Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ (4/3/58)

ใฝ่ดี : ลุง…วันนี้มีการอัพเดตที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ใหม่อีกแล้ว ข้อความบอกว่า “การเอาจริงเอาจังกับการเล่นหุ้น ด้วยวิธี วิเคราะห์ เข้าใจ รู้สึก และเห็นภาพอนาคต จึงค่อยตึดสินใจซื้อหุ้น ทำแบบนี้ไม่เกิน 7 ปี จะกลายเป็นนักเล่นหุ้นที่เก่งและประสบความสำเร็จ” มันเป็นข้อความที่ทำให้ผมมีกำลังที่จะลงทุนต่อไปจริง ๆ ครับ

ลุงเพียร : ระหว่างทางที่จะไปถึง 7 ปีที่ว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าหากจิตใจเรานั้นหนักแน่นไม่พอ หรือการศึกษาหาความรู้นั้นยังไม่สม่ำเสมอ ยังไงระหว่างทางก็มีโอกาสเจ๊งได้เหมือนกัน

ใฝ่ดี  : ก็คือว่าการเจ๊งเป็น บทเรียน บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ลุงพูดมาหลายครั้งแล้ว

ลุงเพียร : ใช่ๆ ดีที่ยังจำได้ เอาการเจ๊งเป็นบทเรียน เพื่อเริ่มต้นใหม่ เพื่อไม่ให้กลัว และปรับปรุงแก้ไขตัวเอง เอาเป็นว่าเอาประสบการณ์ลุงแล้วกัน เวลาเลือกหุ้นแล้วพลาด ทำให้ติดหุ้น หากวิเคราะห์ทบทวนอีกรอบ อีกหลายรอบ ได้คำตอบออกมาว่าไม่ดี ไม่ดีแล้ว ลุงจะตัดสินใจขาย จะไม่รอ โดยให้นโยบายว่า ไม่ขายไม่ขาดทุน ลุงจะยอมขาดทุน โดยคำนวณเงินขาดทุนออกมาว่าขาดทุนเท่าไร หลังจากนั้นจะเอาเงินทุนที่เหลืออยู่ที่ได้มาจากการขายหุ้นตัวนั้น เลือกซื้อหุ้นตัวใหม่ที่มีราคาคาถูกว่า เพื่อจะได้ปริมาณหุ้นที่มากกว่าตัวเดิม แต่หุ้นที่เลือกซื้อนี้จะต้องเป็นหุ้นดีในความรู้สึกของลุงน่ะ

ใฝ่ดี : แล้วไอ่หุ้นในความรู้สึกของลุงมันเป็นหุ้นยังไงล่ะครับ

ลุงเพียร : คือหุ้นดีกรณีนี้คือหุ้นที่กำลังจะเทิร์นอราวด์ในอีกไม่เกิน 1-2 ปี ถ้าจะให้พูดอีกแบบก็คือ หุ้นที่ไม่ดีในปัจจุบัน แต่จะดีในอนาคตอันใกล้ ลุงจะหาซื้อหุ้นแบบนี้ เพราะราคากถูกได้ปริมาณหุ้นเยอะด้วย (ก็เหมือนหุ้นที่พวกเรา และพวกเรากำลังลงทุนกันอยู่หรือป่าว) และเวลาขึ้นจะขึ้นได้เป็น 100% สามารถไปไกลได้ถึง 3 เท่าของ BV ถ้าซื้อได้ถูกตัว เงินทุนที่หายไปจากการซื้อหุ้นตั้วแรกที่พลาดก็จะได้กลับคืนมา แต่จะคืนกลับมาในอนาคต ทำให้ลุงรู้สึกว่าเงินที่เจ๊งไป ยังมีหุ้นตัวใหม่เอาคืนให้ลุงอยู่ ลุงจึงไม่รู้สึกว่าสูญเสียแต่ประการใด

ใฝ่ดี : ลุงก็ใช้วีธีนี้มาโดยตลอดเลยเหรอครับ

ลุงเพียร : ใช่ ๆ ลุงก็ใช้วิธีนี้มาตลอด บวกกับการขยันหาเงินเพิ่มขึ้น เพื่อจะมีเงินก้อนใหม่เอามาลงทุนเล่นหุ้นใหม่อีกรอบ กลายเป็นว่าทุกครั้งที่ลุงเจ๊ง ลุงจะต้องหาเงินเพิ่มทุกที ไม่ว่าจะด้วยวิถีทางใดก็ตาม และลุงก็สามารถทำได้จริงน่ะ และลุงก็สามารถลงทุนเพิ่มได้ตลอด ลุงพยามจะหาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาทดแทนให้ลืมความรู้สึกที่เจ๊งไปเสมอ การบ้างานก็สามารถทำให้ลุงลืมเรื่องนั้นได้ และรู้สึกถึงความไม่มีแก่นสารใดๆ กับเงินที่เจ๊งไป ความรู้สึกในใจ กลับบอกว่าเงินไม่ได้มีความหมายมากมายกว่าการมีหน้าที่ที่ต้องทำ เหมือนอย่างที่ใคร ๆ ก็ถามลุงว่า มีเงินขนาดนี้แล้วยังจะเป็นภารโรงอยู่ทำไม

ใฝ่ดี : นั่นสิลุงจะเป็นภารโรงอยู่ทำไม ออกไปใช้ชีวิตบั้นปลายได้แล้ว

ลุงเพียร : จริง ๆ แล้วลุงก็อยากจะไปใช้ชีวิตที่มีความสุขอย่างที่คนแก่ทุกคนใฝ่หานั่นแหละ เพียงแต่ลุงขอทำภารกิจอีกอย่างเดียวของลุงให้สำเร็จลุล่วงไปก่อนล่ะกัน ไม่อย่างงั้นลุงไม่สบายใจ

ใฝ่ดี : ภารกิจอะไรของลุง

ลุงเพียร : กลับเข้าเรื่องละกัน ก็คือที่จะบอกคือ การเจ๊งหุ้นเป็นเรื่องธรรมดา เจ๊งแล้วก็เริ่มใหม่ และเริ่มใหม่ด้วยวิธีการอย่างที่เราได้เรียนมาทั้งหมดทั้งมวล แล้วเราจะสามารถประสบความสำเร็จได้ในอนาคต