Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ Current Ratio (2) (1/12/57)

ลุงเพียร : เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแป๊บเดียววันจันทร์อีกแล้ว เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา หยุดก็เหมือนไม่ได้หยุด เพราะเราเป็นคนที่อยู่นิ่งไม่ได้ซะด้วย ต้องหาโน้นหานี่มาทำ มาศึกษา จับนั่นขีดนี่ไปเรื่อย เผลอแป๊ปเดียววันหยุดหมดไปซะละ แต่ก็ยังดีที่ได้ความรู้เพิ่มเติม เผื่อเจ้าใฝ่ดีมาถามอะไรอีกจะได้ตอบได้

ใฝ่ดี : “สวัสดีบ่ายวันจันทร์น่ะครับลุง”

ลุงเพียร : นั่นไง พูดถึงปุ๊บมาปั๊บ

ใฝ่ดี :เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเอาเรื่องที่ลุงสอนไปฝึกทบทวน ลองคำนวณดูแล้วละครับ พอจะเริ่มได้บ้างแล้วละครับ แต่ผมยังเห็นภาพไม่ชัดครับ วันนี้ลุงช่วยยกตัวอย่างให้ผมดูสักหน่อยได้ไหมครับ

ลุงเพียร: ทบทวนกันอีกทีว่า Current Ratio เป็นการหาสภาพคล่องทางการเงิน ลุงจะยกตัวอย่างตัวเลขกลม ๆ ละกันน่ะเพื่อความง่าย เช่น บริษัท A มีสินทรัพย์หมุนเวียน 2,000 ล้านบาท มีหนี้สินหมุนเวียน 200 ล้านบาท. งานนี้ก็จับ 2,000 ล้านบาท. มาหารกับ 200 ล้านบาท. Current Ratio จะเท่ากับ 10 เท่า ถือว่าสภาพคล่องดีเอามากๆ แต่ก็ต้องมาหา Quick Ratio สภาพคล่องทางการเงินแก่นแท้ โดยหักจำนวนสินค้าคงเหลือออกด้วย เช่น บริษัท A มีสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 2,000 ล้าน มีสินค้าคงคลัง 1500 ล้านบาท มีหนี้สินหมุนเวียน 200 ล้านบาท เราก็นำ 2,000 (สินทรัพย์หมุนเวียน) ลบด้วย 1500(สินค้าคงเหลือ) = 500 แล้วนำมาหาร 200 ล้าน(หนี้สินหมุนเวียน) จะได้ Quick Ratio เท่ากับ 2.5 ถือว่าสภาพคล่องของบริษัท A นั้นดีมาก และถ้าบริษัทนั้นไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าค้าคงเหลือเลย อย่างเช่นบริษัท A ก็คือถ้าสินค้ามียอดสั่งซื้อแน่นอน 100 % สภาพคล่องของบริษัท A ก็สามารถอธิบายได้จาก Current Ratio อย่างเดียวได้เลยไม่ต้องหา Quick Ratio ก็ได้ แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกของบริษัท A นั้น สามารถที่จะขายออกได้แน่นอน 100 % เราก็ต้องทำการหาค่า Quick Ratio ควบคู่กันไป อย่างเช่นหลายกิจการ ที่มี Current Ratio มากกว่า 2 เท่า แต่มี Quick Ratio ต่ำกว่า 1 และจะปรากฏว่า กิจการนั้นๆ มีสินค้าจำนวนมาก หากว่าสต๊อกมีปัญหา กิจการก็จะเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง กลายเป็น DEAD STOCK ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องดูควบคู่กันไป แต่ถ้าเราสามารถตรวจสอบได้ว่า สินค้าที่สต๊อกนั้นสามารถขายออกได้แน่นอน การที่ Quick Ratio ต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบปัญหาสภาพคล่อง เพราะบางกิจการมีการสต๊อกสินค้าที่มีแนวโน้มจะปรับราคาสูงขึ้นในอนาคต จึงต้องเก็บสต๊อกไว้ตอนที่ราคาถูกแล้วเอาไปขายตอนที่ราคาแพง เพื่อให้ได้กำไรมหาศาลยังไงละ