Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ มูลค่าที่แท้จริง (10/4/58)

ณ วันที่อากาศร้อนระอุเช่นนี้ ลุงเพียรยังคงต้องรีบทำงานที่คั่งค้างอยู่ให้แล้วเสร็จก่อนหยุดยาวในวันสงกรานต์ หลังจากทำงานจนเหงื่อท่วมตัวก็ถึงเวลาพัก จะเป็นที่ไหนไม่ได้เลยนอกจาก เก้าอี้ไม้ตัวโปรดใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างห้องเก็บของ ลุงเพียรทอดกายสบายใจไปกับเสียงลมเบา ๆ นอนหลับตา ในความสงบ ตามลมหายใจเข้าออก สมาธิเกิด ช่างเป็นความสุขที่ใครหลายคนยากที่จะเข้าใจ แล้วเสียงเด็กจำนวนหนึ่งพูดคุยกันเสียงดังก็ ใกล้เข้ามาหาลุงเพียรทุกที ทุกที เหมือนอานาปานสติ กำลังจะวิ่งหนีไป…………..

ใฝ่ดี : เอ้า….เอ้า….เอ้า….ตามมาทางนี้เลยเพื่อนๆ รับรองว่าได้เจอลุงแน่นอน

เพื่อนๆ : ไหน..ลุงภารโรงคนเก่งของใฝ่ดีที่เคยเล่าให้พวกเราฟังอยู่ไหนละ

ใฝ่ดี : ตามมาทางนี้เถอะน่า

ใฝ่ดี : สวัสดีครับลุง……ผมคิดไว้แล้วว่าลุงจะต้องอยู่ที่นี่…..แน่ ๆ

ลุงเพียร : มีอะไรกันรึ…แห่กันเยอะขนาดนี้

ใฝ่ดี : พอดีเพื่อนๆ ผมเขาอยากจะเจอลุงครับ เขาอยากให้ลุงเล่าเรื่องหุ้นให้ฟังหน่อยอะครับ

ลุงเพียร : นี่ลุงเพิ่งจะทำงานเสร็จ ได้พักยังไม่ถึง 10 นาทีเลยน่ะ แต่ก็เอาเถอะนะ ไหนๆ ก็มากันเยอะขนาดนี้คงจะปฏิเสธอะไรไม่ได้สิน่ะ ไหน..อยากจะฟังเรื่องไหนกันล่ะ

ใฝ่ดี : เริ่มจาก ราคาหุ้นที่ดีมั้ยครับ

ลุงเพียร : จะเริ่มจากส่วนไหนของราคาหุ้นดีล่ะ งั้นเรามาเริ่มที่มูลค่าหุ้นที่แท้จริงกันดีมั้ยครับ

มา….เด็กๆ ขยับเข้ามาล้อมวงกันใกล้ ๆ …..

เรามาเริ่มกันที่ อะไรคือ “มูลค่าที่แท้จริง”

ดูในฝั่งของบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าที่แท้จริง หรือ มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) คือ มูลค่าที่ควรเป็นของบริษัท ที่ประเมินได้จากปัจจัยของบริษัท ซึ่งการประเมินค่าที่ดีต้องประเมินด้วยใจที่เป็นธรรม สมเหตุสมผล และไม่เอนเอียง เพราะไม่เช่นนั้นมูลค่าที่ประเมินได้จะไม่ใช่มูลค่ายุติธรรม

โดยนักลงทุนจะนำมูลค่าที่แท้จริงไปเปรียบเทียบกับราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อตัดสินใจว่า ควรจะซื้อขายหุ้นตัวนั้นหรือไม่ มีใครพอรู้มั้ยว่าเราควรจะซื้อหุ้นตอนไหน ถ้าพูดถึงมูลค่าที่แท้จริง

