Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ OCF/Sales Ratio (6/4/58)

ลุงเพียร : อย่างเข้าสู่เดือนเมษายน อากาศมันร้อนจริงๆ เลย

ใฝ่ดี : บ่นอะไรอยู่คนเดียวครับลุง

ลุงเพียร : ว่าไงใฝ่ดี…..วันนี้เอาสั้น ๆ น่ะ ลุงร้อน อีกอย่างวันนี้วันหยุดลุงด้วยน่ะ แล้วเอ็งมาทำอะไรที่โรงเรียนเนี้ย วันนี้ควรจะหยุดพักผ่อนอยู่บ้านไม่ใช่เหรอ

ใฝ่ดี : พอดีผมนัดกับเพื่อนติวหนังสือกันครับ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นมีใครมาเลย…ผมก็เลยลองเดินมาหาลุง ..แล้วลุงก็อยู่ที่นี่ (ม้านั่ง หน้าห้องเก็บของ ที่มีต้นไม้ใหญ่ คอยให้รมเงาอยู่) จริง ๆ

ลุงเพียร : ตรงจุดนี้น่าจะเย็นสบาย ที่สุดแล้วล่ะ ก็ได้ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้แหละที่คอยให้ร่มเงาและความเย็นสบาย ๆ กับลุง

ใฝ่ดี : เหมือนลุงเลยน่ะครับที่คอยเป็นร่มเงาให้กับเด็ก ๆ ในโรงเรียนนี้

ลุงเพียร : เข้าใจพูดเอาใจคนแก่น่ะ วันนี้มีอะไรจะมาถามลุงอีกหรือเปล่าล่ะ

ใฝ่ดี : กำลังรอคำถามนี้อยู่พอดีเลยน่ะครับ คืออย่างงี้ครับลุง ผมอยากจะถามลุงให้แน่ใจเรื่องของ Operating Cash Flow/Sales Ratio หรือ OCF/Sales Ratio ครับ

ลุงเพียร : ไหนลองอธิบายมาให้ลุงฟังสิ

ใฝ่ดี : OCF มันก็คือ อัตราส่วนทางการเงินที่แสดงผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ จากการเปรียบเทียบกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Operational Cash Flows) กับ ยอดขายสุทธิหรือรายได้ ของบริษัทใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : อืม……..

ใฝ่ดี : และหากเราพบว่าบริษัทใดก็ตามมียอดขายสูงขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานก็จะสูงตามไปด้วย แต่หากบริษัทนั้น ๆ มียอดขายที่สูง แต่ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน กลับไม่ได้เพิ่มตามไปด้วย ก็ควรตั้งข้อสงสัยไว้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น

ลุงเพียร : อืม………….

ใฝ่ดี : มาถึงวิธีการคำนวณหาค่า OCF ก็จะได้แบบนี้ Operating Cash Flow/Sales Ratio ทำได้โดยนำ operating cash flow หารด้วย ยอดขายสุทธิหรือรายได้ จากนั้นนำไปคูณด้วย 100 ค่าที่ได้จะออกมาจะเป็นเปอร์เซ็นต์

โดยหาค่า Operational Cash Flows จะได้จากงบกระแสเงินสด และหายอดขายหรือรายได้ ให้ดูจากงบกำไรขาดทุน
วันที่ 6 เม.ย 58

ลุงเพียร : อืม…………

ใฝ่ดี : โดยยกตัวอย่างการคำนวณ ได้ เช่น
บริษัท A มี Operating Cash Flow เท่ากับ 700 ล้านบาท และมียอดขายสุทธิ 2,000 ล้านบาท
700 / 2000 = 0.35 x 100 = 35%

ลุงเพียร : อืม…..อืม…………

ใฝ่ดี : นักลงทุนอาจจะนำอัตราส่วนนี้ไปใช้ในการตรวจสอบบริษัทที่ลงทุนในแต่ละปี ว่ามีการเปลี่ยนแปลงด้านกระแสเงินสดไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง (เปอร์เซ็นต์มากยิ่งดี)

ลุงเพียร : อืม…………………………………………

ใฝ่ดี : อะไรของลุงเนี้ย เอาแต่ อืม……..อืม………..อย่างเดียวเลย ตกลงว่าถูกต้องมั้ย

ลุงเพียร : ก็เรื่องนี้ลุงไม่รู้…..จะให้ตอบอะไรล่ะ ก็เพิ่งจะมาเรียนจากเอ็งก็วันนี้แหละ

ใฝดี : ผมไม่เชื่อหรอกว่าลุงไม่รู้……อย่ามาหลอกผมซะให้อยากเลย

ลุงเพียร : เอ็งคิดว่าลุงจะรู้ไปซะทุกเรื่องหรือยังไง….ยังจำได้ไหมว่าลุง “เป็นภารโรง” นะ

ใฝ่ดี : ยังไงก็ไม่เชื่อว่าลุงไม่รู้…..ไปดีกว่า เพื่อน ๆ มาถึงพอดีเลย เอาไว้คุยกันใหม่น่ะครับลุง