ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

BID กับ OFFER ตอนเททิ้งหุ้น

วันนี้จะขอเริ่มสัญญาณการเก็บหุ้นที่ว่าด้วยเรื่อง BID กับ OFFER ให้นักเรียนเข้าใจ

ในอดีตตอนที่ผมเข้ามาเล่นหุ้นใหม่ๆ เพื่อนสอนว่า ถ้าหุ้นจะขึ้นให้ดูที่จำนวนการ BID ซึ่งหมายถึง จำนวนหุ้นที่ตั้งรอซื้อเอาไว้ ถ้ามีปริมาณมากมาย มากกว่าจำนวนหุ้นที่ตั้งรอขาย ด้าน OFFER สัญญาณนี้บอกว่าหุ้นจะขึ้น เป็นไปตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ว่า อุปสงค์มากกว่าอุปาทานหรือความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย ทิศทางราคาหุ้นจะขึ้น

พอเข้าใจเรื่องที่เพื่อนว่า บวกกับเราก็คิดตามได้ และยิ่งเราก็เรียนเศรษฐศาสตร์มาด้วยแล้ว เรื่องนี้จะไม่เป็นความจริงไม่ได้ มันต้องจริง 1,000,000%

ผมจึงดู BID กับ OFFER เพื่อตัดสินใจเข้าซื้อและตัดสินใจขายด้วย

การดู BID กับ OFFER ว่าถ้า BID มากกว่า OFFER เยอะๆ ลุยซื้อได้ กลายเป็นสูตรตายตัว แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม เพราะมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้

(1) จำนวน BID มหาศาล จำนวน OFFER มีน้อยกว่ามาก เราตัดสินใจเคาะซื้อ เพราะกลัวว่าราคาจะไป แต่หลังจากเคาะซื้อไม่นาน มีผีห่าซาตานที่ไหนก็ไม่รู้ เอาหุ้นจากที่ไหนไม่รู้มาเคาะขายให้กับด้าน BID จนหมดเกลี้ยง ถึงขนาดเปลี่ยนสถานะ (ราคาร่วงลงมา) มาตั้งแถว BID กับ OFFER ในช่วงราคาที่ต่ำลงมา

(2) ปริมาณ BID เริ่มถูกเติมเข้ามาเรื่อยๆ จน BID มากกว่า OFFER อีก สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันอีก มีไอ้โม่งที่ไหนไม่รู้ที่ไม่เปิดเผยตัว ไม่ยอมเอาหุ้นมาตั้งด้าน OFFER เพื่อโชว์ว่าอยากขายที่จำนวนเท่าไร เทขายหุ้นทั้งหมดออกมาอีก จนด้าน BID ทุกคนได้หุ้นกันครบๆ

(3) จาก (1) และ (2) ทำให้ทิศทางราคาปรับลดลงไปเรื่อยๆ นักลงทุนรายย่อยที่วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานไม่เป็น (ไม่ใช่แนว VI) จะเริ่มใช้สมองคิดคำนวณว่า ราคาที่หุ้นตกลงมาเมื่อเทียบกับราคาที่เคยขึ้นไป มันมีส่วนต่างอยู่เยอะมาก งานนี้หุ้นถูกแล้ว น่าจะช้อนซื้อ เพราะหากมันรีบาวด์แล้ว จะกำไร

ปฏิบัติการการช้อนหุ้นจึงเกิดขึ้น และเป็นสาเหตุให้ก๊อก 2 ก๊อก 3 ไม่เหลือก๊อกอีกต่อไป เป็นเพราะความไม่รู้บวกกับความโลภ และบวกกับอารมณ์โกรธที่ต้องการเอาชนะตลาดหุ้น แต่สุดท้ายช้อนหัก หมดเนื้อหมดตัว และหมดอนาคต หุ้นก็ตกต่อไปอีก

3 ข้อที่ผมเขียนบรรยายให้นักเรียนเห็นภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สำคัญจริงๆ การจะลงทุนหุ้นจะต้องมีสติตลอดเวลา หากขาดสติเมื่อใด หายนะบังเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

คนเล่นหุ้นที่วิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐานไม่เป็น (แนว VI) มีโอกาสมากเหลือเกินที่จะหายนะ เพราะตลอดเวลาที่หุ้นตก เจ้ามือหรือไอ้โม่ง จะสร้างสถานการณ์ BID กับ OFFER ให้ส่งสัญญาณซื้อตลอดเวลา ข้อนี้อันตรายและน่ากลัวสุดๆ

มีคนบางคนหรือกลุ่มคนคอยตั้ง BID กับ OFFER และซื้อๆ ขายๆ ให้เกิดค่าทางเทคนิคส่งสัญญาณให้ซื้อ นี่เป็นเหตุให้เวลาหุ้นตก จึงเกิดการช้อนซื้อ เพราะเชื่อสัญญาณทางเทคนิค สัญญาณทางเทคนิคนั้นเป็นเรื่องที่หากจะเชื่อจะต้องมั่นใจว่า ไม่มีใครบงการกราฟอยู่เบื้องหลัง ซึ่งยากที่จะเชื่อจริงๆ