เพื่อน ๆ : ผมรู้ครับ….เมื่อเราเปรียบเทียบมูลค่าที่แท้จริงกับมูลค่าตลาด หรือราคาตลาด ที่ซื้อขายกันในตลาดแล้วหากพบว่าราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง หรือต่ำกว่า BV นักลงทุนจะตัดสินใจซื้อ เพื่อหวังว่าในอนาคตราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นมาจนใกล้เคียงกับมูลค่าที่แท้จริง หรือใกล้เคียงกับ BV หรืออาจจะตัดสินใจขายเมื่อราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงในปัจจุบันครับ

ลุงเพียร : นักเรียนโรงเรียนนี้เก่งกันทุกคนจริงๆ และการที่เราจะรู้มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นตัวนั้นๆ บริษัทจดทะเบียนจะต้องมีหน้าที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง เพื่อที่จะทำให้ราคาหุ้นที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทออกมา แต่อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าหุ้นก็มีอยู่หลายวิธีเช่นกัน ซึ่งบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน และอยู่ในช่วงของวงจรธุรกิจ (Business Life Cycle) ที่ต่างกัน อาจจะใช้วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นที่แตกต่างกัน และวิธีประเมินที่แตกต่างกันนั้น อาจทำให้ “มูลค่าที่แท้จริง” แตกต่างกันออกไปด้วยนะ พอมีใครรู้วิธีการประเมินราคาหุ้นวิธีไหนบ้าง

ใฝ่ดี : ผมครับ…ก็หลักขี้หมาไงครับ วิธีการหาราคาหุ้นด้วยการเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

ลุงเพียร : ต่อไปลุงจะพูดถึงวิธีการประเมินมูลค่าหุ้น ที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จะใช้แตกต่างกันไปตามลักษณะของธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นที่เป็นที่นิยมสำหรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เอาสักสามข้อก็แล้วกันน่ะ แต่เดี๋ยวก่อนวันนี้เราจะยังไม่พูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของแต่ละวิธีน่ะ วันนี้ลุงเหนื่อยมากแล้ว เอา..มาดูกันว่า 3 วิธีที่ว่ามีอะไรบ้าง

  1. วิธีการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow หรือ DCF) หลายคนพยักหน้าแสดงว่ารู้จักและเคยเรียนมากันบ้างแล้ว มาต่อข้อที่ 2
  2. วิธีการเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน (Peer Group Comparison) อันนี้หลายคนอาจจะไม่รู้จัก
  3. วิธีการรวมส่วนของกิจการ (Sum of the part) ข้อสุดท้ายถึงกับงงกันทีเดียว

ข้อที่ 4 ….ไม่มี….ไม่มีข้อ 4 ฮ่าๆ ๆ ๆ เอาละวันนี้เราทิ้งท้ายไว้แค่นี้ก่อน ให้ทุกคนลองไปค้นหาข้อมูลเหล่านี้มาก่อน แล้วเราจะเอามาคุยกันในวันหลัง เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ โอเคกันมั้ย

เพื่อน ๆ : กำลังเพลินเลยครับลุง……แต่ไม่เป็นไรวันนี้ให้ลุงพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ ผมขอไปทำการบ้านก่อนแล้วครั้งหน้าพวกเราจะมาคุยกับลุงอีกน่ะครับ

ขอบคุณใฝ่ดีมากเลยน่ะ ที่พาพวกเรามาคุยกับลุง

ลุงเพียร : สงสัยจะเพลินมากไปหน่อยน่ะ….หันไปดูเพื่อนข้างหลังสิ…นั่งหลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

(ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็ก ๆ หัวเราะชอบใจเมื่อหันไปเจอเพื่อนนั่งหลับอย่างสบายใจ)

ใฝดีและเพื่อน ๆ : ยังไงวันนี้เราไม่กวนลุงแล้วละครับ… ให้ลุงได้พักผ่อนตามสบายเลยนะครับ วันนี้ขอบคุณลุงเพียรมากน่ะครับ พวกเราไปเรียนก่อนล่ะครับ

ลุงเพียร : โชคดีๆ บุญรักษาลูกเอ๊ย อย่าลืมปลุกเพื่อนไปด้วยล่ะ