Head ครูพักลักจำ

ครูพัก…ลักจำ ทำไมต้องลำบากเข้าบริษัทตลาดหลักทรัพย์ (1/5/58)

ใฝ่ดี :  ลุงครับ เมื่อบริษัทที่บริหารอยู่ขยายใหญ่โตขึ้น ทำไมเขาถึงนิยมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ล่ะครับ ทั้งๆ ที่เค้ามีศักยภาพพอที่จะขยายการลงทุนด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว แต่จะระดมทุนเอาบริษัทมาเข้าตลาดหุ้น และ แบ่งกำไรให้กับคนอื่นๆ ไปทำไม ..

ลุงเพียร :  ก็นั่นสิน่ะ

ใฝ่ดี :  นั่นสิน่ะ  ทำไม ถึงไม่เก็บกินเอง รวยเอง ..ละครับ

ลุงเพียร : ก็นั่นสิน่ะ

ใฝ่ดี : เพราะการเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ มันต้องมาพร้อมกับกฏเกณฑ์ที่ยุ่งยากมากมาย .. ไหนจะเรื่องการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ .. การบริหารงาน .. ที่สำคัญ คือ ต้องแบ่งกำไรให้กับคนอื่นๆ อีก ..

ลุงเพียร : ก็นั่นสิน่ะ

ใฝ่ดี : เอาดีๆ ครับลุง  ผมอยากจะรู้จริงๆ  บางที ผมก็มานั่งคิดๆ นะ .. ถ้าบริษัทเรามันดีมากๆ อยู่แล้ว .. บริหารคนเดียว มันก็คล่องตัว และ มีทุนมากพอที่จะขยายกิจการอยู่แล้ว .. แล้วเราจะเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อแบ่งกำไรให้กับคนอื่นๆ ทำไม

ลุงเพียร : ฮ่าๆ  วันนี้มามาดเข้ม….. งั้นวันนี้เรามาดูข้อดีของการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์กัน  เรียกได้ว่ามีประโยชน์หลายอย่างที่เป็นข้อดีของการนำบริษัทเข้าตลาดเลยละ มาดูข้อที่

ข้อที่ 1 ก็คือบริษัทสามารถระดมเงินทุนจากตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างมหาศาล  เรียกได้ว่าสามารถขยายกิจการผ่านการเรียกระดมเงินทุนจากประชาชนรายย่อย หรือนักลงทุนรายใหญ่ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ  เมื่อคุณนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัทของคุณจะสามารถเรียกระดมเงินทุนได้มหาศาลจากประชาชนรายย่อย หรือนักลงทุนรายใหญ่ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่สนใจในบริษัทของคุณ ผ่านทางการเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท โดยเงินที่คุณได้มาจากการระดมทุนนี้ คุณสามารถเอาไปต่อยอดด้วยการขยับขยายกิจการภายในบริษัท เช่น นำเงินมาขยายสาขาออกไปให้เพิ่มมากขึ้น นำมาบริหารจัดการก่อตั้งระบบโลจิสติก เป็นต้น

ใฝ่ดี : บริษัทสามารถมีเงินทุนในการลงทุนทำกิจการได้มากมายมหาศาลเลยสิน่ะครับ

ลุงเพียร :  ใช่…และหากดำเนินกิจการไปแล้วกิจการมีเงินสดไม่มาก แต่มีโครงการใหม่ที่อยากจะลงทุน จะทำยังไง  ก็เกิดข้อที่ 2 ตามมา นั่นคือสามารถระดมทุนได้อีกหากต้องการใช้เงิน

สามารถขยายกิจการผ่านการเรียกระดมเงินทุนจากประชาชนรายย่อย หรือนักลงทุนรายใหญ่ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ  ถึงแม้บริษัทของคุณจะเคยระดมทุนเมื่อตอนเข้าตลาดหลักทรัพย์มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการใช้เงิน บริษัทก็สามารถระดมเงินทุนได้อีกผ่านทางระบบวิศวกรรมทางการเงินในรูปแบบการออกตราสารทางการเงินชนิดต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การออกตราสารหนี้ ตราสารทุน การออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน การออกหุ้นกู้ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริษัทสามารถหาเงินทุนมาใช้ขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจต่อไปได้อีกเรื่อยๆ ภายใต้การจัดการและการบริหารการเงินที่เหมาะสมกับบริษัทของคุณ

ข้อที่ 3 สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในบริษัท

เพราะการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น มีช่องทางที่เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นได้ โดยผ่านทางโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่กรรมการหรือพนักงานของบริษัท อันจะนำมาสู่ความภาคภูมิใจในบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ เพราะนอกจากจะเป็นพนักงานประจำของบริษัทแล้ว อีกด้านหนึ่งพวกเขาก็สวมหัวโขนในการเป็นเจ้าของร่วมเช่นเดียวกัน

ข้อที่ 4 สามารถสร้างการบริหารจัดการงานได้ในแบบมืออาชีพมากขึ้น

การจ้างบุคลากรมืออาชีพเข้ามานั่งกุมบังเหียนบริหารงาน ทำให้บริษัทก้าวเข้าสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

จากการที่เป็นบริษัทธรรมดาๆ เมื่อก้าวเข้ามาจดทะเบียนกลายสภาพและสถานะเป็นบริษัทมหาชน มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก ทำให้ต้องจ้างบุคลากรที่เป็นมืออาชีพเข้ามานั่งกุมบังเหียนบริหารงานแทน ทำให้บริษัทก้าวเข้าสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยที่เจ้าของเดิมยังคงสถานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ ยกเว้นแต่จะขายหุ้นที่ถืออยู่ออกไป

ข้อที่ 5 สร้างหลักธรรมาภิบาลและการบริหารงานอย่างโปร่งใส

บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีกฎข้อบังคับตามกฎหมายในการที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความจริงต่อสาธารณชน และสามารถตรวจสอบได้ เพราะมีผู้ที่ถือหุ้นจำนวนมาก  ความโปร่งใสจึงเป็นเรื่องสำคัญ อันจะกลายมาเป็นต้นแบบที่ดีในการบริหารงานต่อองค์กรอื่นๆ ในอนาคต

ข้อที่ 6 เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท

การเป็นบริษัท ‘มหาชน’ สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีน่าเชื่อถือให้กับบริษัท เพราะกว่าการที่จะได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด มีเงินทุนจดทะเบียนจำนวนมหาศาล มีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ มีผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพระดับสากล อันจะส่งผลในทางที่ดีต่อความน่าเชื่อถือให้กับคู่เจรจาการค้าทั้งในและต่างประเทศ

ใฝ่ดี : โอ้โห…. มันมีข้อดีเยอะแยะขนาดนี้ ถึงว่าทำไมบริษัทต่างๆ จึงอยากจะเอาบริษัทของตัวเองเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์กันหมด

ลุงเพียร : ใช่…ประโยชน์มันมากมาย แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ใช่ว่าการที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทมหาชนแล้วจะสามารถการันตีความสำเร็จในอนาคตได้เสมอไป ที่สุดแล้วยังไงซะก็ยังคงต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหาร ความเก่งกาจและประสบการณ์การบริหาร รวมถึงฝีมือในการบริหารจัดการ ความโปร่งใสในการแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารงานของบริษัท ที่สำคัญการตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลจากรอบด้านอย่างถี่ถ้วนก็ยังเป็นหัวใจหลักในการเลือกลงทุนอยู่เสมอ

ใฝ่ดี : คำนี้ก็ยังใช้ได้เหมือนเดิมน่ะครับ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง”