลือ หลังจากหักรายจ่ายจากการลงทุน แต่อย่างไรก็ดีนักลงทุนต้องการจะรู้ว่า เงินทั้งหมดที่จะได้รับในอนาคตนั้น จะมีค่าเท่าไหร่ในปัจจุบัน ซึ่งมูลค่าในปัจจุบันนี่เองที่จะเป็น “มูลค่าที่แท้จริงของบริษัท”

เพื่อน ๆ : ผมว่าวิธีการนี้จะต้องมีขั้นตอนที่ยากกว่านี้ซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอนใช่มั้ยครับลุง

ลุงเพียร : ใช่…แต่วันนี้เราเอาพอเป็นแนวทาง แล้วให้ทุกคนไปสืบค้นคว้าข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมกันเอา เพราะลำพังจะให้ลุงเล่าให้ฟังคงจะไม่หมด ต่อเลยน่ะ

แน่นอนว่า มูลค่าของเงิน 100 บาทที่จะได้รับในอนาคต จะต้องมีค่าน้อยกว่าเงินที่ได้รับ 100 บาทในวันนี้ เพราะค่าเงินจะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา (Time Value of Money)

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าลุงบอกว่าลุงจะให้เงิน 100 บาท โดยให้เลือกว่าจะรับเงิน 100 บาทในวันนี้ หรือจะรับเงินจำนวนเดียวกันในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะเลือกแบบไหน….?

เพื่อนๆ : ผมขอเลือกรับวันนี้เลยละกันครับ อีก 5 ปีมันนานไปครับ

ลุงเพียร : ใช่…หลายคนจะต้องเลือกรับเงินในวันนี้ เพราะเราสามารถนำเงิน 100 บาทที่ได้รับวันนี้ไปหาผลตอบแทนให้งอกเงยมากได้มากกว่า 100 บาท แล้วในทางกลับกัน ถ้าลุงจะให้ 100 บาท ในอีก 5 ปีข้างหน้าก็รู้ได้เช่นกันว่า ถ้าจะให้เงินเราวันนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องให้ครบทั้ง 100 บาท เพราะเราจะสามารถนำไปหาผลตอบแทนจนทำให้ค่าของเงินเพิ่มขึ้นมาเป็น 100 บาทได้ แต่จะให้กี่บาทก็ขึ้นอยู่กับว่า ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้ในช่วง 5 ปีนี้จะเป็นเท่าไหร่

ยิ่งผลตอบแทนสูงๆ จะยิ่งทำให้เงินที่จะได้รับในวันนี้ “ลดลง” ไป เช่น ถ้าผลตอบแทนในช่วง 5 ปีข้างหน้าเท่ากับ 4% ต่อปี เงินที่จะได้ 100 บาทในอีก 5 ปีข้างหน้าจะลดเหลือ 82 บาทในวันนี้ แต่ถ้าผลตอบแทนเพิ่มเป็น 5 % ต่อปี เงินที่จะได้ในวันนี้จะลดลงไปอีกเหลือเพียง 78 บาท

ใฝ่ดี : ผมพอจะเข้าใจแล้วละครับ

ลุงเพียร : จากตัวอย่าง นักวิเคราะห์ใช้หลักการนี้ในประเมินมูลค่าหุ้นที่แท้จริงของแต่ละบริษัทเช่นกัน แต่สิ่งที่นำลดมูลค่าของกระแสเงินสดที่จะได้รับในอนาคตไม่ใช่ผลตอบแทน แต่เป็น “ต้นทุนทางการเงิน” ของบริษัท เพราะฉะนั้นบริษัทที่มีต้นทุนการเงินสูงๆ จะยิ่งทำให้มูลค่าที่แท้จริงของบริษัทลดลงไปอีกด้วย

เพื่อน ๆ: ก่อนหน้านี้ลุงบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ในส่วนของ DCF มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรครับ

ลุงเพียร : ข้อดีของวิธีการคิดลดกระแสเงินสดก็ได้แก่

  1. เป็นการคำนวณที่ได้มูลค่าหุ้นที่สมเหตุสมผลตามหลักทฤษฎี
  2. เป็นการคำนวณที่มองรอบด้าน ทั้งสินทรัพย์ หนี้สิน และรายได้ในปัจจุบัน ประกอบกับยังวิเคราะห์ผลประกอบการที่คาดว่าบริษัทจะได้รับในอนาคต ตลอดจนระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ และความเสี่ยง

ข้อเสียของวิธีการนี้ก็คือ

  1. มูลค่าที่ได้จะขึ้นอยู่กับ สมมติฐาน ของตัวเลขแต่ละตัวที่นักวิเคราะห์นำมาใช้ ซึ่งสมมติฐานที่ต่างกันจะได้มูลค่าที่ต่างกัน เพราะหากมองโลกในแง่ดีเกินไป มูลค่าที่ประเมินได้ก็จะสูงกว่าความเป็นจริง แต่หากมองโลกในแง่ลบจนเกินไป มูลค่าที่ได้ก็จะต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้มูลค่าที่ได้จะขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้วิเคราะห์ด้วย
  2. หากไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ จะไม่สามารถใช้วิธีการนี้ในการคำนวณได้ ดังนั้น นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งจึงไม่นิยมใช้วิธีการนี้ในการคำนวณ

เอาละครั้งหน้าลุงจะมาเสริมข้อมูลเรื่องของ DCF ให้ฟังกันอีกน่ะ วันนี้เราพอแค่นี้กันก่อนมั้ย นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วน่ะ ไปหาข้าวหาปลากินกันก่อนไปเล่นน้ำกันไป เดี๋ยวพอตอนเล่นน้ำจะหิวกัน

ใฝ่ดี : ขอบคุณมากๆ น่ะครับลุง ว่าแต่ลุงไม่ไปเล่นน้ำด้วยกันเหรอครับ

ลุงเพียร : ไม่ละ…..ลุงขอนั่งพักสบายๆ ตรงนี้จะดีกว่า

เพื่อน ๆ : โอเคครับ ….งั้นพวกเราก็ต้องขอบคุณลุงมากๆ น่ะครับที่สละเวลามาสอนพวกเราในวันหยุดพักผ่อนเช่นนี้ ผมและเพื่อนๆ ก็จะขอรดน้ำดำหัวลุงต่อเลยละกันน่ะครับ

ลุงเพียร : มาเข้ามากันเลย…เดี๋ยวลุงจะให้พรปีใหม่กันให้ครบทุกคนเลย ขอบใจมากๆ