Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ เกณฑ์ ในการจัดกลุ่มของหุ้น (24/12/57)

ใฝ่ดี : หุ้นหลายร้อยตัวในตลาด มีเยอะแยะไปหมด ผมจะมีวิธีเลือกหุ้นลงทุนได้อย่างไรครับ

ลุงเพียร : หุ้นหลายร้อยตัวในตลาด ก่อนที่เราจะลงทุนเราควรจัดกลุ่มให้กับมันซะก่อน

ใฝ่ดี : แล้วเราจะใช้อะไรเป็นเกณฑ์ ในการจัดกลุ่มของตัวละครับ

ลุงเพียร : ก่อนอื่นลุงจะแบ่งหุ้นออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 3 กลุ่มหลักๆ ก่อน ได้แก่

กุล่มที่ 1 หุ้นพื้นฐาน คือหุ้นที่ดีอยู่แล้ว มีผลประกอบการที่มีกำไรสุทธิทุกปี จ่ายปันผลทุนปี หุ้นกลุ่มนี้ เวลาเลือกซื้อก็ให้ดูที่กำไรสุทธิต่อหุ้น เป็นหลัก ทายดูว่า E จะโตขึ้นจากปีก่อนหรือเปล่า ถ้าโตขึ้น ราคาหุ้นจะสูงขึ้น ใช้หลักการที่ว่า E โต 100 เปอร์เซ็นต์ ราคาหุ้นจะวิ่ง 100 เปอร์เซ็นต์ หุ้นกลุ่มนี้ราคาจะสูงแล้ว ทำให้ P/E สูง หรือบางตัว P/E ก็ไม่สูงมาก เช่น PTT สาเหตุเป็นเพราะหุ้นยังไม่ทำการแตกพาร์ ราคา 300 บาท จึงดูแพงสำหรับรายย่อย แต่หากในอนาคต หากแตกพาร์ ราคาจะลดลง คนที่ถือ 1 หุ้น ที่ PAR 10 บาท หลังแตกพาร์ก็จะมีหุ้นเพิ่มเป็น 10 หุ้นที่ราคา 30 บาท 30 บาทต่อ 1 หุ้น กับ 300 บาท ต่อ 1 หุ้น คนไม่มีเงินมากก็เข้ามาเล่นได้

กลุ่มที่ 2 เป็นหุ้นที่ไม่ดี แต่กำลังจะดี หรือที่เรียกว่า หุ้นชั่ว 7 ทีและจะดี 7 หน เรียกอย่างเป็นทางการว่าหุ้นเทิร์นอราวด์ ประเด็นของหุ้นเทิร์นอราวด์อยู่ตรงที่มันต้องเป็นหุ้นที่ไม่ดี ต้องเน่ามาก่อน ผลประการไม่โอเค ราคาจึงไม่ไปไหน ย่ำอยู่กับที่ หรือ ซึมลงมาตลอด 2-3 ปี หรือหลายปี หุ้นแบบนี้จะมี P/E สูงมากๆ หรือถึงขนาดว่าหาค่าไม่ได้ (N.A)

กลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มสุดท้าย คือ หุ้นที่อย่าแตะต้องมัน อย่าไปยุ่งกับมัน เพราะผลประกอบการไม่ดี กำลังจะเจ๊งไม่เจ๊งแหล่ ซื้อไปก็สู้เอาเงินไปฝากธนาคารไม่ได้ หุ้นพวกนี้อาจขึ้น แต่ไม่ได้ขึ้นเพราะผลประกอบการ แต่เป็นการขึ้นเพราะข่าว เช่นมีข่าวการซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากนักลงทุนรายใหม่ มีข่าวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกิจการ หุ้นพวกนี้ถือลงทุนไม่ได้ แต่อาจซื้อเพื่อการเก็งกำไร ซึ่งก็ไม่คุ้มกัน เราเป็นนักลงทุน มุ่งหวังผลกำไรอย่างมีเหตุมีผล ที่มาจากสติปัญญา เราจึงไม่ควรเล่นหุ้นกลุ่มนี้ เพราะเป็นการเล่นหุ้นด้วยความโลภ ด้วยความเสี่ยงที่สูงเกินไป

ใฝ่ดี : ฉะนั้นการแบ่งกลุ่มทั้ง 3 กลุ่มนี้จำเป็นต้องมีทักษะความเข้าใจในเรื่องของการอ่านงบการเงินพอสมควร และติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ ใช่มั้ยครับ

ลุงเพียร : เหมือนคำที่นิยมว่ากันนั้นแหละ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนลงทุน”


 

Decha Sudsieng ขอบคุณมากครับ …. ดูเหมือนว่า กลุ่มที่2 กับ กลุ่มที่3 จะมีคุณสมบัติร่วมกันคือ เป็นบริษัทที่แย่ มานาน …. ทีนี้เรามีวิธีที่จะแยก หรือมีเกณฑ์เพื่มเติม เพื่อให้เห็นคุณสมบัติแบบเฉพาะเจาะจง หรือ เด่นๆ ของกลุ่มที่3 ไหมครับ … ขอบคุณมากครับ

โรงเรียนสอนเล่นหุ้น เรียนคุณ Decha Sudsieng
ในหุ้น turnaround ไม่จำเป็นต้องแย่ด้วยพื้นฐานมาก่อนเสมอไปครับอย่างกรณีของ WAVE พื้นฐานไม่ได้ย่ำแย่อะไรเพียงกลับมีสถานะทางการเงินที่ดีเสียด้วยซ้ำต่อมานั้นมีการลงทุนใน TSE ซึ่งทำให้ WAVE นั้นทำให้ในงบเกิดการขาดทุนจากการดำเนินงาน/ค่าเสื่อม ฯลฯ ราคาจึงยังไม่วิ่งสุดท้ายเมื่อโรงไฟฟ้าใกล้เสร็จนั้นหมายถึงรายได้และกำไรจากกิจการผูกขาดจะปรากฏราคาจึงเริ่มวิ่งแรงไปหลายร้อย% สรุปก็คือหุ้นที่ดูแย่ๆเราควรจะต้องดูเพื่อจำแนก ว่าแย่จากอะไรถ้าแย่เพียงชั่วคราวเช่น น้ำท่วม / มีการลงทุนเพิ่ม / เปลี่ยนกิจการ ฯลฯ เมื่อถึงช่วงที่กำไรของกิจการกำลังจะเกิดราคาจะวิ่งแรงเพราะมีคนเห็นในสื่งนี้จึงเกิดการแย่งกันซื้อ แต่ถ้าแย่ซ้ำซากกิจการยังไม่มีพัฒนาการใดๆที่เกิดกำไรที่มีคุณภาพได้นั่นเราควรจะอยู่ห่างๆเพราะหุ้นดีๆในตลาดยังมีอีกมากมายขอเพียงท่านตั้งใจที่จะค้นหามัน สุดท้ายนั้นความเห็นส่วนตัวของผมมองว่าไม่ว่าหุ้นกลุ่มไหนขอเพียงเราหาสาเหตุได้ว่าจะมีกำไรที่เติบโต(อย่างมีคุณภาพ)ต่อเราก็ลงทุนได้

ด้วยความเคารพ
กำพล อังศุเกษตร์