Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ (27/2/58)

ใฝ่ดี : นี่ลุงผมวิเคราะห์หุ้นตัวนี้ดูแล้วน่ะลุง ผมว่าราคาจะต้องวิ่งขึ้นไป 100% แน่ ๆ เลยครับลุง

ลุงเพียร : เอ็งดูจากอะไร

ใฝ่ดี : ก็กำไรไงลุง ตอนนี้กำไรเพิ่มขึ้นมาแล้วละครับ จากที่เคยขาดทุนมาก่อนหน้านี้หลายปีครับ

ลุงเพียร : ดูมาดีหรือยัง ?

ใฝ่ดี : ดูดีแล้วครับ…เราก็ใช้หลัก E โต 100% ราคาหุ้นจะวิ่ง 100% ยังไงล่ะครับ

ลุงเพียร : E โต 100 % แต่หุ้นไม่ขึ้นก็มีนะ

ใฝ่ดี : อ้าว….ทำไมพูดอย่างงั้นละลุง ก็ลุงสอนผมเองว่าถ้า E โต 100% ราคาหุ้นจะวิ่ง 100% มาวันนี้ทำไมถึงพูดแบบนี้ละครับ ลุงสอนผมผิดไปหรือเปล่า

ลุงเพียร : หลักการที่ว่า E โต 100% ราคาวิ่ง 100% ก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้กับหุ้นทุกตัว

ใฝ่ดี : ทำไมถึงเป็นแบบนั้นละครับ

ลุง นี่อุตส่าห์มั่นใจเอามาให้ลุงดูเลยนะเนี้ย

ลุงเพียร : แล้วเอ็งได้ดูรึเปล่าว่า หุ้นตัวนี้มีการขาดทุนสะสมอยู่รึป่าว เอางี้….เดี๋ยวลุงจะอธิบายให้ฟังละกันน่ะ

กรณีที่ E โต 100% ทำให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้น 100% จะเกิดกับกรณีหุ้นที่มี E เกิดขึ้นทุกปี พูดง่ายๆ ก็คือ หุ้นที่มีผลประกอบการโชว์กำไรทุกปี และกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ที่เกิดขึ้นทุกปีต้องมีเสถียรภาพด้วย

กรณีหุ้นที่ขาดทุนมาหลายปี แล้วจู่ ๆ ก็มีกำไรขึ้นมา เหมือนกับคนถูกหวย ราคาหุ้นจะไม่ขึ้น 100% เพราะว่า E ที่เกิดขึ้นยังไม่มีเสถียรภาพ E ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เอามาปันผล แต่เอาไปลดขาดทุนสะสม ซึ่งทำให้กิจการมีขาดทุนสะสมที่ลดลง เพราะฉะนั้นประเด็นขาดทุนสะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หุ้นที่มี E โต 100% และราคาจะวิ่ง 100% ด้วย หุ้นนั้นต้องไม่มีรายการขาดทุนสะสมอยู่ในงบดุล หากมี ก็เข้าข่ายยกเว้น มีกำไรเกิดขึ้น แต่หุ้นอาจไม่ขึ้นก็ได้ และมีกำไรก็จริง แต่กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ที่เกิดขึ้น ยังไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี ยังไม่มีเสถียรภาพ กำไรที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถจ่ายปันผลได้ เพราะยังติดขาดทุนสะสมอยู่

ใฝ่ดี : หุ้นที่โชว์กำไรในรอบหลายปี โดยที่หลายปีที่ผ่านมาขาดทุนตลอด เป็นหุ้นที่ราคาต่ำ แม้กำไรขึ้นมาแต่ราคาก็ไม่ไปไหน ต้นเหตุมาจากที่ลุงอธิบายให้ผมฟังไปเมื่อกี้ใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : เอ็งต้องดูหลักการที่ “มีกำไรเกิดขึ้นก็จริง แต่น่าจะมีรายการขาดทุนสะสมในงบดุลอยู่ ซึ่งหากรายการขาดทุนสะสมในงบดุลยังคงอยู่ หุ้นตัวนั้นจะจ่ายปันผลไม่ได้” ข้อนี้เป็นข้อสำคัญที่คนเล่นหุ้นทุกคนต้องรู้ และต้องคอยดูงบดุลว่าหุ้นที่จะซื้อมีรายการขาดทุนสะสมหรือไม่ ถ้ามีงานนี้หุ้นจะต้องมีกำไรมากพอ ที่จะไปลดขาดทุนสะสมได้ ถ้าลดได้จนเกือบหมดหรือหมดก็หมายความว่า โอกาสที่หุ้นจะจ่ายปันผลได้มีสูง กรณีแบบนี้ราคาหุ้นจึงจะวิ่ง 100%

ใฝ่ดี : ถ้าพูดมาถึงตรงนี้ กรณีแบบนี้ก็ถือว่าเป็นหุ้นที่กำลังจะดีครั้งที่ 1 ใช่มั้ยครับ คือ กำไรสุทธิที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนพอที่จะลดขาดทุนสะสมหรือทำให้ขาดทุนสะสมหมดไป พอถึงวันนั้นหุ้นก็จะปันผลได้ แล้วราคาก็จะวิ่งขึ้นไปใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : มันก็เป็นไปได้ ซึ่งหากเราวิเคราะห์กิจการและสภาพธุรกิจให้ดี ๆ รวมถึงดูวิธีการบริหารจัดการธุรกิจดูว่า กิจการฟื้นจริงหรือฟื้นไม่จริง ถ้าฟื้นจริง เหตุการณ์ดี 7 หน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

E หรือกำไรสุทธิต่อหุ้นที่โตในขณะที่หุ้นกำลังจะดี 7 หน จึงอยู่ในข่ายที่จะทำให้หุ้นขึ้น 100% ได้ หุ้นลักษณะแบบนี้ที่เราเรียกกันว่า หุ้นเทิร์นอราวด์ มันก็คือหุ้นที่แย่ ๆ มาตลอด แล้วพลิกกลับมาดี

ใฝ่ดี : ถ้าอย่างนี้ผมก็สามารถแบ่งหุ้นออกเป็น 2 กลุ่มได้สิครับ คือ กลุ่มแรกเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีกำไรสุทธิต่อหุ้นโตต่อเนื่องทุกปี เป็นธุรกิจผูกขาด ถ้าเดาว่า E จะโตจากปีก่อน 100% สามารถซื้อดักได้เลย เพราะราคาจะวิ่งขึ้นที่ 100% ภายใน 1ปี

แต่กลับอีกกลุ่มหนึ่ง คือหุ้นที่แย่มาก ๆ แล้วพลิกกลับมาดี หรืออาการชั่ว 7 ที ดี 7 หน หากโชว์กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) เป็นบวกขึ้นมา ต้องวิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียด แล้วตอบคำถามว่าจะดีจริงหรือไม่ กิจการจะฟื้นได้จริงหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ ดีชัวร์ ราคาหุ้นก็จะวิ่ง 100% ได้ในอนาคตใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : ก็เข้าใจดีแล้วนี่…แต่ต้องระวังหุ้นกลุ่มที่ 2 นี้ ให้ดี ๆ น่ะ อย่าสับสนระหว่างหุ้นที่กำลังจมน้ำ แล้วผุด ๆโผล่ ๆ โชว์กำไรให้เห็น แต่หลังจากนั้นก็จมน้ำต่อ ต้องระวังอย่าดูผิด เพราะถ้าดูผิดงานนี้แอนตาซิลไม่รับเย็บให้อีกแล้ว

ใฝ่ดี : ฮ่าๆๆๆๆ ช่วงนี้ลุงติดมวยหรือครับ ไปล่ะ…สวัสดีครับลุง

ลุงเพียร : อ่าๆๆ สวัสดี สวัสดี