Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ (2/2/58)

ใฝ่ดี : ลุงครับ อย่างที่เราคุยกันไปเมื่อวันศุกร์เรื่องของการเดา E หรือคาดการณ์กำไรสุทธิของหุ้นว่าจะเป็นไปในทิศทางบวกหรือลบ ถ้าเราเดาผิดเราก็ติดหุ้นสิครับ

ลุงเพียร : ถ้าผิดพลาดราคาก็ไม่ขึ้น แต่อย่าลืมนะว่าหุ้นพวกนี้มี P/BV ต่ำกว่า 1 แล้วเรา จะกลัวอะไร อย่างดีก็ค่อย ๆทยอยขายทิ้งไป ราคาไม่ตกมากหรอก เพราะราคาที่ซื้อตอนที่ P/BV ต่ำกว่า 1 ก็คือราคาที่ต่ำที่สุดแล้ว มันเป็นหุ้นที่ราคาไม่น่าจะตกไปอีกแล้วสาเหตุเพราะราคาตลาด (P) ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (BV)

ใฝ่ดี : อ่อ…ใช่ ผมลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย สรุปแล้วว่าหลักการในการเล่นหุ้นก็คือการเดา E ให้แม่น ว่า E จะโตขึ้น ถ้าE โตขึ้นจริง ราคาหุ้นก็จะขึ้น เพราะคนเล่นหุ้นจะได้เงินปันผลที่มากขึ้นกว่าปีก่อน ด้วยเหตุนี้หุ้นจึงขึ้น แต่ถ้า E ไม่โตขึ้นจากก่อนหน้าราคาหุ้นก็จะไม่ไปไหน หรือถ้าหาก E น้อยกว่าปีก่อนหน้า เงินปันผลก็มีทิศทางว่าจะจ่ายน้อยลง หุ้นก็จะต้องตกลงไป อย่างงั้นก็สรุปเป็นข้อ ๆ ได้ว่า

  1. ถ้า E โตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ราคาหุ้นมีแนวโน้มขึ้น
  2. ถ้า E ใกล้เคียงเดิม ราคาหุ้นไม่ขึ้นไม่ลง
  3. ถ้า E น้อยกว่าปีก่อนหน้า ราคาหุ้นมีแนวโน้มว่าจะลดลง

ลุงเพียร : ที่พูดมาเหมือนจะง่าย แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่หมูเหมือนกัน เพราะบางกิจการ เรารู้ยอดขายว่าใหญ่ขึ้น โตขึ้นแน่นอน แต่กำไรสุทธิต่อหุ้น (E ) กลับลดลง กลายเป็นว่า ราคาหุ้นไม่ขึ้น กลับจะลดลง เพราะฉะนั้นยังจำเรื่องของการแบ่งประเภทของกิจการที่จะลงได้มั้ย ว่าให้เลือกลงทุนกับธุรกิจผูกขาด หรือหาจะลงทุนในหุ้นที่อยู่ในตลาดของผู้ขายน้อยรายก็ได้อย่าง Big C CPALL หรือหุ้นที่อยู่ในกลุ่มตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดอย่างหุ้นโรงพยาบาลสามารถ ลงทุนได้หมด เพราะ E มีแนวโน้มจะขึ้นทุกปี

ใฝ่ดี : หมายความว่าถ้าผมเลือกลงทุนในธุรกิจผูกขาด ก็ไม่ต้องกังวลใจเรื่องอัตรากำไรสุทธิต่อยอดขาย (E) ว่าจะลดลงหรือไม่

ลุงเพียร : ถูกต้อง..มันจะทำให้เราเดาแค่ยอดขาย ว่าใหญ่ขึ้นหรือไม่เป็นพอ เพราะถ้าใหญ่ขึ้น กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ต้องมากขึ้นแน่นอน เพราะกิจการผูกขาด และกิจการผุู้ขายน้อยราย จะมีจุดแข็งของมันอยู่ อย่าง PTT เป็นธุรกิจผูกขาด ถ้าเดายอดขายว่าใหญ่ขึ้นแน่นอน E ก็ต้องใหญ่ขึ้นตามไปด้วย

ใฝ่ดี : อย่างที่ PTT ตอนที่ 35 บาท มาถึงตอนนี้ก็ 300 กว่าบาทแล้ว ถือเป็นการวิ่งมาราธอน หุ้นแบบมีมีความเสี่ยงต่ำ คล้าย ๆ กับหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคอย่าง BIGC , CPALL, MAKRO หุ้นพวกนี้อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยราย ถ้าคนมากขึ้น ๆ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโตขึ้นทุกปี ยอดขายของกิจการก็ต้องโตขึ้น เพราะคนต้องกินต้องใช้ทุกวัน หุ้นพวกนี้ ราคาจึงขึ้นไปเรื่อย ๆ

ลุงเพียร : ถูกต้อง…เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะ

ใฝ่ดี : ครับ เอาไว้มาคุยกันใหม่นะครับ