Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ (27/3/58)

ลุงเพียร : ใฝ่ดี ….ยังพอจำได้มั้ยว่าอะไรที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ ราคาหุ้นขึ้นหรือลง

ใฝ่ดี : ปัจจัยที่ทำให้หุ้นขึ้นหรือลงได้ ก็คือ ปริมาณการซื้อขาย คือ อุปสงค์มากกว่าอุปทานตามที่นักเศรษฐศาสตร์ เขาเรียกกัน นั้นก็หมายความว่า มีคนอยากได้หุ้นมากกว่าคนอยากขาย

อย่างที่ 2 ก็เกิดจากตัวหุ้นเอง เกิดจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนั้น ๆ จริงๆ ที่ทำให้หุ้นขึ้นก็เพราะหุ้นตัวนั้นมีกำไรมาก ทำให้คนที่เป็นเจ้าของหุ้นมีสิทธิได้รับเงินปันผลจำนวนมาก เมื่อเขาเอาเงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับเทียบกับเปอร์เซ็นต์ของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร แล้วปรากฏว่าเงินปันผลให้ผลตอบแทนมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร จึงเกิดการแย่งกันซื้อหุ้นราคาหุ้นจึงถีบตัวสูงขึ้น

ลุงเพียร : ถึงตรงนี้ เอ็งรู้จัก Fond Flow หรือเปล่าล่ะ ตัวนี้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งน่ะจะทำให้หุ้นขึ้นหรือลงได้เช่นกัน

ใฝ่ดี : พอได้ยินมาเหมือนกันครับ แต่ไม่รู้ว่าคืออะไรครับ

ลุงเพียร : Fund Flow ก็คือ กระแสเงินทุนที่สามารถเคลื่อนย้ายเข้าออกได้อย่างอิสระ (โดยปัจจุบันเราจะหมายถึงเงินทุนของต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย)

ลักษณะการลงทุนของต่างชาติผ่าน Fund Flow มี 2 แบบ คือ

1. Speculate Fund Flow

2. Long Term Investment Fund Flow

โดยกระบวนการลงทุนของต่างชาติ มีดังนี้คือ

1. ย้ายเงินต่างประเทศของตนเข้ามาที่บัญชีลงทุนในไทย โดยเปลี่ยนเงินนั้นเป็นเงินบาท เพื่อพร้อมลงทุน

2. นำเงินไปซื้อพันธบัตร ซื้อหุ้น ซื้อกองทุน หรือ ลงทุนอื่นๆ เช่น ทอง น้ำมัน ที่ดิน เป็นต้น

เพราะฉะนั้น Fund Flow จึงหมายถึงกระแสเงินไหลเข้า และ รวมถึงไหลออกด้วย

ใฝ่ดี : วิธีการเป็นยังไงน่ะครับลุง

ลุงเพียร : พูดง่าย ๆ เป็นข้อ ๆ เลยละกันน่ะ ขั้นตอนก็จะเป็นแบบนี้น่ะ คือ
วิธีการนำเงินเข้ามา จะทำโดยการ

1. แลกเปลี่ยนเงินตราเป็นสกุลบาท

2. พักไว้ที่บัญชีลงทุน

3. ทำการลงทุน

กระบวนการไหลออก คือ Outbound fund flow (Outflow) หรือการขนเงินกลับประเทศเขา

1. ทำการขายสิ่งลงทุน

2. นำเงินในบัญชี แลกกลับเป็นเงินสกุลอื่นๆ

การที่ fund flow ไหลเข้า-ออก นั้นสามารถสร้างกำไรหรือขาดทุนได้
ดังนั้น นักลงทุนต่างชาติสามารถทำกำไรตรงนี้ และการที่เงินแข็งค่าขึ้นนั้นเนื่องมาจากการที่นักลงทุนต่างชาติทำการซื้อเงินบาท เป็นจำนวนมาก หรือ การแลกเงินสกุลอื่นๆ มาเป็นเงินบาท เพื่อมาลงทุนต่างๆ ในประเทศไทย และ แน่นอน เขาต้องเอาเงินกลับประเทศเขาอยู่แล้วเพราะฉะนั้นบางครั้ง เราอาจเห็นว่าเศรษฐกิจเราดี ทำไมหุ้นยังตกก็เพราะนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรยังไงหล่ะ

ใฝดี : อย่างงี้ก็แย่สิครับลุง ถ้าต่างชาติพากันเทขายหุ้นที่อยู่ในมือออกจนหมด..เพื่อนำเงินกลับประเทศเขา เพราะว่าเค้าได้กำไรแล้วใช่มั้ยครับ ทิ้งเราให้นอนหนาวอยู่บนดอยกันเป็นแถบ ๆ เลยสิน่ะครับ