หุ้นจึงตก หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า ถูกเทขายทุกระดับราคา

นักเรียนหลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วก็เกิดคำถาม ว่าแล้วเจ้ามือได้อะไรกับการที่หุ้นตก เจ้ามือน่าจะได้จากการที่หุ้นขึ้นมากกว่า

คำถามข้อนี้ผมก็ขอตอบว่า หากนักเรียนเป็นเจ้ามือรู้ว่าหุ้นจะขึ้น 900% ได้ ภายในไม่เกิน 3 ปี นักเรียนก็ทยอยซื้อหุ้นสะสมเอาไว้ โดยขณะที่ซื้อหุ้น หุ้นมี P/BV ใกล้เคียง 1 (หุ้นพลิกฟื้นหรือหุ้นเทิร์นอราวด์) พอถึง 3 ปีจริงๆ ราคาหุ้นจาก 10 บาท ขึ้นมาเป็น 100 บาท นักเรียนได้กำไร 90 บาท/หุ้น ได้ 900% คำตอบคือนักเรียนสามารถขายทิ้งหุ้นตั้งแต่ราคา 100 บาท ไล่ลงมาถึงราคา 50 บาท ได้หรือไม่

คำตอบของทุกคนก็คือ ได้

นี่คือเหตุผลที่ว่า การเห็นหุ้นตกลงมากๆ แล้วเข้าไปช้อนซื้อเป็นอันตราย เพราะตลอดเวลาที่เราเข้าไปช้อนซื้อมีไอ้โม่งเทขายให้เราตลอดเวลา

ไอ้โม่ง ไม่สนใจว่าราคาจะตกมาเท่าไร ไอ้โม่งสนใจแค่ว่า ที่ราคา 50 บาท ตกลงมาจาก 100 บาท ตกมาแล้ว 50% กูก็ยังมีกำไรอยู่อีก 400%

การเทขายทุกระดับราคา เพราะน้ำขึ้นต้องรีบตัก (BID จากรายย่อยมามหาศาล) จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะนับจากนี้แมงเม่าจะบินจากไป ถือเป็นการเสียโอกาส เพราะอุตส่าห์จุดไฟล่ออย่างลุกโชนแล้ว ไม่จัดการเม่าคงไม่ฉลาด คงไม่ใช่เจ้ามือ

มาวันนี้ BID กับ OFFER ที่เป็นไปตามทฤษฎีว่า BID มากกว่า OFFER หุ้นจะขึ้นจึงเชื่อไม่ได้ เพราะมันตกก็ได้

BID มากกว่า OFFER จึงเป็นสัญญาณการเทขายหุ้นโดยเจ้ามือ

ครั้งหน้ามาดูเหตุการณ์ BID น้อยกว่า OFFER และวิธีการจุดไฟล่อเม่า ว่าเจ้ามือมีวิธีการอย่างไร

แว่วเสียงของนักเรียนคนหนึ่งตะโกนถามผม ได้ยินเสียงดังชัดในใจ ว่าผมจะเชื่ออาจารย์ได้อย่างไร อาจารย์เคยเป็นเจ้ามือหรือครับ

คำตอบก็คือ ผมสูญเสียความทรงจำในอดีต จดจำอะไรไม่ได้เลย รู้แต่ว่า เรื่องที่ผมเขียนสอนในวันนี้ ถ้าหากนักเรียนใคร่ครวญพิจารณา นักเรียนก็จะเห็นเหมือนกับที่ผมสอน และยิ่งนักเรียนจินตนาการคิดว่า ตัวนักเรียนเองเป็นเจ้ามือ นักเรียนก็จะเชื่อสนิทใจกับการสอนของผมในวันนี้

การจะเล่นหุ้นตามเจ้ามือได้ นักเรียนต้องฝึกคิดว่าตัวเองเป็นเจ้ามือ ถ้าคิดออก นักเรียนจะไม่ถูกเจ้ามือหลอก ตรงกันข้ามจะเกิดเหตุการณ์ที่นักเรียนซื้อหุ้นพร้อมเจ้ามือได้ เพราะนักเรียนดูและเห็นสัญญาณ มันเปรียบได้เหมือนก้อนเมฆที่ตั้งเค้าทะมึนดำ แล้วก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆฝนคลี่กระจายออกปกคลุมทุกตารางนิ้วของน่านฟ้า

ถ้านักเรียนเห็นเมฆฝนขนาดนี้ มีคนมาพนันกับนักเรียนว่า ฝนไม่ตกหรอก นักเรียนจะพนันกับคนที่เห็นว่าฝนไม่ตกหรือเปล่า

คำตอบของนักเรียนคือ

มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ มีทุกสิ่งทุกอย่างขายมันให้หมด นี่แหละครับที่วอร์เรน บัฟเฟตต์บอกว่า ถ้ามั่นใจแล้ว จงลงทุนให้หนักๆ

ครั้งหน้ามาตามเรื่องเจ้ามือกันต่อครับ รับรองว่าหาอ่านจากที่ไหนไม่ได้แน่นอน อ่านได้จากที่นี่ที่เดียว

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm