Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ… (3/12/57)

ใฝ่ดี: แล้วถ้ากิจกรรมขาดสภาพคล่องเข้าจริง ๆ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา มิหนำซ้ำยังไม่สามารถขายสินค้าออกได้ (Dead Stock) อย่างนี้บริษัทก็ขาดทุนสิครับ ทำไปทำมาก็มีขาดทุนสะสม อยู่เป็นจำนวนมาก แถมยังไม่มีส่วนล้ำมูลค่าหุ้นให้นำมาล้างขาดทุนสะสมอีก แล้วคราวนี้จะทำยังกันต่อละครับ การขาดทุนที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นดินพอกหางหมูละสิครับ

ลุงเพียร: ถ้าเป็นใฝ่ดี จะทำยังไงดีล่ะ

ใฝ่ดี : อย่างป้าที่ขายก๋วยเตี๋ยวแถว ๆ บ้านผม ช่วงที่เราขายไม่ค่อยได้ เขาจะบ่นว่า แล้วพรุ่งนี้เขาจะเอาตังที่ไหนไปซื้อของมาขายอีกละ ของที่มีก็เสียไปไม่สามารถขายได้ แล้วแกก็หันมามองหน้าแม่ผมแล้วยิ้มมุมปาก…คุณค่ะ..พอมีเงินให้ยืมก่อนมั้ย ให้ป้าเอาไปลงทุนก่อน เดี๋ยวป้าขายได้กำไร จะคืนให้พร้อมดอกเบี้ย

ลุงเพียร : นั่นไง อย่างนี้เราเรียกว่ากู้ใช่มั้ย

ใฝ่ดี: ใช่เลยครับ ..แต่แม่ผมไม่ให้ยืมน่ะ เพราะแกจะยืมตั้งเยอะแหนะ

ลุงเพียร : อ้าวทำไมไม่ให้เขายืมละ เขากำลังเดือดร้อนน่ะ เขากำลังจะเอาไปลงทุนซื้อของมาขายน่ะ ไม่สงสารเขาเหรอ

ใฝ่ดี: แม่บอกว่า สงสารมันก็สงสารอยู่หรอกครับ แต่จากการที่แม่สังเกตแล้ว ป้าแกขายไม่ได้แบบนี้มาเป็นปีแล้ว แถมตัวป้าเองก็ไม่มีสิ่งของอะไรจะมาประกันได้ว่าแกจะมีเงินมาคืนให้กับเรานะสิ อีกอย่างแกก็ยืมซะเยอะเลย แทบจะเปิดร้านใหม่ได้เลยละครับ

ลุงเพียร : นั่นหมายความว่าแม่ของใฝ่ดี ได้ทำการวิเคราะห์ ฐานะและสภาพคล่องทางการเงินของป้าแกดูแล้วสินะ บริษัทที่ขาดทุนชักหน้าไม่ถึงหลังก็เหมือนกัน ก็ต้องทำการกู้ยืม หรือไม่ก็ทำการเพิ่มทุน และการที่จะกู้เงินได้นั้นก็ต้องมีเกณฑ์การคำนวณออกมาเหมือนกันว่า จะสามารถกู้ได้หรือไม่ และสามารถกู้ได้เท่าไหร่

ใฝ่ดี : ใช้อะไรเป็นตัวคิดคำนวณครับ

ลุงเพียร : สำหรับสูตรตัวนี้เขาเรียกว่า D/E Ratio ความหมายก็คือ D มาจากคำว่า Debt (หนี้สิน) ส่วน E ย่อมาจาก Equity ที่แปลว่า ส่วนทุน วิธีการคำนวณก็ คือ เอาจำนวนหนี้สินทั้งหมดตั้งแล้วหารด้วยส่วนทุนทั้งหมดถ้าได้ค่าออกมาต่ำกว่า 1:1 ยิ่งดี ถ้าค่าออกมาสูงเกิน ก็ไม่ควรสูงเกินกว่า 2:1 เพราะถ้าเกินกว่านี้ โอกาสที่กิจการจะขอกู้เงินกับธนาคารนั้นเป็นเรื่องยาก หรืออาจจะไม่ปล่อยกู้ให้เลยก็ได้

ใฝ่ดี : แบบนี้ D/E ยิ่งต่ำ ๆ ก็ยิ่งดีสิน่ะครับ มันก็คือ กิจการมีหนี้สินรวมทั้งหมดเมื่อเทียบกับส่วนทุนตั้งอยู่ในอัตราต่ำ คือ สินทรัพย์ในงบดุลที่ถูกสร้างขึ้นจากรายหนี้สินบวกรวมกับส่วนทุน หมายความว่า จะได้สินทรัพย์มารายหนึ่งต้องนำเงินมากจากการกู้บวกรวมกับเงินส่วนของเจ้าของ (D+E) ถ้า D มากกว่า E จะทำให้ D/E สูง แสดงว่าทรัพย์สินที่ได้มาใช้เงินกู้มากกว่าเงินที่จ่ายเอง สินทรัพย์จึงเป็นภาระหนี้อยู่มากกว่า หากเกิดปัญหาการชำระหนี้ไม่ได้และธนาคารก็ต้องทำการยึดสินทรัพย์ขายทอดตลาด ราคาสินทรัพย์ที่ขายได้ต้องใช้หนี้ได้ทั้งหมด หรือกิจการมีสินทรัพย์ที่มาจากเงินของเจ้าของ มากกว่าสินทรัพย์ที่มาจากการกู้เงิน เวลามายึดของจะเหลือของที่สามารถขายออกเพื่อชำระหนี้ได้มากกว่าและสามารถชำระหนี้ได้หมดยังไงล่ะ

ลุงเพียร: โอ้โห..นี่ไปแอบอ่านมาก่อนแล้วใช่มั้ย ถึงอธิบายได้เยอะขนาดนี้เนี้ย

ใฝ่ดี : ใช่ครับ..จริงๆแล้ว ป้าข้างบ้านที่มายืมเงินแม่ไม่มีจริงหรอกครับ ผมก็แค่สมมุติขึ้นมา เพื่อให้การสนทนาสนุก ๆ ไปงั้นแหละครับ