Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ WACC (1/4/58)

ลุงเพียร : ช่วงนี้หายหน้าหายตาเลยน่ะใฝ่ดี

ใฝ่ดี : ไม่ได้หายไปไหนครับลุง..ช่วงนี้ผมก็ฝึกวิเคราะห์หุ้นไปเรื่อยแหละครับ ก็เอาความรู้ที่ลุงสอนผมมาตั้งแต่ต้นไปฝึกใช้งานจริง แล้วก็เริ่มที่จะลงมือปฏิบัติการลงทุนจริงครับ

ลุงเพียร : เป็นไงบ้างล่ะ เรื่องที่ลุงสอนอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยน่ะ เทียบไม่ได้กับที่อาจารย์ในห้องเรียนหรอก แต่ลุงก็คิดว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างล่ะ

ใฝ่ดี : มีประโยชน์มากเลยละครับลุง…ลุงช่วยตอบคำถามผมเยอะเลย จนผมไม่รู้จะถามอะไรดีแล้ว

ลุงเพียร : ขอบใจที่ให้กำลังใจคนแก่น่ะ

ใฝ่ดี : ไหนๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว นะครับลุง…เพื่อเป็นการให้กำลังใจคนแก่ วันนี้ก็เลยขอถามเกี่ยวกับเรื่องของ WACC เลยก็แล้วกันครับ

ลุงเพียร : ไม่น่าเลยเรา…ฮ่า ๆ ๆ จริง ๆ แล้ว WACC ก็คือ ต้นทุนเงินทุน และไอ่เจ้าต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย

ใฝ่ดี : ลุงนี่สุดยอดจริง ๆ เลยน่ะครับ ต่อครับต่อ

ลุงเพียร : WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :

ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)

ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke)

ใฝ่ดี : โอ้….ลุงครับ มี KD กับ KE เพิ่มมาอีกแล้วเหรอครับ ขอตัวอย่างเลยละกันครับ ไม่งั้นผมคงจะมึนแน่นอน

ลุงเพียร : เอาเป็นว่าเพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบแบบนี้ก็แล้วกัน

สมมติ บริษัท รักษ์ความรวย มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ รักษ์ความรวย คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล้านบาท

1) เจ้าหนี้ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (kd) เท่ากับ 10% ต่อปี แต่เนื่องจากดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อนำมาลดภาษีนิติบุคคลได้ ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงจะเท่ากับ

kd x (1-อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล) โดยประเทศไทยใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับ 20% กรณีนี้อัตราดอกเบี้ยจะเท่ากับ 10% x (1-20%) = 8%

2) ผู้ถือหุ้นต้องการผลตอบแทนจากเงินลงทุน หรือ อัตราผลตอบแทนจากปันผล (ke) เท่ากับ 10% ต่อปี

WACC = อัตราส่วนเงินกู้ x อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง + อัตราส่วนเงินทุน x อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล

โดยที่ อัตราส่วนเงินกู้ = เงินกู้ / (เงินกู้ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น)

อัตราส่วนเงินทุน = เงินทุน / (เงินกู้ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น)
ดังนั้นสามารถคำนวณ WACC ได้ดังนี้

WACC = 100/200 x 8% + 100/200 x 10% = 9% ต่อปี

ค่าของ WACC เป็นต่อปี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินปันผลของผู้ถือหุ้นเป็นต่อปี

ใฝ่ดี : ลุงจำได้ยังไงครับเนี้ยเยอะแยะไปหมดเลย ผมพอจะเข้าใจบ้างแล้วละครับ ยังไงเดี๋ยวผมขอเอาไปฝึกทำก่อนน่ะครับ เดี๋ยวทำเสร็จแล้วจะเอามาให้ลุงดูน่ะครับ

ลุงเพียร : ขยัน ๆ น่ะ จะได้เก่งเร็ว ๆ