10623322_652984521477264_7307307237684686274_o

กำไรต่อหุ้น (EPS) และ PE Ratio (ราคาต่อหุ้น หารด้วย กำไรต่อหุ้น)

พงศกร: เฮียครับ เราเรียนอัตราส่วนที่วัดผลกำไรของบริษัทกันมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Gross Profit Margin, Net Profit Margin, ROA และ ROE ไม่ทราบว่ายังมีอัตราส่วนอื่นๆที่เอาไว้วัดผลกำไรอีกเยอะไหมครับเฮีย

เฮียทวี: สำหรับกำไรมีอีกไม่กี่อัตราส่วนเองครับที่เฮียยังไม่ได้กล่าวถึง เรามาเข้าเรื่องกันเลยละกัน
อัตราส่วนแรกที่เฮียจะพูดถึงก็คืออัตรากำไรต่อหุ้น (EPS) ซึ่งอัตราส่วนนี้นักลงทุนรายย่อยนิยมใช้กันมากทีเดียว

พงศกร: ทำไมรายย่อยถึงนิยมใช้กันหรือครับเฮีย

เฮียทวี: ก็เพราะว่ามันเป็นอัตราส่วนที่เข้าใจง่าย ไม่มีอะไรที่ต้องคิดซับซ้อนหนะครับ
เวลาเราจะหากำไรต้อหุ้น เราก็เพียงเอากำไรสุทธิของบริษัทมาหารด้วยปริมาณหุ้นที่บริษัทมีอยู่ก็แค่นี้เอง

พงศกร: กำไรต่อหุ้นหาได้จากงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ อย่างของบริษัท ASIAN มีกำไรสุทธิงวดเก้าเดือนอยู่ที่ ลบ 30.54 ล้านบาท หรือขาดทุน 30.54 ล้านบาทนั่นเอง

เฮียทวี: แล้วบริษัท ASIAN มีจำนวนหุ้นอยู่กี่หุ้น?

พงศกร: ถ้าดูจากงบแสดงฐานะทางการเงิน (ภาพ 1) บริษัทมีหุ้นอยู่ทั้งหมด 361.82 ล้านหุ้นครับ

เฮียทวี: ทีนี้ก็แค่เอากำไรสุทธิมาหารด้วยจำนวนหุ้นก็จะได้ EPS

พงศกร: ขาดทุน 30.54 ล้านบาท หารด้วย 361.82 ล้านหุ้น
EPS เท่ากับ ลบ0.0844 บาทต่อหุ้น

เฮียทวี: แล้วมันหมายความว่าอย่างไร

พงศกร: แปลว่าบริษัท ASIAN ขาดทุน 0.0844 บาทต่อหุ้นครับ ถ้าเราถือหุ้นบริษัทนี้อยู่ 1,000 หุ้นเราก็จะรับรู้การขาดทุนทั้ง 84.4 บาทนั่นเอง

เฮียทวี: พงศกร เข้าใจความหมายของ EPS ถูกต้องแล้วครับ

พงศกร: เอ้แล้วในส่วนของ PE ratio จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรเลยถูกไหมครับเฮีย แค่เอา ราคาหุ้น ณ เวลานั้นๆ มาหารด้วย กำไรต่อหุ้นของ 4 ไตรมาสที่ผ่านมาก็เท่านั้นเอง

เฮียทวี: ใช่ครับอย่างบริษัท ASIAN ราคา ณ วันที่ 29/4/58 อยู่ที่ 3.30 บาทต่อหุ้น กำไรต่อหุ้น 3 ไตรมาสย้อนหลังก็คือ EPS ที่เราคำนวณไปตอนแรกนั้นเอง แต่การจะหาร PE ส่วนกำไรต่อหุ้นต้องอยู่ในรูปปีหรือ ถ้าอยากเรา PE ณ 30/9/57 เราก็ต้องบวกกำไรไตรมาส 4 ปี 56 ของบริษัท ASIAN เขาไปซึ่งไตรมาส 4 ปี 56 บริษัทมีกำไรอยู่ที่ 39.17 ล้านบาท รวมกำไร 4 ไตรมาสย้อนหลัง = 39.17-30.54 = 8.63 หารด้วยจำนวนหุ้นที่มี 361.82 ล้านหุ้น = กำไร 4 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ 0.02385 บาทต่อหุ้น

3.30 บาท หารด้วย 0.02385 บาทต่อหุ้น เท่ากับ 138.36
พงศกร: ทำไมผมไปเปิดดูค่า PE บน www.set.or.th ณ วันที่ 25/4/58 (ภาพ 2) มันขึ้นว่า N.A. หรือครับเฮีย

เฮียทวี: ถ้าเราเปิดดูงบปี 57 ที่พึ่งออกมาช่วงต้นปี 58 จะพบว่ากำไรทั้งปีของปี 58 ติดลบ เมื่อเราหา PE ค่า E ติดลบ ซึ่งทางคณิตศาสตร์เขาบอกว่าตัวหารไม่สามารถติดลบได้ และนี่เป็นที่มาว่าทำไม PE บน www.set.or.th บางทีขึ้นเป็นคำว่า N.A. ซึ่งย่อมาจาก Non applicable หรือไม่สามารถหาค่าได้นั่นเอง

พงศกร: เอ้ย เฮียครับ อย่างนี้ PE Ratio ซึ่งจริงเอาไว้ดูว่าซื้อหุ้นตัวนี้แล้วต้องรอกี่ปีกำไรที่บริษัททำได้ถึงจะคืนทุน แต่ถ้า PE หาค่าไม่ได้แบบนี้หรือว่าซื้อหุ้นตัวนี้ไปแล้วไม่มีโอกาสได้ทุนคือแล้วนักลงทุนเขาซื้อกันไปทำไมครับ

เฮียทวี: พงศกรต้องอย่าลืมสิว่าการซื้อหุ้นเป็นการซื้ออนาคต PE ตอนนี้อาจจะหาค่าไม่ได้เพราะ E ตอนนี้ติดลบอยู่ แต่อีก 1 ปี 2 ปี ข้างหน้า บริษัทอาจจะกลับมาทำกำไร ทำให้ E หรือกำไรต่อขึ้นโตขึ้นมหาศาล ถ้าราคาหุ้น P ไม่ไปไหนแต่ E ใหญ่ขึ้นๆ อย่างนี้ PE ratio ก็จะลดลง ซึ่งแปลว่าซื้อหุ้นตัวนี้ไม่กี่ปีนักลงทุนก็ได้ทุนคืนแล้ว ถึงแม่ว่าการได้ทุนคืนจะไม่ได้มาในรูปแบบของปันผลซึ่งนักลงทุนจับต้องได้ แต่การที่บริษัททำกำไรได้ นักลงทุนก็ได้กำไรนั้นเหมือนกัน บริษัทอาจจะไม่ได้เอาเงินนั้นมาจ่ายปันผล แต่เขาก็สามารถเอาเงินนั้นไปซื้อสินทรัพย์เพื่อขยายกิจการทำให้กำไรโตขึ้นต่อๆไปได้

พงศกร: อ๋อ มันอย่างนี้นี่เอง

1
2

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm