รอบรู้สุดสัปดาห์

ครูพัก…ลักจำ ชั่ว 7 ที ดี 7 หน (ต่อ) (24/10/57)

แล้วก็มาถึงวันศุกร์สุดสัปดาห์ วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องที่ติดไว้ตั้งแต่วันพุธ นั่นก็คือ เรื่องของ ชั่ว 7 ที ดี 7 หน กันต่อจริงอยู่ที่หุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่า BV เป็นหุ้นที่มีราคาถูก แต่ก็ใช่ว่าหุ้นตัวนั้นจะน่าซื้อเสมอไป ก็เพราะไอ่หุ้นที่มีราคาต่ำกว่า BV อาจจะเป็นหุ้นที่มีผลประกอบการขาดทุนมาตลอด จนไม่มีใครเข้าไปซื้อเข้าไปเล่นเลย จึงทำให้ราคาหุ้นนั้นตก แต่ถ้าคุณเข้าไปซื้อโดยปราศจากการวิเคราะห์และเข้าใจในหุ้นตัวนั้น คุณไม่ได้ซื้อในตอนที่มันชั่วครั้งที่ 7 แต่กลับเป็นเป็นครั้งที่ 3 ที่ 4 ผลลัพธ์ที่คุณจะได้ก็คือ การขาดทุนต่อไปที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้ BV ลดต่ำลงไปอีก มันจึงยังไม่ถึงอาการชั่วครั้งที่ 7 แต่ตรงกันข้ามถ้าคุณซื้อในจังหวะพอดิบพอดีหรือผ่านการวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี เข้าซื้อตอนที่หุ้นตัวนั้นชั่วครั้งที่ 7 งานนี้คุณก็จะกำไรมหาศาล แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าหุ้นตัวนี้มาถึงการชั่วครั้งที่ 7 แล้ว ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจกฎธรรมชาติ ทุกสรรพสิ่งล้วนมี เกิด แก่ เจ็บ ตาย วัฏจักรหมุนเป็นวงกลม มีขึ้นก็ต้องมีลง ถึงจุดสูงสุดก็ดิ่งลงสุดต่ำสุดได้เช่นกัน เหมือนกับคนที่ตกลงจากหน้าผาลงไปในเหวลึก แต่กลับไม่ตาย ก็ค่อย ๆ รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง พอหายแล้วก็เริ่มปีนกลับขึ้นมาสู่ยอดหน้าผาอีกครั้ง เหมือนตายแล้วฟื้น รอบนี้จะแข็งแรงขึ้น แล้วจะไม่พลาดตกลงไปอีก อาการนี้แหละเป็นจุดที่เรียกว่า อาการ ดี 7 หน และถ้าคุณเข้าใจเศรษฐกิจ วิเคราะห์เศรษฐกิจได้อย่างแม่นยำ รู้ว่าเศรษฐกิจแบบไหนที่เอื้อประโยชน์ให้กิจการบริษัทเจริญเติบโต อย่างตอนนี้เศรษฐกิจภายในประเทศมีอัตราการเติบโต 5 % ต่อปี การเติบโตนี้จะช่วยในการปล่อยสินเชื่อโตตามไปด้วย คุณจึงคาดการณ์ว่าผลประกอบการของธนาคารจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้คุณจึงตัดสินใจซื้อหุ้นธนาคาร และรออีกไม่กี่เดือน หรือไม่เกิน1 ปี ก็สามารถทำให้คุณได้กำไรไม่ต่ำกว่า 30 % ได้ นี่คือตัวอย่างการวิเคราะห์เศรษฐกิจ และ จิตนาการว่า มันจะเอื้อประโยชน์ให้เกิดกับธุรกิจใด คุณจึงเฝ้ามองกิจการที่ได้รับประโยชน์นั้นเป็นพิเศษ และในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเห็น BV ของหุ้นตัวนั้นที่คุณเจอต่ำมาก คุณต้องตั้งคำถามว่า หุ้นตัวนี้ทำกิจการอะไร มันกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง หรือขาลงจนถึงที่สุดแล้ว และไม่น่าจะต่ำกว่านี้อีก การได้คำตอบของคุณในใจจะทำให้คุณรู้สึกว่า หุ้นที่มี BV ต่ำ ตัวนี้ชั่วถึงครั้งที่ 7 แล้ว วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็ยังใช้หลักการนี้ เขาจะวิเคราะห์หุ้นแต่ละตัวจนเกิดความรู้สึกว่า หุ้นตัวนั้นตกลงมาถึงจุดต่ำสุด จึงจะเข้าซื้อ และหลังจากเข้าซื้อ หุ้นก็จะขึ้นอุตลุด และได้กำไรเป็นร้อยๆ เปอร์เซ็นต์