Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ ประเภทของตลาดการลงทุน (26/12/57)

ลุงเพียร : วันนี้เราจะมาแยกประเภทของตลาดการลงทุนแต่ละประเภทกันดีมั้ย

ใฝ่ดี : เมื่อวันก่อน เราแบ่งกลุ่มหุ้นออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ
คือ 1.หุ้นพื้นฐาน
2.หุ้นที่ไม่ดีแต่กำลังจะดี
3.หุ้นที่ไม่ควรแตะต้องมัน

ซึ่งลุงกำลังจะบอกว่า หุ้นแต่ละตัวแต่ละบริษัทจะถูกแบ่งตลาดการลงทุน แบ่งกลุ่มประเภทอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันออกไปใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : ใฝ่ดีรู้จักเศรษฐศาสตร์จุลภาคหรือป่าวล่ะ นั่นแหละวันนี้เรามาแบ่งกลุ่มกันตามทฤษฏีเศรษฐศาสตร์จุลภาคกัน ซึ่งก็ได้แก่

  1. ตลาดแข่งขัน ถ้ากิจการอยู่ในตลาดแข่งขัน ก็ไม่น่าสนใจ เพราะราคาหุ้นจะผันผวนตามผลประกอบการที่มีการแข่งขัน และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีก็จะกระทบผลประกอบการด้วย หุ้นในกลุ่มนี้จึงไม่น่าสนใจ แต่หากจะเล่น ก็ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด พอสถานการณ์ที่คาดว่าจะไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้น ต้องรีบขายทิ้งทันที อย่าไปอิงหรือเชื่อกับราคาเดิมๆ ที่เคยสูงขึ้นไปเท่านั้น และคิดว่ามันจะกลับมาที่เดิมได้
  2. ตลาดผูกขาด ถ้ากิจการอยู่ในตลาดผูกขาด สินค้ามีเท่าไหร่ขายได้หมด และบริษัทอยู่ในฐานะผู้กำหนดราคาสินค้า หรือหากไม่กำหนดราคาสินค้า ก็อยู่ในข่ายที่ราคาเสนอขายนั้นเป็นราคาที่มีกำไรแน่นอน สามารถรุ้จุดคุ้มทุน และรู้ว่ามีคนซื้อหมด 100 % กิจการแบบนี้ กำไรแน่นอน และหากมีโครงการลงทุนเพิ่ม กำไรก็จะมากขึ้นทุกปีๆ ปันผลก็มากตาม ราคาหุ้นจึงขึ้นไปเรื่อย ๆ
  3. ตลาดผู้ขายน้อยราย กิจการที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยรายหมายความว่า มีคู่แข่งเจ้าใหญ่ ๆ อยู่ไม่กี่ราย หากกิจการหนึ่งมีการประกาศลดแลกแจกแถม คู่แข่งก็จะประกาศตาม เหมือน BIC C กับ LOTUS เหมือนธนาคารพาณิชย์ที่ถ้าหากที่หนึ่งลดดอกเบี้ยเงินกู้ ที่อื่นลดตาม เพื่อรักษาฐานส่ง แบ่งทางการตลาดไม่ให้ตกลงไป
  4. ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งสมบูรณ์ ถ้ากิจการอยู่ในตลาดนี้ ก็จะหมายความว่า กิจการมีการแข่งขัน แต่คู่แข่งก็พยายามสร้างให้กิจการของตนมีจุดแข็ง เพื่อจะได้มีข้อได้เปรียบทางการตลาด อย่างกิจการโรงพยาบาล ที่พยายามสร้างศูนย์มะเร็ง ศูนย์โรคหัวใจ ที่เป็นการรักษาเฉพาะทาง และประกาศการลงทุนให้กิจการโรงพยาบาลของตนเหนือกว่าโรงพยาบาลคู่แข่ง ด้วยการมีแผนกพิเศษเพิ่มขึ้น อย่าง MK ที่มีสาขาทั่วประเทศ แต่ได้ทำให้ตัวเองมีพลังอำนาจของการผูกขาดขึ้นมา โดยหากจะกินสุกี้ต้องนึกถึง MK ดังนั้น MK จึงเป็นกิจการที่อยู่ในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
    เท่าที่ลุงพูดมาใฝ่ดีคิดว่ากลุ่มตลาดประเภทใดน่าลงทุนมากที่สุด

ใฝ่ดี : เท่าที่ผมฟังลุงอธิบายมาทั้งหมด 4 ข้อ ผมว่าข้อ 2 น่าจะเป็นกลุ่มประเภทที่น่าสนใจลงทุนที่สุด น่าจะมีความเสี่ยงน้อย ลงทุนแล้วไม่เครียด พูดได้เลยว่า เล่นหุ้นต้องเล่นหุ้นกิจการผูกขาด หุ้นที่อยู่ในกิจการผูกขาด ลงทุนแล้วไม่เครียด แม้จะเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาทางการเมือง เงินทุนไหลออก กดดัชนีหุ้นให้ตกต่ำลง ราคาหุ้นแม้จะตก แต่ก็ตกไม่มาก และเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ราคาหุ้นก็สามารถกลับไปที่เดิมได้ ผิดกับหุ้นที่อยู่ในตลาดแข่งขัน ราคาหุ้นอาจจะไม่กลับมาที่เดิม หรือหากจะกลับไปที่เดิมอาจต้องรออีกนาน

ลุงเพียร : ใช่แล้วละใฝ่ดี แล้วหุ้นในกิจการผูกขาดยังไงก็สามารถกลับไปที่เดิมได้ เพราะพลังอำนาจของการผูกขาดที่คลอด E ใหญ่ขึ้นทุกปี เงินปันผลก็มากขึ้นทำให้คนแย่งซื้อ เมื่อทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี อีกทั่งหุ้นในกิจการผูกขาดที่มีฐานทุนจดทะเบียนขนาดใหญ่ เป็นหุ้นที่นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศให้ความสนใจ หุ้นพวกนี้จึงทำหน้าที่เป็นหุ้นนำตลาด โดยจะขึ้นพาดัชนีให้กลับไปที่เดิม นักลงทุนที่ฉลาดใจเย็น แม้วันนี้จะไม่มีเงินมาก แต่หากจับหุ้นในกิจการผูกขาด แล้วถือลืมไป รับรองกลายเป็นเศรษฐีทุกคนและหากถือยาวได้จะเป็นการดี เพราะราคาหุ้นจะขึ้นไปเรื่อย ๆ ทำให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ สามารถพลิกชีวิตจากไม่มีเป็นมีมากในเวลาไม่เกิน 10 ปี

ใฝ่ดี : สุดยอดเลยครับลุง