ลุงเพียร : ใช่…แล้ว Speculate Fund Flow หมายถึง เงินที่มีสภาพคล่องสูง (Liquidity) ดังนั้น เมื่อเงินประเภทนี้มีความคล่องตัวสูง ทั้งไหลเข้าประเทศและไหลออกนอกประเทศ ก็อาจจะเรียกได้ว่า มีความผันผวนที่สูงมาก เงินพวกนี้จึงถูกเรียกว่าเป็นเงินของนักเก็งกำไร ถ้านักลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้นเห็นว่าหุ้นตัวนั้นดี ก็จะซื้ออย่างรวดเร็ว และเมื่อเห็นว่าสถานการณ์นั้นไม่ดี ก็จะเทขายหุ้นออกอย่างรวดเร็วเช่นกัน

*** นักเก็งกำไรในที่นี้ หมายถึง นักเก็งกำไรต่างชาติ ***

การไหลของ speculated fund flow เข้ามายังประเทศไทย ทำให้ค่าเงินไทยแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ การไหล อาจใช้เวลาระยะแรก หลายเดือน เพื่อ ไม่ให้เกิดการแตกตื่น หรือ overbought มากเกินไป (ปริมาณเงินต่างชาติมีจำนวนมากมาย และถ้านำมาในไทยนั้น อาจทำให้ เงินแข็งรวดเร็วเกินไปมากๆ เสี่ยงต่อการ อุ้มค่าเงินของธนาคารชาติ)

การแข็งค่าของเงิน ตรงนี้ ทำให้ speculated fund flow นี้ เริ่มเห็นกำไรแล้ว
ระดับ 3 – 5% อย่างต่ำ เฉพาะค่าเงินอย่างเดียว ไม่รวมค่าความเสี่ยง Risk ratio. เมื่อมีเงินในบัญชีลงทุนแล้ว อาจเลือกได้หลายทาง

1. ฝากประจำไว้ เพื่อ เอาดอกเบี้ย ในกรณี ดอกเบี้ยสูง

2. ซื้อพันธบัตร

3. ลงทุนในหุ้น หรือ กองทุนต่างๆ

ถ้าสภาวะดอกเบี้ยแพง ก็ลำพังแค่ฝากเงินก็พอ ก็สามารถ ทำกำไรได้สองต่อแล้ว นี่เป็น กำไรขั้นสอง แต่ถ้า ดอกเบี้ยไม่คุ้ม หรือ พันธบัตรไม่คุ้ม ก็คงต้อง โยกเงินไปใน ตลาดหุ้นแทน

การโยกเงินมาลงทุนในหุ้นนั้น เกี่ยวกับรายย่อยเป็นอย่างแท้จริง คือ

1. Speculated fund flow จะลงทุนในหุ้นเป็นลักษณะการเก็งกำไร และมักไล่ราคาในตลาดหุ้น สร้าง new high สม่ำเสมอ (เรียกๆ กันว่า ฝรั่งชอบซื้อดอย)

2. Speculate fund flow มักขายทิ้งหุ้น อย่างรุนแรง เมื่อทุนนั้นจะไหลกลับออกไปแล้ว หรือ ค่อยๆ ทะยอย ออก แล้วแต่สถาณการณ์

3. บางที Speculate fund flow เอาเงินมาพักในตลาดหุ้นเฉยๆ เพื่อรอลงทุนในประเทศอื่นๆ หรือ กิจกรรมอื่นๆ ที่ดีกว่า (ตลาดหุ้นไทย นับว่า มี PE ต่ำมากๆ และหุ้นไม่ไปไหนไกลมาก ดังนั้นเหมาะสำหรับ การพักเงิน) ดังนั้น นักลงทุนรายย่อย ควรจับตา สังเกตพฤติกรรมตรงนี้ไว้ให้ดีเพราะการเคลื่อนไหวเงินทุนจะเร็วมากๆ สัญญาณที่น่าบ่งบอกการไหลออกน่ามาจากประเด็น ดังนี้

1. ค่าเงินบาท ยิ่งแข็ง ยิ่งเสี่ยง

2. อัตราดอกเบี้ย ยิ่งต่ำ ยิ่งเสี่ยงต่อการพักเงิน

3. อัตราดอกเบี้ยพันธบัตร ยิ่งต่ำยิ่งเสี่ยง

ใฝ่ดี : วันนี้ลุงไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าครับ

ลุงเพียร : ทำไม ?

ใฝ่ดี : ก็วันนี้ผมรีบ…ผมยังไม่ได้ถามลุงเลยสักคำ วันนี้ลุงเป็นฝ่ายถามผม แล้วก็ต่อด้วยการอธิบายซะยาวเยียด ฮ่าๆๆๆ แต่ยังไงก็ขอบคุณลุงมาก ๆ น่ะครับ…ผมไปละ

ลุงเพียร : อ่าวไอ่นี่…พอเราอยากจะสอนขึ้นมา มันดันไม่อยากรู้ …ทีตอนเรายุ่ง มันอยากรู้จังเลย